คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16477/2557 ฉบับเต็ม

#592937
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16477/2557 นางจุไร แจ้งจรรยา โจทก์ นายสม ปริยวัต จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 516 จำเลยเป็นผู้ประมูลซื้อที่ดินพิพาทจากการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดี แต่ละเลยไม่ใช้ราคาส่วนที่เหลือ ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดีเอาที่ดินพิพาทออกขายทอดตลาดซ้ำ ได้เงินจำนวนสุทธิไม่คุ้มราคาและค่าขายทอดตลาด จำเลยต้องรับผิดในส่วนที่ขาดตาม ป.พ.พ. มาตรา 516 ที่จำเลยอ้างว่าไม่ต้องรับผิดเนื่องจากโจทก์และ ช. สมคบกันให้โจทก์ประมูลซื้อที่ดินพิพาทนั้น จำเลยมีเพียงตนเองเบิกความลอย ๆ และ ช. ก็มิได้เบิกความถึงข้อที่จำเลยอ้าง จึงฟังไม่ได้ว่าโจทก์และ ช. สมคบกันให้โจทก์ประมูลซื้อที่ดินพิพาทในราคาต่ำ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 560,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 535,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้ชำระค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยต้องรับผิดส่วนต่างของราคาดังกล่าวแก่โจทก์ตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยหรือไม่ เห็นว่า จำเลยเป็นผู้ประมูลซื้อที่ดินพิพาทได้จากการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดี แต่ละเลยไม่ใช้ราคาส่วนที่เหลือ ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดีเอาที่ดินพิพาทออกขายทอดตลาดซ้ำ ได้เงินเป็นจำนวนสุทธิไม่คุ้มราคาและค่าขายทอดตลาดชั้นเดิม จำเลยจึงต้องรับผิดในส่วนที่ขาดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 516 ที่จำเลยอ้างว่าจำเลยไม่จำต้องรับผิดส่วนต่างของราคาดังกล่าว เนื่องจากโจทก์และนายชัยเอกสมคบกันให้โจทก์ประมูลซื้อที่ดินพิพาทนั้น ในข้อนี้คงมีจำเลยอ้างตนเองเบิกความลอย ๆ แม้จำเลยนำนายชัยเอกมาเบิกความเป็นพยาน แต่นายชัยเอกกลับมิได้เบิกความถึงข้อที่จำเลยอ้างดังกล่าว จึงฟังไม่ได้ว่าโจทก์และนายชัยเอกสมคบกันให้โจทก์ประมูลซื้อที่ดินพิพาทในราคาต่ำ ส่วนที่จำเลยอ้างว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดที่ดินพิพาทให้โจทก์โดยไม่ชอบ จำเลยและนางสินได้ร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดแล้วนั้น เห็นว่า ผลคดีข้อนี้ยังไม่ถึงที่สุด แต่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 นำผลคดีที่จำเลยและนางสินร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดที่ยังไม่ถึงที่สุดมาวินิจฉัยให้จำเลยไม่ต้องรับผิดและพิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยประมูลซื้อทรัพย์พิพาทได้จากการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดี แต่ละเลยไม่ชำระราคาส่วนที่เหลือ จนเจ้าพนักงานบังคับคดีนำที่ดินพิพาทออกขายทอดตลาดซ้ำและโจทก์ประมูลซื้อได้ในราคา 690,000 บาท ซึ่งไม่คุ้มกับราคาเดิมโดยได้ความตามที่นางสาวศรัณย์ภัทร นิติกรสำนักงานบังคับคดีจังหวัดสมุทรปราการ เบิกความเป็นพยานจำเลยว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีได้มีหมายแจ้งให้จำเลยทราบแล้วว่าหากมีการนำที่ดินพิพาทออกขายทอดตลาดซ้ำได้ราคาไม่คุ้มกับราคาเดิม จำเลยจะต้องรับผิดราคาส่วนที่ขาด และยืนยันว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดที่พิพาทให้โจทก์ถูกต้องตามระเบียบของกรมบังคับคดี จำเลยจึงต้องรับผิดชำระส่วนต่างอันเนื่องมาจากการที่จำเลยประมูลซื้อที่ดินพิพาทได้แล้วละเลยไม่ยอมชำระราคาส่วนที่เหลือ จนเจ้าพนักงานบังคับคดีต้องนำที่ดินพิพาทออกขายทอดตลาดซ้ำตาม มาตรา 516 ดังกล่าวแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้น ยังไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (สมชาติ ธัญญาวินิชกุล-ธีระพงศ์ จิระภาค-สมจิตร์ ทองศรี) ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายกิติพงศ์ เกษสมบูรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายสุนทร นาเนกรังสรรค์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.2999/2556 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ265/2554 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ4/2555 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
592937
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสมุทรปราการ",
        "judge": "นายกิติพงศ์ เกษสมบูรณ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นายสุนทร นาเนกรังสรรค์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081974859"
    }
}
date
2557
deka_no
16477/2557
deka_running_no
16477
deka_year
2557
department
แผนก
judges
[
    "สมชาติ ธัญญาวินิชกุล",
    "ธีระพงศ์ จิระภาค",
    "สมจิตร์ ทองศรี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 516"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางจุไร แจ้งจรรยา"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสม ปริยวัต"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 560,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 535,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้ชำระค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยต้องรับผิดส่วนต่างของราคาดังกล่าวแก่โจทก์ตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยหรือไม่ เห็นว่า จำเลยเป็นผู้ประมูลซื้อที่ดินพิพาทได้จากการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดี แต่ละเลยไม่ใช้ราคาส่วนที่เหลือ ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดีเอาที่ดินพิพาทออกขายทอดตลาดซ้ำ ได้เงินเป็นจำนวนสุทธิไม่คุ้มราคาและค่าขายทอดตลาดชั้นเดิม จำเลยจึงต้องรับผิดในส่วนที่ขาดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 516 ที่จำเลยอ้างว่าจำเลยไม่จำต้องรับผิดส่วนต่างของราคาดังกล่าว เนื่องจากโจทก์และนายชัยเอกสมคบกันให้โจทก์ประมูลซื้อที่ดินพิพาทนั้น ในข้อนี้คงมีจำเลยอ้างตนเองเบิกความลอย ๆ แม้จำเลยนำนายชัยเอกมาเบิกความเป็นพยาน แต่นายชัยเอกกลับมิได้เบิกความถึงข้อที่จำเลยอ้างดังกล่าว จึงฟังไม่ได้ว่าโจทก์และนายชัยเอกสมคบกันให้โจทก์ประมูลซื้อที่ดินพิพาทในราคาต่ำ ส่วนที่จำเลยอ้างว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดที่ดินพิพาทให้โจทก์โดยไม่ชอบ จำเลยและนางสินได้ร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดแล้วนั้น เห็นว่า ผลคดีข้อนี้ยังไม่ถึงที่สุด แต่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 นำผลคดีที่จำเลยและนางสินร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดที่ยังไม่ถึงที่สุดมาวินิจฉัยให้จำเลยไม่ต้องรับผิดและพิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยประมูลซื้อทรัพย์พิพาทได้จากการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดี แต่ละเลยไม่ชำระราคาส่วนที่เหลือ จนเจ้าพนักงานบังคับคดีนำที่ดินพิพาทออกขายทอดตลาดซ้ำและโจทก์ประมูลซื้อได้ในราคา 690,000 บาท ซึ่งไม่คุ้มกับราคาเดิมโดยได้ความตามที่นางสาวศรัณย์ภัทร นิติกรสำนักงานบังคับคดีจังหวัดสมุทรปราการ เบิกความเป็นพยานจำเลยว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีได้มีหมายแจ้งให้จำเลยทราบแล้วว่าหากมีการนำที่ดินพิพาทออกขายทอดตลาดซ้ำได้ราคาไม่คุ้มกับราคาเดิม จำเลยจะต้องรับผิดราคาส่วนที่ขาด และยืนยันว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดที่พิพาทให้โจทก์ถูกต้องตามระเบียบของกรมบังคับคดี จำเลยจึงต้องรับผิดชำระส่วนต่างอันเนื่องมาจากการที่จำเลยประมูลซื้อที่ดินพิพาทได้แล้วละเลยไม่ยอมชำระราคาส่วนที่เหลือ จนเจ้าพนักงานบังคับคดีต้องนำที่ดินพิพาทออกขายทอดตลาดซ้ำตาม มาตรา 516 ดังกล่าวแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้น ยังไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น

พิพากษากลับว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
พ265/2554
primary_red_case_no
พ4/2555
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000313.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.2999/2556
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2557