คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14588/2558 ฉบับเต็ม

#590279
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14588/2558 บริษัท ไตรรัตน มีเดีย จำกัด กับพวก โจทก์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย กับพวก จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 193 วรรคสอง, มาตรา 196 ป.อ. มาตรา 172, มาตรา 173, มาตรา 174 ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่าโจทก์ทั้งสองมีพฤติการณ์ประวิงคดีและคดีพอวินิจฉัยได้แล้ว จึงให้งดไต่สวนมูลฟ้อง คำสั่งดังกล่าวเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา และในวันเดียวกันศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้อง ซึ่ง ป.วิ.อ. มาตรา 196 บัญญัติว่า คำสั่งระหว่างพิจารณาที่ไม่ทำให้คดีเสร็จสำนวน ห้ามมิให้อุทธรณ์คำสั่งนั้นจนกว่าจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งในประเด็นสำคัญและมีอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นด้วย เมื่อโจทก์ทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นต้องอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้นด้วย แต่อุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสองที่อุทธรณ์ว่า การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดไต่สวนพยานโจทก์ทั้งสองโดยอ้างว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้วเป็นการใช้ดุลพินิจที่ไม่ถูกต้องและไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น อุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสองในส่วนที่อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นไม่ได้คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่วินิจฉัยว่าข้อความที่จำเลยทั้งสองแจ้งต่อพนักงานสอบสวนไม่เป็นข้อความเท็จว่าไม่ถูกต้องและไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไร จึงไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 193 วรรคสอง ถือว่าโจทก์ทั้งสองไม่ได้อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้น อุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสองเป็นเพียงการอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นเท่านั้น ไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 196 ___________________________ โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 172, 173 และ 174 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีไม่มีมูล พิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสอง โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสองว่า ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสองชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ในวันนัดไต่สวนมูลฟ้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่าโจทก์ทั้งสองมีพฤติการณ์ประวิงคดีและคดีพอวินิจฉัยได้แล้ว จึงให้งดไต่สวนมูลฟ้อง คำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา และในวันเดียวกันศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้อง ซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 196 บัญญัติว่า คำสั่งระหว่างพิจารณาที่ไม่ทำให้คดีเสร็จสำนวน ห้ามมิให้อุทธรณ์คำสั่งนั้นจนกว่าจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งในประเด็นสำคัญและมีอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นด้วย เมื่อโจทก์ทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น โจทก์ทั้งสองต้องอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้นด้วยตามบทบัญญัติดังกล่าว แต่อุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสองที่อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นกล่าวถึงคำพิพากษาศาลชั้นต้น แล้วโจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ต่อไปว่า คดีนี้โจทก์ทั้งสองนำพยานบุคคลและพยานเอกสารเข้าไต่สวนมูลฟ้องยังไม่เสร็จสิ้นกระแสความ การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดไต่สวนพยานโจทก์ทั้งสองโดยอ้างว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้วจึงเป็นการใช้ดุลพินิจที่ไม่ถูกต้องและไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะศาลชั้นต้นจะทราบได้อย่างไรว่าโจทก์ทั้งสองจะนำพยานบุคคลและพยานเอกสารเข้าทำการไต่สวนมูลฟ้องในเรื่องใดบ้าง และเรื่องดังกล่าวมีข้อเท็จจริงอย่างไร ที่ถูกต้องแล้วศาลชั้นต้นชอบที่จะเปิดโอกาสให้โจทก์ทั้งสองนำพยานบุคคลและพยานเอกสารเข้าไต่สวนมูลฟ้องจนเสร็จสิ้นกระแสความเสียก่อน มิใช่ด่วนมีคำสั่งให้งดการไต่สวนมูลฟ้อง ทั้ง ๆ ที่ข้อเท็จจริงยังไม่เพียงพอแก่การวินิจฉัย ดังนี้ อุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสองในส่วนที่อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นไม่ได้คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่วินิจฉัยว่าข้อความที่จำเลยทั้งสองแจ้งต่อพนักงานสอบสวนไม่เป็นข้อความเท็จว่าไม่ถูกต้องและไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไร จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 วรรคสอง ถือว่าโจทก์ทั้งสองไม่ได้อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้น อุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสองจึงเป็นเพียงการอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นเท่านั้น ซึ่งไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 196 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสองนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ทั้งสองฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (สุรางคนา กมลละคร-ปิยกุล บุญเพิ่ม-ไพโรจน์ นวานุช) ศาลอาญา - นางสาวสุจิตรา โพทะยะ ศาลอุทธรณ์ - นายสมชาย พวงภู่ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.3241/2558 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ1391/2553 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ4278/2554 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
590279
courts
[
    {
        "court": "ศาลอาญา",
        "judge": "นางสาวสุจิตรา โพทะยะ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายสมชาย พวงภู่"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081966823"
    }
}
date
2558
deka_no
14588/2558
deka_running_no
14588
deka_year
2558
department
แผนก
judges
[
    "สุรางคนา กมลละคร",
    "ปิยกุล บุญเพิ่ม",
    "ไพโรจน์ นวานุช"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 193 วรรคสอง",
            "ม. 196"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 172",
            "ม. 173",
            "ม. 174"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัท ไตรรัตน มีเดีย จำกัด กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 172, 173 และ 174

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีไม่มีมูล พิพากษายกฟ้อง

โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสอง

โจทก์ทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสองว่า ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสองชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ในวันนัดไต่สวนมูลฟ้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่าโจทก์ทั้งสองมีพฤติการณ์ประวิงคดีและคดีพอวินิจฉัยได้แล้ว จึงให้งดไต่สวนมูลฟ้อง คำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา และในวันเดียวกันศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้อง ซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 196 บัญญัติว่า คำสั่งระหว่างพิจารณาที่ไม่ทำให้คดีเสร็จสำนวน ห้ามมิให้อุทธรณ์คำสั่งนั้นจนกว่าจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งในประเด็นสำคัญและมีอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นด้วย เมื่อโจทก์ทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น โจทก์ทั้งสองต้องอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้นด้วยตามบทบัญญัติดังกล่าว แต่อุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสองที่อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นกล่าวถึงคำพิพากษาศาลชั้นต้น แล้วโจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ต่อไปว่า คดีนี้โจทก์ทั้งสองนำพยานบุคคลและพยานเอกสารเข้าไต่สวนมูลฟ้องยังไม่เสร็จสิ้นกระแสความ การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดไต่สวนพยานโจทก์ทั้งสองโดยอ้างว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้วจึงเป็นการใช้ดุลพินิจที่ไม่ถูกต้องและไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะศาลชั้นต้นจะทราบได้อย่างไรว่าโจทก์ทั้งสองจะนำพยานบุคคลและพยานเอกสารเข้าทำการไต่สวนมูลฟ้องในเรื่องใดบ้าง และเรื่องดังกล่าวมีข้อเท็จจริงอย่างไร ที่ถูกต้องแล้วศาลชั้นต้นชอบที่จะเปิดโอกาสให้โจทก์ทั้งสองนำพยานบุคคลและพยานเอกสารเข้าไต่สวนมูลฟ้องจนเสร็จสิ้นกระแสความเสียก่อน มิใช่ด่วนมีคำสั่งให้งดการไต่สวนมูลฟ้อง ทั้ง ๆ ที่ข้อเท็จจริงยังไม่เพียงพอแก่การวินิจฉัย ดังนี้ อุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสองในส่วนที่อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นไม่ได้คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่วินิจฉัยว่าข้อความที่จำเลยทั้งสองแจ้งต่อพนักงานสอบสวนไม่เป็นข้อความเท็จว่าไม่ถูกต้องและไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไร จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 วรรคสอง ถือว่าโจทก์ทั้งสองไม่ได้อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้น อุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสองจึงเป็นเพียงการอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นเท่านั้น ซึ่งไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 196 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสองนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ทั้งสองฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ1391/2553
primary_red_case_no
อ4278/2554
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000243.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.3241/2558
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558