คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13073/2558 ฉบับเต็ม

#592940
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13073/2558 บริษัทสยามพาณิชย์ลีสซิ่งจำกัด (มหาชน) หรือ บริษัทไทยพาณิชย์ลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายวณัฐพงศ์หรือทศพร กอใจประเสริฐ กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 349 วรรคแรก, มาตรา 350 เมื่อจำเลยทั้งสองขอโอนสิทธิตามสัญญาเช่าซื้อให้แก่บุคคลอื่น โจทก์ยอมรับคำขอของจำเลยทั้งสอง โดยเรียกค่าธรรมเนียมในการเปลี่ยนผู้เช่าซื้อและผู้ค้ำประกันจากจำเลยทั้งสอง พร้อมทั้งให้ผู้เช่าซื้อและผู้ค้ำประกันรายใหม่ลงลายมือชื่อเป็นผู้เช่าซื้อและผู้ค้ำประกัน เมื่อได้ความว่า โจทก์และจำเลยทั้งสองได้ตกลงทำสัญญาเปลี่ยนตัวลูกหนี้อันเป็นสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งหนี้ จึงเป็นการแปลงหนี้ใหม่ หนี้เดิมย่อมระงับ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 349 วรรคแรก และมาตรา 350 โจทก์ไม่อาจนำสัญญาเช่าซื้อและสัญญาค้ำประกันมาฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นคดีนี้ได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 365,860.73 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 10 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ให้การขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในชั้นฎีการับฟังเป็นยุติว่า จำเลยที่ 1 ทำสัญญาเช่าซื้อรถเก๋ง ยี่ห้อ บีเอ็มดับเบิลยู รุ่น 323 ไอเอ จากโจทก์ ในราคา 1,673,046.60 บาท ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อ 60 งวด งวดละ 29,836 บาท เริ่มชำระงวดแรกวันที่ 15 สิงหาคม 2547 งวดต่อไปทุกวันที่ 15 ของเดือนถัดไปจนกว่าจะครบ จำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม ในวันที่ 24 สิงหาคม 2548 จำเลยทั้งสองได้ยื่นคำขอต่อโจทก์ขอโอนสิทธิตามสัญญาเช่าซื้อให้แก่บริษัทโรลเลอร์เบส จำกัด และโอนสิทธิสัญญาค้ำประกันให้แก่นางลลนา โดยโจทก์เรียกค่าบริการงานทะเบียนค่าธรรมเนียมโอนเปลี่ยนผู้เช่าซื้อ รวม 3,060 บาท จากจำเลยทั้งสอง ต่อมาโจทก์มีหนังสือถึงจำเลยที่ 1 และบริษัทโรลเลอร์เบส จำกัด ขอยกเลิกการโอนสิทธิอ้างว่ามีการค้างชำระค่าเช่าซื้อ นางลลนานำรถที่เช่าซื้อมามอบคืนแก่โจทก์ โจทก์มีหนังสือบอกเลิกสัญญาไปยังจำเลยทั้งสองอ้างว่า จำเลยที่ 1 ชำระค่าเช่าซื้อเพียง 15 งวด ผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อตั้งแต่งวดที่ 16 ประจำวันที่ 15 พฤศจิกายน 2548 หลังจากนั้นโจทก์นำรถที่เช่าซื้อออกขายทอดตลาดได้เงิน 900,000 บาท มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองให้รับผิดตามสัญญาเช่าซื้อและสัญญาค้ำประกันหรือไม่ เห็นว่า เมื่อจำเลยทั้งสองขอโอนสิทธิตามสัญญาเช่าซื้อให้แก่บุคคลอื่น โจทก์ยอมรับคำขอของจำเลยทั้งสอง โดยเรียกค่าธรรมเนียมในการเปลี่ยนผู้เช่าซื้อและผู้ค้ำประกันจากจำเลยทั้งสอง พร้อมทั้งให้ผู้เช่าซื้อและผู้ค้ำประกันรายใหม่ลงลายมือชื่อเป็นผู้เช่าซื้อและผู้ค้ำประกัน ข้อเท็จจริงยังได้ความจากเอกสารขอยกเลิกการโอนสิทธิเรียกร้องของโจทก์ว่า ในการมาขอยื่นคำขอโอนสิทธิตามสัญญาเช่าซื้อนั้น จำเลยที่ 1 ได้มอบเช็คชำระค่าเช่าซื้อล่วงหน้าให้แก่โจทก์ 2 งวดด้วย ดังนั้น แม้โจทก์จะนำสืบอ้างว่า การโอนสิทธิตามสัญญาเช่าซื้อนั้น ต้องรอการอนุมัติจากโจทก์ก่อนก็ตาม แต่ตามหนังสือขอยกเลิกการโอนสิทธิที่โจทก์มีถึงจำเลยที่ 1 และบริษัทโรลเลอร์เบส จำกัด นั้น เป็นการขอยกเลิกเพราะมีการค้างชำระหนี้ รวมทั้งโจทก์ใช้โทรศัพท์ทวงถามนายกิตติศักดิ์และนางลลนาซึ่งเป็นผู้เช่าซื้อและผู้ค้ำประกันรายใหม่ หาใช่เป็นเพราะโจทก์ไม่อนุมัติตามคำขอของจำเลยทั้งสองไม่ ข้อเท็จจริงรับฟังว่า โจทก์อนุมัติให้จำเลยทั้งสองเปลี่ยนตัวลูกหนี้แล้ว เมื่อได้ความว่า โจทก์และจำเลยทั้งสองได้ตกลงทำสัญญาเปลี่ยนตัวลูกหนี้อันเป็นสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งหนี้ จึงเป็นการแปลงหนี้ใหม่ หนี้เดิมย่อมระงับ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 349 วรรคแรก และมาตรา 350 โจทก์ไม่อาจนำสัญญาเช่าซื้อและสัญญาค้ำประกันมาฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นคดีนี้ได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (จรูญ ชีวิตโสภณ-วิรุฬห์ แสงเทียน-อภิรัตน์ ลัดพลี) ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายวีระศักดิ์ ไชยสุขเจริญกุล ศาลอุทธรณ์ - นายวรพจน์ วัชรางค์กุล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก พาณิชย์และเศรษฐกิจ หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พณ.212/2554 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ5258/2549 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ10398/2549 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
592940
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่งกรุงเทพใต้",
        "judge": "นายวีระศักดิ์ ไชยสุขเจริญกุล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายวรพจน์ วัชรางค์กุล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081967851"
    }
}
date
2558
deka_no
13073/2558
deka_running_no
13073
deka_year
2558
department
พาณิชย์และเศรษฐกิจ
judges
[
    "จรูญ ชีวิตโสภณ",
    "วิรุฬห์ แสงเทียน",
    "อภิรัตน์ ลัดพลี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 349 วรรคแรก",
            "ม. 350"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "",
        "name": "บริษัทสยามพาณิชย์ลีสซิ่งจำกัด (มหาชน) หรือ"
    },
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทไทยพาณิชย์ลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายวณัฐพงศ์หรือทศพร กอใจประเสริฐ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 365,860.73 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 10 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์

จำเลยที่ 1 ให้การขอให้ยกฟ้อง

จำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การ

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในชั้นฎีการับฟังเป็นยุติว่า จำเลยที่ 1 ทำสัญญาเช่าซื้อรถเก๋ง ยี่ห้อ บีเอ็มดับเบิลยู รุ่น 323 ไอเอ จากโจทก์ ในราคา 1,673,046.60 บาท ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อ 60 งวด งวดละ 29,836 บาท เริ่มชำระงวดแรกวันที่ 15 สิงหาคม 2547 งวดต่อไปทุกวันที่ 15 ของเดือนถัดไปจนกว่าจะครบ จำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม ในวันที่ 24 สิงหาคม 2548 จำเลยทั้งสองได้ยื่นคำขอต่อโจทก์ขอโอนสิทธิตามสัญญาเช่าซื้อให้แก่บริษัทโรลเลอร์เบส จำกัด และโอนสิทธิสัญญาค้ำประกันให้แก่นางลลนา โดยโจทก์เรียกค่าบริการงานทะเบียนค่าธรรมเนียมโอนเปลี่ยนผู้เช่าซื้อ รวม 3,060 บาท จากจำเลยทั้งสอง ต่อมาโจทก์มีหนังสือถึงจำเลยที่ 1 และบริษัทโรลเลอร์เบส จำกัด ขอยกเลิกการโอนสิทธิอ้างว่ามีการค้างชำระค่าเช่าซื้อ นางลลนานำรถที่เช่าซื้อมามอบคืนแก่โจทก์ โจทก์มีหนังสือบอกเลิกสัญญาไปยังจำเลยทั้งสองอ้างว่า จำเลยที่ 1 ชำระค่าเช่าซื้อเพียง 15 งวด ผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อตั้งแต่งวดที่ 16 ประจำวันที่ 15 พฤศจิกายน 2548 หลังจากนั้นโจทก์นำรถที่เช่าซื้อออกขายทอดตลาดได้เงิน 900,000 บาท

มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองให้รับผิดตามสัญญาเช่าซื้อและสัญญาค้ำประกันหรือไม่ เห็นว่า เมื่อจำเลยทั้งสองขอโอนสิทธิตามสัญญาเช่าซื้อให้แก่บุคคลอื่น โจทก์ยอมรับคำขอของจำเลยทั้งสอง โดยเรียกค่าธรรมเนียมในการเปลี่ยนผู้เช่าซื้อและผู้ค้ำประกันจากจำเลยทั้งสอง พร้อมทั้งให้ผู้เช่าซื้อและผู้ค้ำประกันรายใหม่ลงลายมือชื่อเป็นผู้เช่าซื้อและผู้ค้ำประกัน ข้อเท็จจริงยังได้ความจากเอกสารขอยกเลิกการโอนสิทธิเรียกร้องของโจทก์ว่า ในการมาขอยื่นคำขอโอนสิทธิตามสัญญาเช่าซื้อนั้น จำเลยที่ 1 ได้มอบเช็คชำระค่าเช่าซื้อล่วงหน้าให้แก่โจทก์ 2 งวดด้วย ดังนั้น แม้โจทก์จะนำสืบอ้างว่า การโอนสิทธิตามสัญญาเช่าซื้อนั้น ต้องรอการอนุมัติจากโจทก์ก่อนก็ตาม แต่ตามหนังสือขอยกเลิกการโอนสิทธิที่โจทก์มีถึงจำเลยที่ 1 และบริษัทโรลเลอร์เบส จำกัด นั้น เป็นการขอยกเลิกเพราะมีการค้างชำระหนี้ รวมทั้งโจทก์ใช้โทรศัพท์ทวงถามนายกิตติศักดิ์และนางลลนาซึ่งเป็นผู้เช่าซื้อและผู้ค้ำประกันรายใหม่ หาใช่เป็นเพราะโจทก์ไม่อนุมัติตามคำขอของจำเลยทั้งสองไม่ ข้อเท็จจริงรับฟังว่า โจทก์อนุมัติให้จำเลยทั้งสองเปลี่ยนตัวลูกหนี้แล้ว เมื่อได้ความว่า โจทก์และจำเลยทั้งสองได้ตกลงทำสัญญาเปลี่ยนตัวลูกหนี้อันเป็นสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งหนี้ จึงเป็นการแปลงหนี้ใหม่ หนี้เดิมย่อมระงับ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 349 วรรคแรก และมาตรา 350 โจทก์ไม่อาจนำสัญญาเช่าซื้อและสัญญาค้ำประกันมาฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นคดีนี้ได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ5258/2549
primary_red_case_no
พ10398/2549
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000252.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พณ.212/2554
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558