คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15004/2558 ฉบับเต็ม

#592190
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15004/2558 พนักงานอัยการ สำนักอัยการจังหวัดพัทยา โจทก์ นายเจษฎา นิโครธานนท์ ผู้ประกัน นางแหม่มหรือนางสาวแหม่ม ศรีอภัย จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 116, มาตรา 118 ขณะที่พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรตำบลพัทยายื่นคำร้องขอฝากขังผู้ต้องหาที่ใช้ชื่อ ล. ผู้ประกันยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาดังกล่าวโดยมีประกัน ศาลชั้นต้นอนุญาต สัญญาประกันจึงมีผลสมบูรณ์ตลอดไปในระหว่างสอบสวน สัญญาประกันในคดีอาญาจะสิ้นสุดก็ต่อเมื่อคดีถึงที่สุด เว้นแต่มีการถอนสัญญาประกันหรือขอถอนหลักประกัน ผู้ต้องหาตาย ผิดสัญญาประกัน หรือศาลสั่งยกเลิกสัญญาประกัน ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 116 และมาตรา 118 ที่ผู้ประกันอ้างว่าทำสัญญาประกันไปโดยสำคัญผิดในตัวบุคคลนั้น เห็นว่า ผู้ประกันไม่ได้สำคัญผิดในตัวบุคคลเพราะผู้ประกันต้องการขอปล่อยชั่วคราวบุคคลที่ใช้ชื่อ ล. ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีที่พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรตำบลพัทยายื่นคำร้องขอฝากขัง การที่ผู้ประกันยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาดังกล่าวโดยมีประกัน และศาลชั้นต้นอนุญาตจึงเป็นการถูกต้องชอบด้วยกฎหมายแล้วว่า ศาลได้สั่งปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาที่ใช้ชื่อ ล. โดยมีประกันตรงตามเจตนาของผู้ประกัน หาใช่ผู้ประกันสำคัญผิดในตัวบุคคลไม่ สัญญาประกันที่ผู้ประกันทำต่อศาลชั้นต้นจึงมีผลสมบูรณ์ เมื่อผู้ประกันผิดสัญญาประกันไม่ส่งตัวผู้ต้องหาดังกล่าวตามกำหนดนัด จึงต้องรับผิดตามสัญญาประกัน ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2549 พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรตำบลพัทยา ยื่นคำร้องฝากขังนางสาวลัดดาเป็นผู้ต้องหา กล่าวหาว่ากระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ระหว่างสอบสวนผู้ประกันยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวนางสาวลัดดา ศาลชั้นต้นอนุญาตตีราคา 1,000,000 บาท ต่อมาผู้ประกันผิดสัญญาประกัน ศาลชั้นต้นสั่งปรับผู้ประกันเต็มตามสัญญา วันที่ 10 พฤศจิกายน 2549 โจทก์ฟ้องนางสาวลัดดาเป็นจำเลย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 102 ระหว่างนั้นผู้ประกันไม่นำเงินมาชำระค่าปรับ ศาลชั้นต้นตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 14974 ตำบลเม็งราย อำเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย ของผู้ประกันออกขายทอดตลาด ต่อมาวันที่ 24 มิถุนายน 2553 เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมนางสาวลัดดาได้และนำตัวส่งศาลชั้นต้น นางสาวลัดดายื่นคำร้องว่าจำเลยในคดีนี้เป็นนางสาวแหม่ม น้องสาวนางสาวลัดดา เนื่องจากนางสาวแหม่มใช้บัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของนางสาวลัดดาเป็นเหตุให้เจ้าพนักงานตำรวจจับผิดตัว ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วเห็นว่า นางสาวลัดดาไม่ใช่จำเลยคดีนี้ จำเลยที่แท้จริงคือนางแหม่มหรือนางสาวแหม่ม ต่อมาโจทก์ขอแก้ฟ้องชื่อจำเลยเป็นนางแหม่มหรือนางสาวแหม่ม วันที่ 16 ตุลาคม 2557 ผู้ประกันยื่นคำร้องว่า ผู้ประกันมีเจตนาประกันตัวนางสาวลัดดา ไม่ได้เจตนาประกันตัวนางแหม่ม สัญญาประกันที่ทำไว้ต่อศาลจึงไม่มีผลผูกพันผู้ประกันอีกต่อไป การขายทอดตลาดทรัพย์หลักประกันจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดทรัพย์หลักประกันและคืนทรัพย์หลักประกันแก่ผู้ประกัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ผู้ประกันทำสัญญาประกันตัวจำเลยคดีนี้ ไม่ว่าจำเลยจะมีชื่อว่าอย่างไร ผู้ประกันก็ย่อมผูกพันตามสัญญาประกัน เมื่อยังไม่สามารถจับกุมจำเลยได้ จึงไม่มีเหตุของดการบังคับคดีหรือเพิกถอนการขายทอดตลาด ยกคำร้อง ผู้ประกันอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ผู้ประกันฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ประกันว่า มีเหตุที่จะงดขายทอดตลาดทรัพย์หลักประกันและคืนทรัพย์หลักประกันให้แก่ผู้ประกันหรือไม่ โดยผู้ประกันฎีกาว่า ผู้ประกันเข้าใจว่าได้ขอประกันตัวนางสาวลัดดา เมื่อนางสาวลัดดาไม่ได้เป็นผู้ต้องหาที่กระทำความผิดต้องถือว่าผู้ประกันสำคัญผิดในตัวบุคคลซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรม มีผลทำให้สัญญาประกันตกเป็นโมฆะไม่มีผลตามกฎหมาย ผู้ประกันจึงไม่ต้องรับผิดนั้น เห็นว่า ขณะที่พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรตำบลพัทยา ยื่นคำร้องขอฝากขังผู้ต้องหาที่ใช้ชื่อนางสาวลัดดา ผู้ประกันยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาดังกล่าวโดยมีประกัน ศาลชั้นต้นอนุญาต สัญญาประกันดังกล่าวจึงมีผลสมบูรณ์ตลอดไปในระหว่างสอบสวน สัญญาประกันในคดีอาญาจะสิ้นสุดก็ต่อเมื่อคดีถึงที่สุด เว้นแต่มีการถอนสัญญาประกันหรือขอถอนหลักประกัน ผู้ต้องหาตาย ผิดสัญญาประกัน หรือศาลสั่งยกเลิกสัญญาประกัน ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 116 และมาตรา 118 ที่ผู้ประกันอ้างว่าทำสัญญาประกันไปโดยสำคัญผิดในตัวบุคคลนั้น เห็นว่า ผู้ประกันไม่ได้สำคัญผิดในตัวบุคคลเพราะผู้ประกันต้องการขอปล่อยชั่วคราวบุคคลที่ใช้ชื่อนางสาวลัดดา ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีที่พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรตำบลพัทยายื่นคำร้องขอฝากขัง การที่ผู้ประกันยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาดังกล่าวโดยมีประกันและศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตจึงเป็นการถูกต้องชอบด้วยกฎหมายแล้วว่า ศาลได้สั่งปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาที่ใช้ชื่อนางสาวลัดดาโดยมีประกันตรงตามเจตนาของผู้ประกัน หาใช่ผู้ประกันสำคัญผิดในตัวบุคคลที่ผู้ประกันกล่าวอ้างไม่ สัญญาประกันที่ผู้ประกันทำต่อศาลชั้นต้นจึงมีผลสมบูรณ์ เมื่อผู้ประกันผิดสัญญาประกันไม่ส่งตัวผู้ต้องหาดังกล่าวตามกำหนดนัด จึงต้องรับผิดตามสัญญาประกัน กรณีจึงไม่มีเหตุที่จะงดการขายทอดตลาดทรัพย์หลักประกันและคืนทรัพย์หลักประกันให้แก่ผู้ประกัน ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ประกันฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (ปกรณ์ มหรรณพ-วิวรรต นิ่มละมัย-นุจรินทร์ จันทร์พรายศรี) ศาลจังหวัดพัทยา - นายเอกพงษ์ ช้อนสวัสดิ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายธวัชชัย รัตนเหลี่ยม แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.3322/2558 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ5676/2549 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ5608/2549 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
592190
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดพัทยา",
        "judge": "นายเอกพงษ์ ช้อนสวัสดิ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 2",
        "judge": "นายธวัชชัย รัตนเหลี่ยม"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081966387"
    }
}
date
2558
deka_no
15004/2558
deka_running_no
15004
deka_year
2558
department
แผนก
judges
[
    "ปกรณ์ มหรรณพ",
    "วิวรรต นิ่มละมัย",
    "นุจรินทร์ จันทร์พรายศรี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 116",
            "ม. 118"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักอัยการจังหวัดพัทยา"
    },
    {
        "role": "ผู้ประกัน",
        "name": "นายเจษฎา นิโครธานนท์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางแหม่มหรือนางสาวแหม่ม ศรีอภัย"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2549 พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรตำบลพัทยา ยื่นคำร้องฝากขังนางสาวลัดดาเป็นผู้ต้องหา กล่าวหาว่ากระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ระหว่างสอบสวนผู้ประกันยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวนางสาวลัดดา ศาลชั้นต้นอนุญาตตีราคา 1,000,000 บาท ต่อมาผู้ประกันผิดสัญญาประกัน ศาลชั้นต้นสั่งปรับผู้ประกันเต็มตามสัญญา วันที่ 10 พฤศจิกายน 2549 โจทก์ฟ้องนางสาวลัดดาเป็นจำเลย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 102 ระหว่างนั้นผู้ประกันไม่นำเงินมาชำระค่าปรับ ศาลชั้นต้นตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 14974 ตำบลเม็งราย อำเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย ของผู้ประกันออกขายทอดตลาด ต่อมาวันที่ 24 มิถุนายน 2553 เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมนางสาวลัดดาได้และนำตัวส่งศาลชั้นต้น นางสาวลัดดายื่นคำร้องว่าจำเลยในคดีนี้เป็นนางสาวแหม่ม น้องสาวนางสาวลัดดา เนื่องจากนางสาวแหม่มใช้บัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของนางสาวลัดดาเป็นเหตุให้เจ้าพนักงานตำรวจจับผิดตัว ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วเห็นว่า นางสาวลัดดาไม่ใช่จำเลยคดีนี้ จำเลยที่แท้จริงคือนางแหม่มหรือนางสาวแหม่ม ต่อมาโจทก์ขอแก้ฟ้องชื่อจำเลยเป็นนางแหม่มหรือนางสาวแหม่ม วันที่ 16 ตุลาคม 2557 ผู้ประกันยื่นคำร้องว่า ผู้ประกันมีเจตนาประกันตัวนางสาวลัดดา ไม่ได้เจตนาประกันตัวนางแหม่ม สัญญาประกันที่ทำไว้ต่อศาลจึงไม่มีผลผูกพันผู้ประกันอีกต่อไป การขายทอดตลาดทรัพย์หลักประกันจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดทรัพย์หลักประกันและคืนทรัพย์หลักประกันแก่ผู้ประกัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ผู้ประกันทำสัญญาประกันตัวจำเลยคดีนี้ ไม่ว่าจำเลยจะมีชื่อว่าอย่างไร ผู้ประกันก็ย่อมผูกพันตามสัญญาประกัน เมื่อยังไม่สามารถจับกุมจำเลยได้ จึงไม่มีเหตุของดการบังคับคดีหรือเพิกถอนการขายทอดตลาด ยกคำร้อง

ผู้ประกันอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน

ผู้ประกันฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ประกันว่า มีเหตุที่จะงดขายทอดตลาดทรัพย์หลักประกันและคืนทรัพย์หลักประกันให้แก่ผู้ประกันหรือไม่ โดยผู้ประกันฎีกาว่า ผู้ประกันเข้าใจว่าได้ขอประกันตัวนางสาวลัดดา เมื่อนางสาวลัดดาไม่ได้เป็นผู้ต้องหาที่กระทำความผิดต้องถือว่าผู้ประกันสำคัญผิดในตัวบุคคลซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรม มีผลทำให้สัญญาประกันตกเป็นโมฆะไม่มีผลตามกฎหมาย ผู้ประกันจึงไม่ต้องรับผิดนั้น เห็นว่า ขณะที่พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรตำบลพัทยา ยื่นคำร้องขอฝากขังผู้ต้องหาที่ใช้ชื่อนางสาวลัดดา ผู้ประกันยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาดังกล่าวโดยมีประกัน ศาลชั้นต้นอนุญาต สัญญาประกันดังกล่าวจึงมีผลสมบูรณ์ตลอดไปในระหว่างสอบสวน สัญญาประกันในคดีอาญาจะสิ้นสุดก็ต่อเมื่อคดีถึงที่สุด เว้นแต่มีการถอนสัญญาประกันหรือขอถอนหลักประกัน ผู้ต้องหาตาย ผิดสัญญาประกัน หรือศาลสั่งยกเลิกสัญญาประกัน ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 116 และมาตรา 118 ที่ผู้ประกันอ้างว่าทำสัญญาประกันไปโดยสำคัญผิดในตัวบุคคลนั้น เห็นว่า ผู้ประกันไม่ได้สำคัญผิดในตัวบุคคลเพราะผู้ประกันต้องการขอปล่อยชั่วคราวบุคคลที่ใช้ชื่อนางสาวลัดดา ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีที่พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรตำบลพัทยายื่นคำร้องขอฝากขัง การที่ผู้ประกันยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาดังกล่าวโดยมีประกันและศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตจึงเป็นการถูกต้องชอบด้วยกฎหมายแล้วว่า ศาลได้สั่งปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาที่ใช้ชื่อนางสาวลัดดาโดยมีประกันตรงตามเจตนาของผู้ประกัน หาใช่ผู้ประกันสำคัญผิดในตัวบุคคลที่ผู้ประกันกล่าวอ้างไม่ สัญญาประกันที่ผู้ประกันทำต่อศาลชั้นต้นจึงมีผลสมบูรณ์ เมื่อผู้ประกันผิดสัญญาประกันไม่ส่งตัวผู้ต้องหาดังกล่าวตามกำหนดนัด จึงต้องรับผิดตามสัญญาประกัน กรณีจึงไม่มีเหตุที่จะงดการขายทอดตลาดทรัพย์หลักประกันและคืนทรัพย์หลักประกันให้แก่ผู้ประกัน ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ประกันฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ5676/2549
primary_red_case_no
อ5608/2549
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000239.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.3322/2558
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558