คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13989/2558 ฉบับเต็ม

#591885
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13989/2558 นายพศิน หมอกยา โจทก์ กรมสรรพากร จำเลย พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 22 (3) โจกท์ฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามหนังสือแจ้งการประเมิน 6 ฉบับ และเพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์การประเมินดังกล่าว กรณีจึงพิพาทกันเกี่ยวกับทรัพย์สินของโจทก์ ฉะนั้น เมื่อขณะโจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้โจทก์เป็นบุคคลล้มละลาย อำนาจในการฟ้องร้องคดีย่อมเป็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 22 (3) แม้โจทก์ได้ยื่นคำร้องขอให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฟ้องคดีแทนโจทก์แล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งไม่ดำเนินการฟ้องคดีแทนโจทก์ ก็ไม่ทำให้อำนาจฟ้องคดีของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เปลี่ยนแปลงไป โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องคดีและยื่นคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลได้ด้วยตนเอง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีภาษี 2547(ครึ่งปี) ปีภาษี 2547 ปีภาษี 2548 (ครึ่งปี) ปีภาษี 2548 ปีภาษี 2549 (ครึ่งปี) ปีภาษี 2549 ตามหนังสือแจ้งการประเมินเลขที่ ภงด.12 - 08500190 - 25550221 - 001 - 00023 ถึง 00028 รวม 6 ฉบับ และเพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ เลขที่ สภ.2/อธ.3/1.1 - 1.6/3/2557 ระหว่างการไต่สวนคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งว่า โจทก์เป็นบุคคลล้มละลาย อำนาจในการฟ้องร้องหรือต่อสู้คดีย่อมเป็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวตามมาตรา 22 (3) แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 โจทก์จึงไม่อาจยื่นคำฟ้องและคำร้องในคดีนี้ได้ จึงให้เพิกถอนคำสั่งเดิมที่รับคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล และมีคำสั่งใหม่ว่าไม่รับคำร้อง และด้วยเหตุที่โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องร้องคดีนี้ จึงมีคำสั่งไม่รับฟ้องด้วย โจทก์อุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเป็นยุติตามที่ทนายโจทก์และทนายจำเลยแถลงรับข้อเท็จจริงในวันนัดไต่สวนคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลว่า ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดโจทก์ในวันที่ 30 เมษายน 2555 และพิพากษาให้โจทก์ล้มละลายในวันที่ 27 พฤษภาคม 2556 และโจทก์ยื่นคำร้องขอให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดำเนินคดีนี้แทนโจทก์แล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งไม่ดำเนินคดีแทนโจทก์ ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรเห็นสมควรวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายตามอุทธรณ์ของโจทก์เสียก่อนว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องคดีหรือไม่ โดยโจทก์อุทธรณ์ว่า โจทก์เป็นผู้เสียหายคดีนี้ แม้มีกฎหมายบัญญัติว่าโจทก์ไม่มีอำนาจเกี่ยวกับการจัดการทรัพย์สินของโจทก์ แต่เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ซึ่งมิใช่ผู้เสียหายในคดีนี้มีคำสั่งไม่ดำเนินคดีแทนโจทก์ ทั้งโจทก์ไม่มีโอกาสที่จะยื่นคำร้องขอให้ศาลล้มละลายกลางพิพากษาเพิกถอนการประเมินภาษีได้ โจทก์ชอบที่จะยื่นคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลและยื่นฟ้องคดีนี้ได้นั้น เห็นว่า พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 22 บัญญัติว่า "เมื่อศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้แล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวมีอำนาจดังต่อไปนี้... (3) ประนีประนอมยอมความ หรือฟ้องร้อง หรือต่อสู้คดีใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้" ข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามหนังสือแจ้งการประเมิน 6 ฉบับ ที่ให้โจทก์ชำระค่าภาษีรวม 245,627,310 บาท และเพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์การประเมินดังกล่าว กรณีจึงพิพาทกันเกี่ยวกับทรัพย์สินของโจทก์ ฉะนั้น เมื่อขณะโจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้ในวันที่ 1 เมษายน 2557 โจทก์เป็นบุคคลล้มละลาย อำนาจในการฟ้องร้องคดีย่อมเป็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 22 (3) แม้โจทก์ได้ยื่นคำร้องขอให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขอให้ฟ้องคดีแทนโจทก์แล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งไม่ดำเนินการฟ้องคดีแทนโจทก์ ก็ไม่ทำให้อำนาจฟ้องคดีของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เปลี่ยนแปลงไป โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องคดีและยื่นคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลได้ด้วยตนเอง คำสั่งของศาลภาษีอากรกลางที่ไม่รับฟ้องของโจทก์และไม่รับคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ข้ออื่นของโจทก์เพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไป พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ (นิพันธ์ ช่วยสกุล-ไสลเกษ วัฒนพันธุ์-โสฬส สุวรรณเนตร์) ศาลภาษีอากรกลาง - นายเฉลิมพล นาคสุวรรณ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก ภาษีอากร หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ภษ.70/2557 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ51/2557 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ134/2557 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
591885
courts
[
    {
        "court": "ศาลภาษีอากรกลาง",
        "judge": "นายเฉลิมพล นาคสุวรรณ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081967185"
    }
}
date
2558
deka_no
13989/2558
deka_running_no
13989
deka_year
2558
department
ภาษีอากร
judges
[
    "นิพันธ์ ช่วยสกุล",
    "ไสลเกษ วัฒนพันธุ์",
    "โสฬส สุวรรณเนตร์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "sections": [
            "ม. 22 (3)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายพศิน หมอกยา"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "กรมสรรพากร"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีภาษี 2547(ครึ่งปี) ปีภาษี 2547 ปีภาษี 2548 (ครึ่งปี) ปีภาษี 2548 ปีภาษี 2549 (ครึ่งปี) ปีภาษี 2549 ตามหนังสือแจ้งการประเมินเลขที่ ภงด.12 - 08500190 - 25550221 - 001 - 00023 ถึง 00028 รวม 6 ฉบับ และเพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ เลขที่ สภ.2/อธ.3/1.1 - 1.6/3/2557

ระหว่างการไต่สวนคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งว่า โจทก์เป็นบุคคลล้มละลาย อำนาจในการฟ้องร้องหรือต่อสู้คดีย่อมเป็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวตามมาตรา 22 (3) แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 โจทก์จึงไม่อาจยื่นคำฟ้องและคำร้องในคดีนี้ได้ จึงให้เพิกถอนคำสั่งเดิมที่รับคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล และมีคำสั่งใหม่ว่าไม่รับคำร้อง และด้วยเหตุที่โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องร้องคดีนี้ จึงมีคำสั่งไม่รับฟ้องด้วย

โจทก์อุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเป็นยุติตามที่ทนายโจทก์และทนายจำเลยแถลงรับข้อเท็จจริงในวันนัดไต่สวนคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลว่า ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดโจทก์ในวันที่ 30 เมษายน 2555 และพิพากษาให้โจทก์ล้มละลายในวันที่ 27 พฤษภาคม 2556 และโจทก์ยื่นคำร้องขอให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดำเนินคดีนี้แทนโจทก์แล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งไม่ดำเนินคดีแทนโจทก์ ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรเห็นสมควรวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายตามอุทธรณ์ของโจทก์เสียก่อนว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องคดีหรือไม่ โดยโจทก์อุทธรณ์ว่า โจทก์เป็นผู้เสียหายคดีนี้ แม้มีกฎหมายบัญญัติว่าโจทก์ไม่มีอำนาจเกี่ยวกับการจัดการทรัพย์สินของโจทก์ แต่เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ซึ่งมิใช่ผู้เสียหายในคดีนี้มีคำสั่งไม่ดำเนินคดีแทนโจทก์ ทั้งโจทก์ไม่มีโอกาสที่จะยื่นคำร้องขอให้ศาลล้มละลายกลางพิพากษาเพิกถอนการประเมินภาษีได้ โจทก์ชอบที่จะยื่นคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลและยื่นฟ้องคดีนี้ได้นั้น เห็นว่า พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 22 บัญญัติว่า "เมื่อศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้แล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวมีอำนาจดังต่อไปนี้... (3) ประนีประนอมยอมความ หรือฟ้องร้อง หรือต่อสู้คดีใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้" ข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามหนังสือแจ้งการประเมิน 6 ฉบับ ที่ให้โจทก์ชำระค่าภาษีรวม 245,627,310 บาท และเพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์การประเมินดังกล่าว กรณีจึงพิพาทกันเกี่ยวกับทรัพย์สินของโจทก์ ฉะนั้น เมื่อขณะโจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้ในวันที่ 1 เมษายน 2557 โจทก์เป็นบุคคลล้มละลาย อำนาจในการฟ้องร้องคดีย่อมเป็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 22 (3) แม้โจทก์ได้ยื่นคำร้องขอให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขอให้ฟ้องคดีแทนโจทก์แล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งไม่ดำเนินการฟ้องคดีแทนโจทก์ ก็ไม่ทำให้อำนาจฟ้องคดีของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เปลี่ยนแปลงไป โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องคดีและยื่นคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลได้ด้วยตนเอง คำสั่งของศาลภาษีอากรกลางที่ไม่รับฟ้องของโจทก์และไม่รับคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ข้ออื่นของโจทก์เพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไป

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ51/2557
primary_red_case_no
พ134/2557
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000246.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ภษ.70/2557
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558