คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1070/2559 ฉบับเต็ม

#593226
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1070/2559 นาวาอากาศโทอนุศิษฎ์ กิตติศักดิ์กุล โจทก์ นางจริยา ศรีภูไฟ กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 27 พระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 18 โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นเจ้าของที่ดินพิพาท จำเลยทั้งสามบุกรุกที่ดินของโจทก์ ขอให้ขับไล่จำเลยทั้งสามและบริวารกับเรียกค่าเสียหาย 100,000 บาท ในส่วนคำขอให้ขับไล่จำเลยทั้งสามและบริวารนั้น ถือว่าเป็นคดีที่มีคำขอปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ เมื่อจำเลยทั้งสามให้การเพียงว่าไม่เคยบุกรุกเข้าไปในที่ดินของโจทก์ หาได้ให้การต่อสู้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทว่าเป็นที่ดินของจำเลยทั้งสาม กรณีจึงไม่ทำให้กลายเป็นคดีมีทุนทรัพย์ตามราคาที่ดินพิพาทที่จำต้องตีราคาทรัพย์พิพาทเพื่อให้โจทก์เสียค่าธรรมเนียมศาล คดีจึงอยู่ในอำนาจของศาลชั้นต้นซึ่งเป็นศาลจังหวัดที่จะพิจารณาพิพากษาคดีได้ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 18 การที่ศาลชั้นต้นไม่ได้กำหนดจำนวนทุนทรัพย์ที่ดินพิพาทก่อนที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป จึงไม่ใช่การดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ โจทก์ฎีกาเฉพาะขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบแล้วให้ศาลชั้นต้นเริ่มต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่เพียงประการเดียว ถือว่าเป็นคดีที่มีคำขอปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามและบริวารออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ 24306 ตำบลขามใหญ่ อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี ห้ามจำเลยทั้งสามและบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินของโจทก์อีกต่อไป และให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระค่าเสียหาย 100,000 บาท แก่โจทก์ จำเลยทั้งสามให้การว่า จำเลยทั้งสามและบริวารไม่เคยบุกรุกที่ดินของโจทก์ไม่เคยรื้อถอนเสาไม้หรือตัดต้นไม้ของโจทก์ และไม่เคยกระทำละเมิดต่อโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยทั้งสาม โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายกอุทธรณ์โจทก์ ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดแก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากนี้ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่าในวันนัดชี้สองสถานหรือสืบพยานโจทก์ คู่ความตกลงกันขอให้ศาลมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ที่ดินตรวจสอบแนวเขตที่ดินตามหลักหมุดโฉนดที่ดินของโจทก์ แล้วให้ถือหลักหมุดเป็นแนวเขตที่ดินโดยไม่ต้องสืบพยานทั้งสองฝ่าย ต่อมาเจ้าหน้าที่ที่ดินรังวัดสอบเขตและทำแผนที่พิพาทระบุว่า ที่ดินพิพาทอยู่นอกเขตหลักหมุดที่ดินของโจทก์ ศาลชั้นต้นจึงงดสืบพยานและพิพากษายกฟ้องตามคำท้า โจทก์อุทธรณ์เพียงว่า คดีนี้เป็นคดีที่มีคำขอปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ แต่ศาลชั้นต้นไม่กำหนดจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทเพื่อให้เสียค่าธรรมเนียมศาลหรือโอนคดีไปยังศาลแขวงหากคดีมีทุนทรัพย์ไม่ถึง 300,000 บาท ถือว่าเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายกอุทธรณ์โจทก์ คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การที่ศาลชั้นต้นมิได้กำหนดจำนวนทุนทรัพย์ที่ดินพิพาทก่อนที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป เป็นการข้ามขั้นตอน อันถือว่าเป็นกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบหรือไม่เห็นว่า คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 24306 ตำบลขามใหญ่ อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2555 จำเลยทั้งสามบุกรุกปลูกสร้างและล้อมรั้วคอนกรีตรุกล้ำเข้ามาในที่ดินของโจทก์ ขอให้ขับไล่จำเลยทั้งสามและบริวารออกไปพร้อมกับเรียกค่าเสียหาย 100,000 บาท โดยในส่วนของคำขอที่ให้ขับไล่จำเลยทั้งสามและบริวารนั้น ถือว่าเป็นคดีที่มีคำขอปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ แต่เมื่อจำเลยทั้งสามให้การเพียงว่าไม่เคยบุกรุกเข้าไปทำละเมิดในที่ดินของโจทก์ หาได้ให้การต่อสู้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทว่าเป็นที่ดินของจำเลยทั้งสามไม่ กรณีจึงไม่ทำให้กลายเป็นคดีมีทุนทรัพย์ตามราคาที่ดินพิพาทที่จำต้องตีราคาทรัพย์ที่พิพาทเพื่อให้โจทก์เสียค่าธรรมเนียมศาลตามฎีกาของโจทก์แต่อย่างใด คดีจึงอยู่ในอำนาจของศาลชั้นต้นซึ่งเป็นศาลจังหวัดที่จะพิจารณาพิพากษาคดีได้ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 18 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 เห็นว่า ศาลชั้นต้นมิได้ดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น แต่ที่พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์นั้น ย่อมไม่ถูกต้อง เพราะถือว่าศาลอุทธรณ์ภาค 3 ได้วินิจฉัยในข้อที่โจทก์อุทธรณ์แล้ว ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 3 ชอบที่จะพิพากษายืน อนึ่ง การที่โจทก์ฎีกาเฉพาะขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบแล้วให้ศาลชั้นต้นเริ่มต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่เพียงประการเดียวนั้น ถือว่าเป็นคดีที่มีคำขอปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ซึ่งต้องเสียค่าธรรมเนียมศาล(ค่าขึ้นศาล) เรื่องละ 200 บาท แต่โจทก์เสียค่าธรรมเนียมศาล 2,000 บาท เกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้ตามตาราง 1 ข้อ 2 (ก) ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง จึงให้คืนส่วนที่เกินอัตราดังกล่าวแก่โจทก์ พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลในชั้นฎีกาส่วนที่เกิน 200 บาท แก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกานอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ (สมชาย พงษธา-วีรา ไวยหงษ์ รินทร์ศรี-รังสรรค์ ดวงพัตรา) ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นายอนุชา ทองวงศ์สกุล ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายอายุวัชญ์ วิทูรวัชรเวธน์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.3034/2558 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ1767/2556 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ2405/2556 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
593226
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดอุบลราชธานี",
        "judge": "นายอนุชา ทองวงศ์สกุล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 3",
        "judge": "นายอายุวัชญ์ วิทูรวัชรเวธน์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081965306"
    }
}
date
2559
deka_no
1070/2559
deka_running_no
1070
deka_year
2559
department
แผนก
judges
[
    "สมชาย พงษธา",
    "วีรา ไวยหงษ์ รินทร์ศรี",
    "รังสรรค์ ดวงพัตรา"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 27"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระธรรมนูญศาลยุติธรรม",
        "law_abbr": "พระธรรมนูญศาลยุติธรรม",
        "sections": [
            "ม. 18"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาวาอากาศโทอนุศิษฎ์ กิตติศักดิ์กุล"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางจริยา ศรีภูไฟ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามและบริวารออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ 24306 ตำบลขามใหญ่ อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี ห้ามจำเลยทั้งสามและบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินของโจทก์อีกต่อไป และให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระค่าเสียหาย 100,000 บาท แก่โจทก์

จำเลยทั้งสามให้การว่า จำเลยทั้งสามและบริวารไม่เคยบุกรุกที่ดินของโจทก์ไม่เคยรื้อถอนเสาไม้หรือตัดต้นไม้ของโจทก์ และไม่เคยกระทำละเมิดต่อโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยทั้งสาม โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายกอุทธรณ์โจทก์ ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดแก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากนี้ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่าในวันนัดชี้สองสถานหรือสืบพยานโจทก์ คู่ความตกลงกันขอให้ศาลมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ที่ดินตรวจสอบแนวเขตที่ดินตามหลักหมุดโฉนดที่ดินของโจทก์ แล้วให้ถือหลักหมุดเป็นแนวเขตที่ดินโดยไม่ต้องสืบพยานทั้งสองฝ่าย ต่อมาเจ้าหน้าที่ที่ดินรังวัดสอบเขตและทำแผนที่พิพาทระบุว่า ที่ดินพิพาทอยู่นอกเขตหลักหมุดที่ดินของโจทก์ ศาลชั้นต้นจึงงดสืบพยานและพิพากษายกฟ้องตามคำท้า โจทก์อุทธรณ์เพียงว่า คดีนี้เป็นคดีที่มีคำขอปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ แต่ศาลชั้นต้นไม่กำหนดจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทเพื่อให้เสียค่าธรรมเนียมศาลหรือโอนคดีไปยังศาลแขวงหากคดีมีทุนทรัพย์ไม่ถึง 300,000 บาท ถือว่าเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายกอุทธรณ์โจทก์ คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การที่ศาลชั้นต้นมิได้กำหนดจำนวนทุนทรัพย์ที่ดินพิพาทก่อนที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป เป็นการข้ามขั้นตอน อันถือว่าเป็นกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบหรือไม่เห็นว่า คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 24306 ตำบลขามใหญ่ อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2555 จำเลยทั้งสามบุกรุกปลูกสร้างและล้อมรั้วคอนกรีตรุกล้ำเข้ามาในที่ดินของโจทก์ ขอให้ขับไล่จำเลยทั้งสามและบริวารออกไปพร้อมกับเรียกค่าเสียหาย 100,000 บาท โดยในส่วนของคำขอที่ให้ขับไล่จำเลยทั้งสามและบริวารนั้น ถือว่าเป็นคดีที่มีคำขอปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ แต่เมื่อจำเลยทั้งสามให้การเพียงว่าไม่เคยบุกรุกเข้าไปทำละเมิดในที่ดินของโจทก์ หาได้ให้การต่อสู้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทว่าเป็นที่ดินของจำเลยทั้งสามไม่ กรณีจึงไม่ทำให้กลายเป็นคดีมีทุนทรัพย์ตามราคาที่ดินพิพาทที่จำต้องตีราคาทรัพย์ที่พิพาทเพื่อให้โจทก์เสียค่าธรรมเนียมศาลตามฎีกาของโจทก์แต่อย่างใด คดีจึงอยู่ในอำนาจของศาลชั้นต้นซึ่งเป็นศาลจังหวัดที่จะพิจารณาพิพากษาคดีได้ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 18 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 เห็นว่า ศาลชั้นต้นมิได้ดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น แต่ที่พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์นั้น ย่อมไม่ถูกต้อง เพราะถือว่าศาลอุทธรณ์ภาค 3 ได้วินิจฉัยในข้อที่โจทก์อุทธรณ์แล้ว ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 3 ชอบที่จะพิพากษายืน

อนึ่ง การที่โจทก์ฎีกาเฉพาะขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบแล้วให้ศาลชั้นต้นเริ่มต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่เพียงประการเดียวนั้น ถือว่าเป็นคดีที่มีคำขอปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ซึ่งต้องเสียค่าธรรมเนียมศาล(ค่าขึ้นศาล) เรื่องละ 200 บาท แต่โจทก์เสียค่าธรรมเนียมศาล 2,000 บาท เกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้ตามตาราง 1 ข้อ 2 (ก) ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง จึงให้คืนส่วนที่เกินอัตราดังกล่าวแก่โจทก์

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลในชั้นฎีกาส่วนที่เกิน 200 บาท แก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกานอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ1767/2556
primary_red_case_no
พ2405/2556
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000230.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.3034/2558
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2559