คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 453/2559 ฉบับเต็ม

#592022
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 453/2559 บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ แปซิฟิคไฟแนนซ์ จำกัด (มหาชน) โดยเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้ดำเนินคดีแทน โจทก์ นายชัยชนะ แดงมีเชาวน์ โดยนายกฤษณะ แดงมีเชาว์ ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 180 ป.วิ.พ. มาตรา 180 เป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับการแก้ไขคำฟ้องหรือคำให้การ อันเป็นกระบวนพิจารณาในศาลชั้นต้น ซึ่งมีกำหนดเวลาไว้ว่าการขอแก้ไขต้องยื่นคำร้องก่อนวันชี้สองสถานหรือก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่าเจ็ดวันแต่ในชั้นอุทธรณ์และฎีกาไม่มีวันกำหนดดังกล่าว จึงไม่อาจนำ ป.วิ.พ. มาตรา 180 มาใช้บังคับในชั้นอุทธรณ์และฎีกาโดยอนุโลมได้ การที่จำเลยที่ 2 จะยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำแก้ฎีกา ไม่ว่าจะแก้ไขเพิ่มเติมในปัญหาข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมาย ก็ถือว่าเป็นการยื่นคำแก้ฎีกา ซึ่งจำเลยที่ 2 ต้องยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมในระยะเวลาแก้ฎีกา คดีนี้จำเลยที่ 2 ได้รับหมายส่งสำเนาฎีกาเพื่อให้แก้ฎีกาภายในสิบห้าวัน โดยวิธีปิดหมายเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2553 ครบกำหนดจำเลยที่ 2 แก้ฎีกาวันที่ 29 มิถุนายน 2553 และจำเลยที่ 2 ได้ยื่นคำแก้ฎีกาฉบับลงวันที่ 28 มิถุนายน 2553 ไว้แล้ว เมื่อจำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำแก้ฎีกาในวันที่ 22 สิงหาคม 2557 พ้นกำหนดแก้ฎีกาแล้ว จึงรับเป็นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำแก้ฎีกาของจำเลยที่ 2 ไม่ได้ ___________________________ คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จำเลยที่ 2 ได้รับสำเนาฎีกาโดยวิธีปิดหมายเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2553 และยื่นคำแก้ฏีกา ฉบับลงวันที่ 28 มิถุนายน 2553 แล้ว ต่อมาศาลชั้นต้นนัดฟังคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลฎีกา และคำสั่งศาลชั้นต้นวันที่ 26 สิงหาคม 2557 ในวันที่ 22 สิงหาคม 2557 จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำแก้ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฉบับลงวันที่ 28 มิถุนายน 2553 อ้างว่า เพิ่งตรวจพบเอกสารพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่า มีเหตุที่จะรับคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำแก้ฎีกาของจำเลยที่ 2 หรือไม่ เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 180 เป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับการแก้ไขคำฟ้องหรือคำให้การ อันเป็นกระบวนพิจารณาในศาลชั้นต้น ซึ่งมีกำหนดเวลาไว้ว่าการขอแก้ไขต้องยื่นคำร้องก่อนวันชี้สองสถานหรือก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่าเจ็ดวันแต่ในชั้นอุทธรณ์และฎีกาไม่มีวันกำหนดดังกล่าว จึงไม่อาจนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 180 มาใช้บังคับในชั้นอุทธรณ์และฎีกาโดยอนุโลมได้ดังนี้ การที่จำเลยที่ 2 จะยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำแก้ฎีกา ไม่ว่าจะแก้ไขเพิ่มเติมในปัญหาข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมาย ก็ถือว่าเป็นการยื่นคำแก้ฎีกา ซึ่งจำเลยที่ 2 ต้องยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมในระยะเวลาแก้ฎีกา คดีนี้จำเลยที่ 2 ได้รับหมายส่งสำเนาฎีกาเพื่อให้แก้ฎีกาภายในสิบห้าวัน โดยวิธีปิดหมายเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2553 ครบกำหนดจำเลยที่ 2 แก้ฎีกาวันที่ 29 มิถุนายน 2553 และจำเลยที่ 2 ได้ยื่นคำแก้ฎีกาฉบับลงวันที่ 28 มิถุนายน 2553 ไว้แล้ว เมื่อจำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำแก้ฎีกาในวันที่ 22 สิงหาคม 2557 พ้นกำหนดแก้ฎีกาแล้ว จึงรับเป็นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำแก้ฎีกาของจำเลยที่ 2 ไม่ได้ ที่ศาลล่างทั้งสองยกคำร้องของจำเลยที่ 2 ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ (สมศักดิ์ จันทรา-สรรทัศน์ เอี่ยมวรชัย-ธีระ เบญจรัศมีโรจน์) ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายสายัณห์ ลิมปกาญจน์เวช ศาลอุทธรณ์ - นายสุพิศ ปราณีตพลกรัง แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.3504/2558 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ10700/2542 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ11377/2545 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
592022
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่งกรุงเทพใต้",
        "judge": "นายสายัณห์ ลิมปกาญจน์เวช"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายสุพิศ ปราณีตพลกรัง"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081965546"
    }
}
date
2559
deka_no
453/2559
deka_running_no
453
deka_year
2559
department
แผนก
judges
[
    "สมศักดิ์ จันทรา",
    "สรรทัศน์ เอี่ยมวรชัย",
    "ธีระ เบญจรัศมีโรจน์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 180"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "",
        "name": "บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ แปซิฟิคไฟแนนซ์ จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "โดยเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้ดำเนินคดีแทน"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "นายชัยชนะ แดงมีเชาวน์ โดยนายกฤษณะ แดงมีเชาว์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จำเลยที่ 2 ได้รับสำเนาฎีกาโดยวิธีปิดหมายเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2553 และยื่นคำแก้ฏีกา ฉบับลงวันที่ 28 มิถุนายน 2553 แล้ว ต่อมาศาลชั้นต้นนัดฟังคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลฎีกา และคำสั่งศาลชั้นต้นวันที่ 26 สิงหาคม 2557 ในวันที่ 22 สิงหาคม 2557 จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำแก้ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฉบับลงวันที่ 28 มิถุนายน 2553 อ้างว่า เพิ่งตรวจพบเอกสารพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง

จำเลยที่ 2 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่า มีเหตุที่จะรับคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำแก้ฎีกาของจำเลยที่ 2 หรือไม่ เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 180 เป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับการแก้ไขคำฟ้องหรือคำให้การ อันเป็นกระบวนพิจารณาในศาลชั้นต้น ซึ่งมีกำหนดเวลาไว้ว่าการขอแก้ไขต้องยื่นคำร้องก่อนวันชี้สองสถานหรือก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่าเจ็ดวันแต่ในชั้นอุทธรณ์และฎีกาไม่มีวันกำหนดดังกล่าว จึงไม่อาจนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 180 มาใช้บังคับในชั้นอุทธรณ์และฎีกาโดยอนุโลมได้ดังนี้ การที่จำเลยที่ 2 จะยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำแก้ฎีกา ไม่ว่าจะแก้ไขเพิ่มเติมในปัญหาข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมาย ก็ถือว่าเป็นการยื่นคำแก้ฎีกา ซึ่งจำเลยที่ 2 ต้องยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมในระยะเวลาแก้ฎีกา คดีนี้จำเลยที่ 2 ได้รับหมายส่งสำเนาฎีกาเพื่อให้แก้ฎีกาภายในสิบห้าวัน โดยวิธีปิดหมายเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2553 ครบกำหนดจำเลยที่ 2 แก้ฎีกาวันที่ 29 มิถุนายน 2553 และจำเลยที่ 2 ได้ยื่นคำแก้ฎีกาฉบับลงวันที่ 28 มิถุนายน 2553 ไว้แล้ว เมื่อจำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำแก้ฎีกาในวันที่ 22 สิงหาคม 2557 พ้นกำหนดแก้ฎีกาแล้ว จึงรับเป็นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำแก้ฎีกาของจำเลยที่ 2 ไม่ได้ ที่ศาลล่างทั้งสองยกคำร้องของจำเลยที่ 2 ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ10700/2542
primary_red_case_no
พ11377/2545
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000232.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.3504/2558
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2559