คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12711/2558 ฉบับเต็ม

#591877
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12711/2558 บริษัทเงินทุน จีอี มันนี่ จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายประเสริฐ ตั้งตรงศักดิ์ จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 698, มาตรา 852 หนี้ตามสัญญาค้ำประกันเป็นหนี้อุปกรณ์ ผู้ค้ำประกันจะต้องรับผิดตามสัญญาค้ำประกันก็ต่อเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้เงินกู้ซึ่งเป็นหนี้ประธาน หรือยังมีหนี้ประธานที่ผู้ให้กู้ยังไม่ได้รับชำระหนี้ การที่โจทก์ฟ้อง บ. ให้รับผิดชำระหนี้ตามสัญญากู้ยืม แล้วทั้งสองฝ่ายทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันจนศาลพิพากษาตามยอมแล้ว ย่อมทำให้หนี้ประธานคือหนี้กู้ยืมระงับ เกิดเป็นหนี้ใหม่ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ เมื่อหนี้กู้ยืมระงับ จึงไม่มีหนี้ที่จำเลยในฐานะผู้ค้ำประกันจะต้องรับผิดอีก จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดตามสัญญาค้ำประกันต่อโจทก์ (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 9/2558) ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 10,173,654.84 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 21 ต่อปี ของต้นเงิน 5,679,232.08 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า ให้จำเลยชำระเงิน 10,173,654.84 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 18 ต่อปี จากต้นเงิน 5,679,232.08 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (วันที่ 27 ธันวาคม 2547) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า สืบเนื่องมาจากนายบุญเต็ม ได้กู้เงินโจทก์โดยออกตั๋วสัญญาใช้เงินเพื่อเป็นประกันการชำระหนี้ โดยมีจำเลยทำสัญญาค้ำประกันยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมและจะชำระหนี้ต้นเงินภายในวงเงิน 5,000,000 บาท ต่อมานายบุญเต็มผิดสัญญา โจทก์ได้ฟ้องนายบุญเต็มต่อศาลแพ่ง โจทก์กับนายบุญเต็มทำสัญญาประนีประนอมยอมความและศาลได้มีคำพิพากษาตามยอม จากนั้นนายบุญเต็มชำระหนี้ให้โจทก์เพียงบางส่วนตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2543 ถึงวันที่ 5 กันยายน 2545 รวม 861,024.29 บาท แล้วไม่ชำระอีก โจทก์จึงฟ้องจำเลยในฐานะผู้ค้ำประกันเป็นคดีนี้ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยต้องรับผิดตามสัญญาค้ำประกันใช้เงินแก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือไม่ เห็นว่า หนี้ตามสัญญาค้ำประกันเป็นหนี้อุปกรณ์ ผู้ค้ำประกันจะต้องรับผิดตามสัญญาค้ำประกันก็ต่อเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้เงินกู้ซึ่งเป็นหนี้ประธาน หรือยังมีหนี้ประธานที่ผู้ให้กู้ยังไม่ได้รับชำระหนี้ กล่าวคือยังคงมีหนี้ประธานอยู่ การที่โจทก์ได้ยื่นฟ้องนายบุญเต็มให้รับผิดชำระหนี้ตามสัญญากู้ยืมซึ่งเป็นหนี้ประธาน โจทก์กับนายบุญเต็มทำสัญญาประนีประนอมยอมความและศาลพิพากษาตามยอมแล้ว ย่อมทำให้หนี้ประธานคือหนี้กู้ยืมระงับ เกิดเป็นหนี้ใหม่ตามสัญญาประนีประนอมยอมความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 852 เมื่อหนี้กู้ยืมเงินซึ่งเป็นหนี้ประธานระงับ จึงไม่มีหนี้ที่จำเลยในฐานะผู้ค้ำประกันจะต้องรับผิดอีก จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดตามสัญญาค้ำประกันที่จะต้องใช้เงินแก่โจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 698 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยรับผิดใช้เงินแก่โจทก์ ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น พิพากษากลับให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ (พิศิฏฐ์ สุดลาภา-พรเทพ อัมพรกลิ่นแก้ว-จิรนิติ หะวานนท์) ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายศุภกฤษฎิ์ สามิบัติ ศาลอุทธรณ์ - นายวิชาญ กาญจนะ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.3105/2553 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ10209/2547 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ10608/2548 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
591877
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่งกรุงเทพใต้",
        "judge": "นายศุภกฤษฎิ์ สามิบัติ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายวิชาญ กาญจนะ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081968088"
    }
}
date
2558
deka_no
12711/2558
deka_running_no
12711
deka_year
2558
department
แผนก
judges
[
    "พิศิฏฐ์ สุดลาภา",
    "พรเทพ อัมพรกลิ่นแก้ว",
    "จิรนิติ หะวานนท์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 698",
            "ม. 852"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทเงินทุน จีอี มันนี่ จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายประเสริฐ ตั้งตรงศักดิ์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 10,173,654.84 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 21 ต่อปี ของต้นเงิน 5,679,232.08 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า ให้จำเลยชำระเงิน 10,173,654.84 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 18 ต่อปี จากต้นเงิน 5,679,232.08 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (วันที่ 27 ธันวาคม 2547) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า สืบเนื่องมาจากนายบุญเต็ม ได้กู้เงินโจทก์โดยออกตั๋วสัญญาใช้เงินเพื่อเป็นประกันการชำระหนี้ โดยมีจำเลยทำสัญญาค้ำประกันยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมและจะชำระหนี้ต้นเงินภายในวงเงิน 5,000,000 บาท ต่อมานายบุญเต็มผิดสัญญา โจทก์ได้ฟ้องนายบุญเต็มต่อศาลแพ่ง โจทก์กับนายบุญเต็มทำสัญญาประนีประนอมยอมความและศาลได้มีคำพิพากษาตามยอม จากนั้นนายบุญเต็มชำระหนี้ให้โจทก์เพียงบางส่วนตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2543 ถึงวันที่ 5 กันยายน 2545 รวม 861,024.29 บาท แล้วไม่ชำระอีก โจทก์จึงฟ้องจำเลยในฐานะผู้ค้ำประกันเป็นคดีนี้ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยต้องรับผิดตามสัญญาค้ำประกันใช้เงินแก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือไม่ เห็นว่า หนี้ตามสัญญาค้ำประกันเป็นหนี้อุปกรณ์ ผู้ค้ำประกันจะต้องรับผิดตามสัญญาค้ำประกันก็ต่อเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้เงินกู้ซึ่งเป็นหนี้ประธาน หรือยังมีหนี้ประธานที่ผู้ให้กู้ยังไม่ได้รับชำระหนี้ กล่าวคือยังคงมีหนี้ประธานอยู่ การที่โจทก์ได้ยื่นฟ้องนายบุญเต็มให้รับผิดชำระหนี้ตามสัญญากู้ยืมซึ่งเป็นหนี้ประธาน โจทก์กับนายบุญเต็มทำสัญญาประนีประนอมยอมความและศาลพิพากษาตามยอมแล้ว ย่อมทำให้หนี้ประธานคือหนี้กู้ยืมระงับ เกิดเป็นหนี้ใหม่ตามสัญญาประนีประนอมยอมความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 852 เมื่อหนี้กู้ยืมเงินซึ่งเป็นหนี้ประธานระงับ จึงไม่มีหนี้ที่จำเลยในฐานะผู้ค้ำประกันจะต้องรับผิดอีก จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดตามสัญญาค้ำประกันที่จะต้องใช้เงินแก่โจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 698 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยรับผิดใช้เงินแก่โจทก์ ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น

พิพากษากลับให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ10209/2547
primary_red_case_no
พ10608/2548
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000254.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.3105/2553
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558