คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12436/2558 ฉบับเต็ม

#593223
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12436/2558 นิติบุคคลอาคารชุด รีเจ้นท์ พระตำหนัก คอนโดมิเนียม โจทก์ บริษัทอินโดจีน แอสเซส แมเนจเม้นท์ จำกัด กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5), มาตรา 199 จัตวา, มาตรา 199 เบญจ, มาตรา 207, มาตรา 246, มาตรา 247 ศาลชั้นต้นไต่สวนและวินิจฉัยคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ของโจทก์ว่า คำขอของโจทก์บรรยายเพียงเหตุที่โจทก์ขาดนัดพิจารณา แต่มิได้บรรยายข้อคัดค้านว่า หากศาลพิจารณาคดีใหม่แล้วโจทก์จะเป็นฝ่ายชนะคดี ถือว่าคำขอพิจารณาคดีใหม่ของโจทก์มิได้บรรยายให้ครบถ้วนตาม ป.วิ.พ. มาตรา 207 ประกอบมาตรา 199 จัตวา โจทก์อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น จึงเป็นการอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่ ดังนั้น ไม่ว่าศาลอุทธรณ์ภาค 2 จะมีคำพิพากษาเป็นประการใด คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ย่อมเป็นที่สุดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 207 ประกอบมาตรา 199 เบญจ วรรคสี่ โจทก์ย่อมไม่มีสิทธิฎีกาอีกต่อไป ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 ประกอบมาตรา 246, 142 (5) ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของโจทก์ย่อมไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ซึ่งเป็นนิติบุคคลอาคารชุด ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ซึ่งร่วมกันก่อตั้งบริษัทอันมีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการให้เช่าและขายอสังหาริมทรัพย์ และจำเลยที่ 4 ผู้ชำระบัญชีของจำเลยที่ 3 ร่วมกัน ชำระเงินค่าโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุด 5 ห้อง และค่ารับเงินจากการบริหารงานกองทุน และค่าบริการส่วนกลางที่รับมาจากเจ้าของห้องชุดอาคารของโจทก์จำนวนเงิน 3,821,893.39 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 3,581,169.12 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าชำระเงินดังกล่าวให้โจทก์เสร็จสิ้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยที่ 3 และที่ 4 ขาดนัดยื่นคำให้การให้สืบพยานโจทก์ในส่วนของจำเลยที่ 3 และที่ 4 ฝ่ายเดียวและรอไว้มีคำพิพากษาพร้อมกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ต่อมาสั่งว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ 1 และที่ 2 ขอให้ศาลดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปโดยให้สืบพยานจำเลยที่ 1 และที่ 2 ไปฝ่ายเดียว แล้วศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 694,676.28 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 1 เมษายน 2553 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 4,000 บาท ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์ยื่นคำขอให้พิจารณาคดีใหม่อ้างว่า โจทก์มิได้จงใจขาดนัดพิจารณาเนื่องจากทนายโจทก์คนก่อนถอนตัว โจทก์แต่งตั้งทนายความคนใหม่ ก่อนวันนัดพิจารณาวันที่ 28 มีนาคม 2556 ทนายโจทก์มีโรคประจำตัวคือความดันโลหิตสูงอยู่ก่อนแล้วเกิดป่วยกะทันหัน มีอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง ต้องไปพบแพทย์ไม่อาจไปว่าความที่ศาลได้ซึ่งถือเป็นเหตุจำเป็นอันมิอาจก้าวล่วงได้ จำเลยที่ 1 และที่ 2 คัดค้านว่า โจทก์จงใจขาดนัดพิจารณา และตามคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่มิได้บรรยายข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลโดยชัดแจ้งว่าตนอาจจะชนะคดีได้อย่างไร ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้ยกคำขอพิจารณาคดีใหม่ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่า คดีนี้ ศาลชั้นต้นไต่สวนและวินิจฉัยคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ของโจทก์ว่า คำขอของโจทก์บรรยายเพียงเหตุที่โจทก์ขาดนัดพิจารณา แต่มิได้บรรยายข้อคัดค้านว่าหากศาลพิจารณาคดีใหม่แล้วโจทก์จะเป็นฝ่ายชนะคดี ถือว่าคำขอพิจารณาคดีใหม่ของโจทก์มิได้บรรยายให้ครบถ้วนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 199 จัตวา ประกอบมาตรา 207 โจทก์อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น จึงเป็นการอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่ ดังนั้น ไม่ว่าศาลอุทธรณ์ภาค 2 จะมีคำพิพากษาเป็นประการใด คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ย่อมเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 199 เบญจ วรรคสี่ ประกอบมาตรา 207 โจทก์ย่อมไม่มีสิทธิฎีกาอีกต่อไป ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142(5) ประกอบมาตรา 246, 247 ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของโจทก์มาย่อมไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย อนึ่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ของโจทก์ โดยมิได้สั่งในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมจึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง พิพากษายกฎีกาของโจทก์ คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดแก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและในชั้นฎีกานอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ (สมชาติ ธัญญาวินิชกุล-ธีระพงศ์ จิระภาค-สมจิตร์ ทองศรี) ศาลจังหวัดพัทยา - นางสาวศัสยมน ศิระวุฒิ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นางปวีณณา ศรีวงษ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.181/2558 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ671/2555 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ485/2556 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
593223
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดพัทยา",
        "judge": "นางสาวศัสยมน ศิระวุฒิ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 2",
        "judge": "นางปวีณณา ศรีวงษ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081968295"
    }
}
date
2558
deka_no
12436/2558
deka_running_no
12436
deka_year
2558
department
แผนก
judges
[
    "สมชาติ ธัญญาวินิชกุล",
    "ธีระพงศ์ จิระภาค",
    "สมจิตร์ ทองศรี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 142 (5)",
            "ม. 199 จัตวา",
            "ม. 199 เบญจ",
            "ม. 207",
            "ม. 246",
            "ม. 247"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นิติบุคคลอาคารชุด รีเจ้นท์ พระตำหนัก คอนโดมิเนียม"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทอินโดจีน แอสเซส แมเนจเม้นท์ จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ซึ่งเป็นนิติบุคคลอาคารชุด ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ซึ่งร่วมกันก่อตั้งบริษัทอันมีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการให้เช่าและขายอสังหาริมทรัพย์ และจำเลยที่ 4 ผู้ชำระบัญชีของจำเลยที่ 3 ร่วมกัน ชำระเงินค่าโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุด 5 ห้อง และค่ารับเงินจากการบริหารงานกองทุน และค่าบริการส่วนกลางที่รับมาจากเจ้าของห้องชุดอาคารของโจทก์จำนวนเงิน 3,821,893.39 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 3,581,169.12 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าชำระเงินดังกล่าวให้โจทก์เสร็จสิ้น

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยที่ 3 และที่ 4 ขาดนัดยื่นคำให้การให้สืบพยานโจทก์ในส่วนของจำเลยที่ 3 และที่ 4 ฝ่ายเดียวและรอไว้มีคำพิพากษาพร้อมกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ต่อมาสั่งว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ 1 และที่ 2 ขอให้ศาลดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปโดยให้สืบพยานจำเลยที่ 1 และที่ 2 ไปฝ่ายเดียว แล้วศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 694,676.28 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 1 เมษายน 2553 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 4,000 บาท ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

โจทก์ยื่นคำขอให้พิจารณาคดีใหม่อ้างว่า โจทก์มิได้จงใจขาดนัดพิจารณาเนื่องจากทนายโจทก์คนก่อนถอนตัว โจทก์แต่งตั้งทนายความคนใหม่ ก่อนวันนัดพิจารณาวันที่ 28 มีนาคม 2556 ทนายโจทก์มีโรคประจำตัวคือความดันโลหิตสูงอยู่ก่อนแล้วเกิดป่วยกะทันหัน มีอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง ต้องไปพบแพทย์ไม่อาจไปว่าความที่ศาลได้ซึ่งถือเป็นเหตุจำเป็นอันมิอาจก้าวล่วงได้

จำเลยที่ 1 และที่ 2 คัดค้านว่า โจทก์จงใจขาดนัดพิจารณา และตามคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่มิได้บรรยายข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลโดยชัดแจ้งว่าตนอาจจะชนะคดีได้อย่างไร ขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้ยกคำขอพิจารณาคดีใหม่

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่า คดีนี้ ศาลชั้นต้นไต่สวนและวินิจฉัยคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ของโจทก์ว่า คำขอของโจทก์บรรยายเพียงเหตุที่โจทก์ขาดนัดพิจารณา แต่มิได้บรรยายข้อคัดค้านว่าหากศาลพิจารณาคดีใหม่แล้วโจทก์จะเป็นฝ่ายชนะคดี ถือว่าคำขอพิจารณาคดีใหม่ของโจทก์มิได้บรรยายให้ครบถ้วนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 199 จัตวา ประกอบมาตรา 207 โจทก์อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น จึงเป็นการอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่ ดังนั้น ไม่ว่าศาลอุทธรณ์ภาค 2 จะมีคำพิพากษาเป็นประการใด คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ย่อมเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 199 เบญจ วรรคสี่ ประกอบมาตรา 207 โจทก์ย่อมไม่มีสิทธิฎีกาอีกต่อไป ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142(5) ประกอบมาตรา 246, 247 ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของโจทก์มาย่อมไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

อนึ่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ของโจทก์ โดยมิได้สั่งในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมจึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง

พิพากษายกฎีกาของโจทก์ คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดแก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและในชั้นฎีกานอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ671/2555
primary_red_case_no
พ485/2556
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000256.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.181/2558
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558