คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6924/2557 ฉบับเต็ม

#591592
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6924/2557 นายเพชรสุวรรณ เบ้าสิงห์สวย โจทก์ บริษัทคาวาซากิ มอเตอร์ เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด จำเลย พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 119 ตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย พนักงานต้องไม่กระทำความผิดทางอาญา และจำเลยเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยในกรณีที่พนักงานกระทำความผิดอย่างร้ายแรง และประกาศของจำเลยที่ว่า เมื่อจำเลยหรือหน่วยงานราชการตรวจพบสารเสพติดในร่างกายของพนักงานจะได้รับการพิจารณาโทษทางวินัยคือ เลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย การที่โจทก์มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษแม้จะเป็นเพียงผู้เสพและได้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตามกฎหมายก็ตาม แต่ก็เป็นผลเสียหายกับองค์กรอันเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยในกรณีที่ร้ายแรง จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 119 (4) ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งและอัตราค่าจ้างเดิมและใช้ค่าเสียหายเดือนละ 15,892 บาท ถ้าไม่อาจรับกลับเข้าทำงานได้ ให้จ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 23,837.99 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ค่าชดเชย 158,919.99 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี และค่าเสียหายอันเกิดจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม 572,112 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันเลิกจ้างเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และขอให้ออกใบสำคัญแสดงการทำงานแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานภาค 2 พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานภาค 2 ฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลย จำเลยมีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานบทที่ 9 เรื่องวินิจฉัยและการลงโทษข้อ 9.9 ห้ามมิให้พนักงานของจำเลยกระทำความผิดทางอาญาและจำเลยมีประกาศที่ ADM 065/2552 ข้อ 1 ว่า เมื่อบริษัทหรือหน่วยงานราชการตรวจพบสารเสพติดในร่างกายของพนักงานจะได้รับการพิจารณาโทษทางวินัย โจทก์ถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมดำเนินคดีในข้อหาเสพเมทแอมเฟตามีนเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2552 ตามรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีและหนังสือของสถานีตำรวจภูธรอำเภอปลวกแดง ลงวันที่ 14 กรกฎาคม 2552 จำเลยบอกเลิกจ้างโจทก์เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2552 โดยกล่าวอ้างว่าโจทก์กระทำผิดทางอาญาอันเป็นการทำผิดข้อบังคับในการทำงาน ต่อมาโจทก์ได้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ตามพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 และคณะอนุกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดจังหวัดระยองมีคำสั่งปล่อยตัวโจทก์ตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม 2553 ที่โจทก์อุทธรณ์ในทำนองว่าโจทก์ได้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตามพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 และคณะอนุกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดมีคำสั่งปล่อยตัวโจทก์ จึงไม่ถือว่าโจทก์เป็นอาชญากร แต่เป็นผู้เสียหายที่จะต้องได้รับการเยียวยา กรณีของโจทก์จึงไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ของพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 119 คำพิพากษาศาลแรงงานภาค 2 จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่า ตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย ข้อ 9.9 พนักงานต้องไม่กระทำความผิดทางอาญา และข้อ 11.2.3 จำเลยเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยในกรณีที่พนักงานกระทำความผิดอย่างร้ายแรง และตามประกาศที่ ADM 065/2552 เมื่อจำเลยหรือหน่วยงานราชการตรวจพบสารเสพติดในร่างกายของพนักงานจะได้รับการพิจารณาโทษทางวินัยคือ เลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย ดังนั้น การที่โจทก์มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษแม้จะเป็นเพียงผู้เสพและได้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตามกฎหมายก็ตาม แต่ก็เป็นผลเสียหายกับองค์กรอันเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยในกรณีที่ร้ายแรง จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 119 (4) ที่ศาลแรงงานภาค 2 พิพากษายกฟ้องมานั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ข้ออื่นของโจทก์ต่อไปเพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลง พิพากษายืน (ชัยรัตน์ เบ็ญจะมโน-ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์-อนันต์ ชุมวิสูตร) ศาลแรงงานภาค 2 - นายธีระนันท์ อ่วมเจิม แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก แรงงาน หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ร.1210/2553 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น รย359/2552 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น รย671/2553 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
591592
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานภาค 2",
        "judge": "นายธีระนันท์ อ่วมเจิม"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081977362"
    }
}
date
2557
deka_no
6924/2557
deka_running_no
6924
deka_year
2557
department
แรงงาน
judges
[
    "ชัยรัตน์ เบ็ญจะมโน",
    "ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์",
    "อนันต์ ชุมวิสูตร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541",
        "sections": [
            "ม. 119"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายเพชรสุวรรณ เบ้าสิงห์สวย"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "บริษัทคาวาซากิ มอเตอร์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งและอัตราค่าจ้างเดิมและใช้ค่าเสียหายเดือนละ 15,892 บาท ถ้าไม่อาจรับกลับเข้าทำงานได้ ให้จ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 23,837.99 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ค่าชดเชย 158,919.99 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี และค่าเสียหายอันเกิดจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม 572,112 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันเลิกจ้างเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และขอให้ออกใบสำคัญแสดงการทำงานแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลแรงงานภาค 2 พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานภาค 2 ฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลย จำเลยมีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานบทที่ 9 เรื่องวินิจฉัยและการลงโทษข้อ 9.9 ห้ามมิให้พนักงานของจำเลยกระทำความผิดทางอาญาและจำเลยมีประกาศที่ ADM 065/2552 ข้อ 1 ว่า เมื่อบริษัทหรือหน่วยงานราชการตรวจพบสารเสพติดในร่างกายของพนักงานจะได้รับการพิจารณาโทษทางวินัย โจทก์ถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมดำเนินคดีในข้อหาเสพเมทแอมเฟตามีนเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2552 ตามรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีและหนังสือของสถานีตำรวจภูธรอำเภอปลวกแดง ลงวันที่ 14 กรกฎาคม 2552 จำเลยบอกเลิกจ้างโจทก์เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2552 โดยกล่าวอ้างว่าโจทก์กระทำผิดทางอาญาอันเป็นการทำผิดข้อบังคับในการทำงาน ต่อมาโจทก์ได้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ตามพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 และคณะอนุกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดจังหวัดระยองมีคำสั่งปล่อยตัวโจทก์ตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม 2553

ที่โจทก์อุทธรณ์ในทำนองว่าโจทก์ได้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตามพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 และคณะอนุกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดมีคำสั่งปล่อยตัวโจทก์ จึงไม่ถือว่าโจทก์เป็นอาชญากร แต่เป็นผู้เสียหายที่จะต้องได้รับการเยียวยา กรณีของโจทก์จึงไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ของพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 119 คำพิพากษาศาลแรงงานภาค 2 จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่า ตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย ข้อ 9.9 พนักงานต้องไม่กระทำความผิดทางอาญา และข้อ 11.2.3 จำเลยเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยในกรณีที่พนักงานกระทำความผิดอย่างร้ายแรง และตามประกาศที่ ADM 065/2552 เมื่อจำเลยหรือหน่วยงานราชการตรวจพบสารเสพติดในร่างกายของพนักงานจะได้รับการพิจารณาโทษทางวินัยคือ เลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย ดังนั้น การที่โจทก์มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษแม้จะเป็นเพียงผู้เสพและได้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตามกฎหมายก็ตาม แต่ก็เป็นผลเสียหายกับองค์กรอันเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยในกรณีที่ร้ายแรง จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 119 (4) ที่ศาลแรงงานภาค 2 พิพากษายกฟ้องมานั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ข้ออื่นของโจทก์ต่อไปเพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลง

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
รย359/2552
primary_red_case_no
รย671/2553
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000335.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ร.1210/2553
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2557