คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14617/2558 ฉบับเต็ม

#593235
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14617/2558 พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา โจทก์ นายอำนาจ คานจันทึก จำเลย ป.อ. มาตรา 91 ป.วิ.อ. มาตรา 186 (8) พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 มาตรา 30, มาตรา 52 พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 109, มาตรา 110 (1) พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยขาย เสนอขาย สินค้าเครื่องสำอางชิเซโดจำนวน 2 กล่อง เครื่องสำอางปัดคิ้วยี่ห้อแม็กจำนวน 1 กล่อง อันเป็นสินค้าควบคุมฉลากตามกฏหมาย โดยเสนอขายต่อผู้มาติดต่อซื้อ ซึ่งฉลากของสินค้าดังกล่าวไม่มีข้อความแสดงวิธีใช้และข้อแนะนำการใช้หรือข้อห้าม ไม่ถูกต้องตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก จำเลยให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ตามคำฟ้องของโจทก์ว่าจำเลยกระทำความผิดฐานขายสินค้าที่ควบคุมฉลากโดยไม่มีฉลากหรือการแสดงฉลากไม่ถูกต้อง อันเป็นความผิดอีกกระทงหนึ่งต่างหากจากความผิดฐานเสนอจำหน่ายสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าเลียนเครื่องหมายที่แท้จริงของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนไว้ในราชอาณาจักรโดยชอบ ___________________________ บรรดาคำฟ้อง คำให้การ รวมทั้งรายการต่างๆ ที่ปรากฏในคำพิพากษา ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของคำพิพากษานี้ ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดฐานขายสินค้าที่ควบคุมฉลากโดยไม่มีฉลากหรือการแสดงฉลากไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 มาตรา 52 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 30 วรรคหนึ่ง อีกกระทงหนึ่งหรือไม่ เห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่าในข้อ 3 ว่า จำเลยขาย เสนอขายสินค้าเครื่องสำอางชิเซโด (SHISEIDO) จำนวน 2 กล่อง เครื่องสำอางปัดคิ้วยี่ห้อแม็ก (MAC) จำนวน 1 กล่อง ภายในตลาดนัดเซฟวัน ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา อันเป็นสินค้าควบคุมฉลากตามกฎหมาย โดยการเสนอขายแก่ผู้มาติดต่อซื้อ โดยเรียกค่าตอบแทนเป็นเงิน ซึ่งฉลากของสินค้าดังกล่าวไม่มีข้อความแสดงวิธีใช้และข้อแนะนำการใช้หรือข้อห้าม และไม่มีข้อความภาษาไทย ชื่อ หรือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในประเทศไทยของผู้สั่งและนำเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งฉลากและการแสดงฉลากดังกล่าวไม่ถูกต้องตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก เรื่อง ลักษณะของฉลากที่ควบคุมฉลาก พ.ศ.2541 ประกาศ ณ วันที่ 23 กันยายน 2541 อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายและจำเลยไม่ได้รับการยกเว้นใด ๆ ตามกฎหมาย ทั้งนี้จำเลยรู้อยู่แล้วว่าการแสดงฉลากดังกล่าวไม่ถูกต้องตามกฎหมาย จำเลยให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงจึงต้องรับฟังตามคำฟ้องของโจทก์ว่าจำเลยกระทำผิดฐานขายสินค้าที่ควบคุมฉลากโดยไม่มีฉลากหรือการแสดงฉลากไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 มาตรา 52 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 30 วรรคหนึ่งอีกกระทงหนึ่งด้วย ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมิได้พิพากษาว่าจำเลยกระทำผิดฐานขายสินค้าที่ควบคุมฉลากโดยไม่มีฉลากหรือการแสดงฉลาก กับมิได้ลงโทษจำเลยในความผิดดังกล่าวจึงไม่ถูกต้อง เป็นการพิพากษาที่ไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 186 (8) อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น และเห็นควรพิพากษาไปโดยไม่ย้อนสำนวนให้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิจารณาพิพากษาใหม่ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 มาตรา 52 วรรคหนึ่งประกอบมาตรา 30 วรรคหนึ่ง อีกกระทงหนึ่ง เป็นความผิดต่างกรรมกันกับความผิดฐานเสนอจำหน่ายและมีไว้เพื่อจำหน่ายสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าเลียนเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักร ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 110 (1) ประกอบมาตรา 109 ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ความผิดฐานขายสินค้าที่ควบคุมฉลากโดยไม่มีฉลากหรือการแสดงฉลากไม่ถูกต้อง ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 มาตรา 52 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 30 วรรคหนึ่ง ให้ลงโทษปรับ 5,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพในข้อหานี้เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ เห็นควรลดโทษในข้อหานี้ให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับ 2,500 บาท เมื่อรวมกับโทษจำคุก 1 เดือน และปรับ 5,000 บาท ในความผิดฐานเสนอจำหน่ายและมีไว้เพื่อจำหน่ายสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าเลียนเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักรแล้ว เป็นจำคุก 1 เดือน และปรับ 7,500 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง (อร่าม เสนามนตรี-ปริญญา ดีผดุง-ไมตรี สุเทพากุล) ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นายชัชเวช สุกิจจวนิช แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก ทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ทก.(อ)114/2558 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ168/2557 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ148/2557 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
593235
courts
[
    {
        "court": "ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง",
        "judge": "นายชัชเวช สุกิจจวนิช"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081966722"
    }
}
date
2558
deka_no
14617/2558
deka_running_no
14617
deka_year
2558
department
ทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ
judges
[
    "อร่าม เสนามนตรี",
    "ปริญญา ดีผดุง",
    "ไมตรี สุเทพากุล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 91"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 186 (8)"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 30",
            "ม. 52"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534",
        "sections": [
            "ม. 109",
            "ม. 110 (1)"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539",
        "sections": [
            "ม. 26"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายอำนาจ คานจันทึก"
    }
]
long_text
บรรดาคำฟ้อง คำให้การ รวมทั้งรายการต่างๆ ที่ปรากฏในคำพิพากษา ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของคำพิพากษานี้

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดฐานขายสินค้าที่ควบคุมฉลากโดยไม่มีฉลากหรือการแสดงฉลากไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 มาตรา 52 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 30 วรรคหนึ่ง อีกกระทงหนึ่งหรือไม่ เห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่าในข้อ 3 ว่า จำเลยขาย เสนอขายสินค้าเครื่องสำอางชิเซโด (SHISEIDO) จำนวน 2 กล่อง เครื่องสำอางปัดคิ้วยี่ห้อแม็ก (MAC) จำนวน 1 กล่อง ภายในตลาดนัดเซฟวัน ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา อันเป็นสินค้าควบคุมฉลากตามกฎหมาย โดยการเสนอขายแก่ผู้มาติดต่อซื้อ โดยเรียกค่าตอบแทนเป็นเงิน ซึ่งฉลากของสินค้าดังกล่าวไม่มีข้อความแสดงวิธีใช้และข้อแนะนำการใช้หรือข้อห้าม และไม่มีข้อความภาษาไทย ชื่อ หรือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในประเทศไทยของผู้สั่งและนำเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งฉลากและการแสดงฉลากดังกล่าวไม่ถูกต้องตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก เรื่อง ลักษณะของฉลากที่ควบคุมฉลาก พ.ศ.2541 ประกาศ ณ วันที่ 23 กันยายน 2541 อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายและจำเลยไม่ได้รับการยกเว้นใด ๆ ตามกฎหมาย ทั้งนี้จำเลยรู้อยู่แล้วว่าการแสดงฉลากดังกล่าวไม่ถูกต้องตามกฎหมาย จำเลยให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงจึงต้องรับฟังตามคำฟ้องของโจทก์ว่าจำเลยกระทำผิดฐานขายสินค้าที่ควบคุมฉลากโดยไม่มีฉลากหรือการแสดงฉลากไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 มาตรา 52 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 30 วรรคหนึ่งอีกกระทงหนึ่งด้วย ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมิได้พิพากษาว่าจำเลยกระทำผิดฐานขายสินค้าที่ควบคุมฉลากโดยไม่มีฉลากหรือการแสดงฉลาก กับมิได้ลงโทษจำเลยในความผิดดังกล่าวจึงไม่ถูกต้อง เป็นการพิพากษาที่ไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 186 (8) อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น และเห็นควรพิพากษาไปโดยไม่ย้อนสำนวนให้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิจารณาพิพากษาใหม่

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 มาตรา 52 วรรคหนึ่งประกอบมาตรา 30 วรรคหนึ่ง อีกกระทงหนึ่ง เป็นความผิดต่างกรรมกันกับความผิดฐานเสนอจำหน่ายและมีไว้เพื่อจำหน่ายสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าเลียนเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักร ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 110 (1) ประกอบมาตรา 109 ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ความผิดฐานขายสินค้าที่ควบคุมฉลากโดยไม่มีฉลากหรือการแสดงฉลากไม่ถูกต้อง ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 มาตรา 52 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 30 วรรคหนึ่ง ให้ลงโทษปรับ 5,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพในข้อหานี้เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ เห็นควรลดโทษในข้อหานี้ให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับ 2,500 บาท เมื่อรวมกับโทษจำคุก 1 เดือน และปรับ 5,000 บาท ในความผิดฐานเสนอจำหน่ายและมีไว้เพื่อจำหน่ายสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าเลียนเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักรแล้ว เป็นจำคุก 1 เดือน และปรับ 7,500 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง
opensearch_id
primary_black_case_no
อ168/2557
primary_red_case_no
อ148/2557
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000242.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ทก.(อ)114/2558
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558