คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15310/2558 ฉบับเต็ม

#593237
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15310/2558 บริษัทเอกเครน โลจิสติคส์ จำกัด โจทก์ สำนักงานประกันสังคม ผู้ร้อง นายบุญธรรม ผุยมูลตรี กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 246 พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 51 พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ.2537 มาตรา 9 ตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 51 และ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ.2537 มาตรา 9 บัญญัติให้ เงินสมทบที่ค้างชำระและเงินเพิ่ม เงินทดแทนที่ค้างชำระและเงินเพิ่ม มีบุริมสิทธิในระดับเดียวกับบุริมสิทธิในค่าภาษีอากรตาม ป.พ.พ. โดยมิได้บัญญัติให้เรียกได้ในวงเงินที่ค้างในปีปัจจุบันและปีก่อนหน้านั้นหนึ่งปี แม้ ป.พ.พ. มาตรา 256 จะบัญญัติให้ บุริมสิทธิค่าภาษีอากรใช้สำหรับของบรรดาค่าภาษีอากรที่ยังค้างอยู่ในปีปัจจุบันและก่อนนั้นขึ้นไปอีกปีหนึ่ง ก็เป็นเรื่องที่บัญญัติเอาไว้ในเฉพาะเรื่องบุริมสิทธิในมูลค่าภาษีอากรเท่านั้น ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากจำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความ โจทก์ขอให้บังคับคดี ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินในบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ 2 ในธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาบ้านฉาง และธนาคารส่งเงินฝากของจำเลยที่ 2 ที่อายัดจำนวน 2,400,000 บาท ต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีแล้ว ผู้ร้องยื่นคำร้อง ขอให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเฉลี่ยเงินที่อายัดดังกล่าว และหากโจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินการบังคับคดีภายในเวลาที่เจ้าพนักงานบังคับคดีกำหนด ผู้ร้องขอใช้สิทธิดำเนินการบังคับคดีต่อไป โจทก์ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง จำเลยที่ 2 ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง เจ้าพนักงานบังคับคดีไม่คัดค้าน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยเงินในบัญชีเงินฝากธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาบ้านฉาง ของจำเลยที่ 2 ได้ตามคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 เห็นว่า ผู้ร้องมีบุริมสิทธิในหนี้เงินสมทบและเงินเพิ่มเฉพาะในปี 2554 และปี 2555 ส่วนหนี้ในปี 2552 และปี 2553 เป็นหนี้สามัญซึ่งผู้ร้องมีสิทธิขอเฉลี่ยได้ในฐานะเจ้าหนี้สามัญ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความ โจทก์ขอบังคับคดี เจ้าพนักงานให้ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาบ้านฉาง ส่งเงินที่อายัดไว้จำนวน 2,400,000 บาทไปยังเจ้าพนักงานบังคับคดีแล้ว จำเลยที่ 2 เป็นหนี้ค้างชำระเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนและเงินสมทบกองทุนประกันสังคม รวมเป็นเงิน 14,505,629.34 บาท ตามรายละเอียดการจ่ายชำระเงิน ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องสรุปเป็นใจความได้ว่า เงินสมทบเงินทดแทนและเงินเพิ่มตามคำร้อง อันหนี้บุริมสิทธิเหนือทรัพย์สินของจำเลยที่ 2 นั้นจำกัดเพียงหนี้ที่จำเลยที่ 2 ต้องชำระเฉพาะในปี 2554 และปี 2555 เท่านั้น ดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยหรือไม่ เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 51 และพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ.2537 มาตรา 9 บัญญัติว่า ถ้าเงินสมทบที่ค้างชำระและเงินเพิ่ม เงินทดแทนที่ค้างชำระและเงินเพิ่มมีบุริมสิทธิในระดับเดียวกับบุริมสิทธิในค่าภาษีอากรตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์โดยมิได้บัญญัติว่าให้เรียกได้ในวงเงินที่ค้างในปีปัจจุบันและปีก่อนหน้านั้นหนึ่งปีแต่อย่างใด ประกอบกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 253 (3) บุริมสิทธิค่าภาษีอากรจัดอยู่ในลำดับที่ 3 แม้ตามมาตรา 256 จะบัญญัติว่า บุริมสิทธิในมูลค่าภาษีอากรนั้นใช้สำหรับของบรรดาค่าภาษีอากรที่ยังค้างอยู่ในปีปัจจุบันและก่อนนั้นขึ้นไปอีกปีหนึ่งก็ตาม กรณีเป็นเรื่องที่บัญญัติเอาไว้ในเฉพาะเรื่องบุริมสิทธิในมูลค่าภาษีอากรเท่านั้น จะนำไปคิดเอากับเงินประกันสังคม เงินทดแทนและเงินเพิ่มด้วยหาได้ไม่ ซึ่งตามเจตนารมณ์เรื่องเงินประกันสังคมและเงินทดแทนที่ค้างชำระ รวมทั้งเงินเพิ่มนั้นกฎหมายบัญญัติให้สามารถเรียกเอาได้ทั้งหมดในทรัพย์สินของลูกหนี้นั้นเอง ดังนั้นที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาว่า ผู้ร้องมีบุริมสิทธิในหนี้เงินสมทบ เงินทดแทนและเงินเพิ่มเฉพาะในปี 2554 และปี 2555 นั้น เป็นการไม่ชอบ ฎีกาของผู้ร้องข้อนี้ฟังขึ้น กล่าวโดยสรุปที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (สรรทัศน์ เอี่ยมวรชัย-สมศรี หรูจิตตวิวัฒน์-ธีระ เบญจรัศมีโรจน์) ศาลจังหวัดระยอง - นางสาววรินทร ม่วงมิ่งสุข ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายศิริศักดิ์ เหมาะทอง แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.1779/2558 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น ฉ42/2555 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น ฉ30/2555 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
593237
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดระยอง",
        "judge": "นางสาววรินทร ม่วงมิ่งสุข"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 2",
        "judge": "นายศิริศักดิ์ เหมาะทอง"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081966137"
    }
}
date
2558
deka_no
15310/2558
deka_running_no
15310
deka_year
2558
department
แผนก
judges
[
    "สรรทัศน์ เอี่ยมวรชัย",
    "สมศรี หรูจิตตวิวัฒน์",
    "ธีระ เบญจรัศมีโรจน์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 246"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533",
        "sections": [
            "ม. 51"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ.2537",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ.2537",
        "sections": [
            "ม. 9"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทเอกเครน โลจิสติคส์ จำกัด"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "สำนักงานประกันสังคม"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายบุญธรรม ผุยมูลตรี กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากจำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความ โจทก์ขอให้บังคับคดี ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินในบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ 2 ในธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาบ้านฉาง และธนาคารส่งเงินฝากของจำเลยที่ 2 ที่อายัดจำนวน 2,400,000 บาท ต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีแล้ว

ผู้ร้องยื่นคำร้อง ขอให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเฉลี่ยเงินที่อายัดดังกล่าว และหากโจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินการบังคับคดีภายในเวลาที่เจ้าพนักงานบังคับคดีกำหนด ผู้ร้องขอใช้สิทธิดำเนินการบังคับคดีต่อไป

โจทก์ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง

จำเลยที่ 2 ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง

เจ้าพนักงานบังคับคดีไม่คัดค้าน

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยเงินในบัญชีเงินฝากธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาบ้านฉาง ของจำเลยที่ 2 ได้ตามคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

จำเลยที่ 2 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 เห็นว่า ผู้ร้องมีบุริมสิทธิในหนี้เงินสมทบและเงินเพิ่มเฉพาะในปี 2554 และปี 2555 ส่วนหนี้ในปี 2552 และปี 2553 เป็นหนี้สามัญซึ่งผู้ร้องมีสิทธิขอเฉลี่ยได้ในฐานะเจ้าหนี้สามัญ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความ โจทก์ขอบังคับคดี เจ้าพนักงานให้ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาบ้านฉาง ส่งเงินที่อายัดไว้จำนวน 2,400,000 บาทไปยังเจ้าพนักงานบังคับคดีแล้ว จำเลยที่ 2 เป็นหนี้ค้างชำระเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนและเงินสมทบกองทุนประกันสังคม รวมเป็นเงิน 14,505,629.34 บาท ตามรายละเอียดการจ่ายชำระเงิน ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องสรุปเป็นใจความได้ว่า เงินสมทบเงินทดแทนและเงินเพิ่มตามคำร้อง อันหนี้บุริมสิทธิเหนือทรัพย์สินของจำเลยที่ 2 นั้นจำกัดเพียงหนี้ที่จำเลยที่ 2 ต้องชำระเฉพาะในปี 2554 และปี 2555 เท่านั้น ดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยหรือไม่ เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 51 และพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ.2537 มาตรา 9 บัญญัติว่า ถ้าเงินสมทบที่ค้างชำระและเงินเพิ่ม เงินทดแทนที่ค้างชำระและเงินเพิ่มมีบุริมสิทธิในระดับเดียวกับบุริมสิทธิในค่าภาษีอากรตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์โดยมิได้บัญญัติว่าให้เรียกได้ในวงเงินที่ค้างในปีปัจจุบันและปีก่อนหน้านั้นหนึ่งปีแต่อย่างใด ประกอบกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 253 (3) บุริมสิทธิค่าภาษีอากรจัดอยู่ในลำดับที่ 3 แม้ตามมาตรา 256 จะบัญญัติว่า บุริมสิทธิในมูลค่าภาษีอากรนั้นใช้สำหรับของบรรดาค่าภาษีอากรที่ยังค้างอยู่ในปีปัจจุบันและก่อนนั้นขึ้นไปอีกปีหนึ่งก็ตาม กรณีเป็นเรื่องที่บัญญัติเอาไว้ในเฉพาะเรื่องบุริมสิทธิในมูลค่าภาษีอากรเท่านั้น จะนำไปคิดเอากับเงินประกันสังคม เงินทดแทนและเงินเพิ่มด้วยหาได้ไม่ ซึ่งตามเจตนารมณ์เรื่องเงินประกันสังคมและเงินทดแทนที่ค้างชำระ รวมทั้งเงินเพิ่มนั้นกฎหมายบัญญัติให้สามารถเรียกเอาได้ทั้งหมดในทรัพย์สินของลูกหนี้นั้นเอง ดังนั้นที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาว่า ผู้ร้องมีบุริมสิทธิในหนี้เงินสมทบ เงินทดแทนและเงินเพิ่มเฉพาะในปี 2554 และปี 2555 นั้น เป็นการไม่ชอบ ฎีกาของผู้ร้องข้อนี้ฟังขึ้น กล่าวโดยสรุปที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
ฉ42/2555
primary_red_case_no
ฉ30/2555
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000237.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.1779/2558
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558