คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15732/2558 ฉบับเต็ม

#594005
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15732/2558 องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง กับพวก โจทก์ นายวัฒนา สิทธิวัง จำเลย พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 มาตรา 57, มาตรา 99 วรรคหนึ่ง ในการพิพากษาคดีแพ่งศาลต้องพิจารณาตามหลักเรื่องภาระการพิสูจน์และการชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานว่าฝ่ายใดมีน้ำหนักดีกว่ากัน เมื่อทางนำสืบของโจทก์มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า จำเลยซึ่งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลใหม่พัฒนา จัดทำโครงการทัศนศึกษาดูงานที่องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านสา อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง โดยใช้งบประมาณของทางราชการ แต่กลับนำคณะทัศนศึกษาดูงานไปลงแพที่เขื่อนกิ่วลม และมีการจัดเลี้ยงอาหารและสุราแก่คณะเดินทางเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนเลือกตั้งให้แก่จำเลย โดยมิได้มีการอบรมและศึกษาดูงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ การกระทำของจำเลยเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 57 แห่ง พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 จำเลยจึงต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งใหม่ ตามมาตรา 99 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ. ดังกล่าว การใช้สิทธิเรียกร้องให้จำเลยรับผิดชดใช้ค่าเสียหายดังกล่าว มิใช่คดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ที่ศาลจะต้องถือข้อเท็จจริงตามคดีอาญาที่จำเลยถูกฟ้องขอให้ลงโทษตามมาตรา 57 แห่ง พ.ร.บ. ดังกล่าวแต่อย่างใด ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 737,335.25 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 717,290.42 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 1 จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ก่อนสืบพยาน ศาลชั้นต้นเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำฟ้องและคำให้การเพียงพอแก่การวินิจฉัยแล้ว มีคำสั่งงดสืบพยาน ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์ทั้งสองและจำเลยตามประเด็นข้อพิพาท แล้วมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ส่วนค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเมื่อทำคำพิพากษาแล้วเสร็จ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 737,335.25 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 717,290.42 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 20 พฤศจิกายน 2550) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 1 กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ทั้งสอง เฉพาะค่าทนายความ 20,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกและให้คืนเงินค่าฤชาธรรมเนียมที่โจทก์ทั้งสองชำระต่อศาล 18,812.50 บาท แก่โจทก์ทั้งสอง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน การคืนเงินค่าฤชาธรรมเนียมแก่โจทก์ทั้งสองให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2550 มาตรา 21 วรรคหนึ่ง และให้จำเลยใช้ค่าทนายความในชั้นอุทธรณ์ 5,000 บาท แทนโจทก์ทั้งสอง จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดลำปาง ประกาศให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง อำเภอเกาะคา เขตเลือกตั้งที่ 1 ในวันที่ 14 มีนาคม 2547 ปรากฏว่าจำเลยได้รับการเลือกตั้ง ต่อมาคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดลำปางได้รับคำร้องคัดค้านว่า การเลือกตั้งเป็นไปโดยทุจริตหรือไม่เที่ยงธรรมหรือไม่ถูกต้อง เนื่องจากจำเลยกระทำการฝ่าฝืนมาตรา 57 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 โจทก์ที่ 2 จึงมีคำสั่งให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยและให้มีการเลือกตั้งใหม่ กับให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายในการเลือกตั้งใหม่เป็นเงิน 717,290.42 บาท และให้ดำเนินคดีอาญาแก่จำเลย ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 862/2550 ซึ่งศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ยกฟ้อง มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำการฝ่าฝืนมาตรา 57 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 จนเป็นเหตุให้มีการเลือกตั้งใหม่หรือไม่ ที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์มีหน้าที่นำสืบให้รับฟังเป็นยุติว่า จำเลยกระทำการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 มาตรา 57 แต่พยานบุคคลที่โจทก์ทั้งสองนำเข้าสืบไม่มีส่วนรู้เห็นในพฤติการณ์ที่กล่าวอ้างว่าจำเลยกระทำผิดดังกล่าว จึงเป็นพยานบอกเล่าไม่มีน้ำหนักให้รับฟังและศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิจารณาข้อเท็จจริงจากคำวินิจฉัยของโจทก์ที่ 2 ประกอบคำเบิกความของนายทวีเดช โดยไม่มีพยานหลักฐานอื่นสนับสนุน แล้วพิพากษาให้จำเลยรับผิดชดใช้เงินตามฟ้อง จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 84/1 นั้น เห็นว่า ในการพิพากษาคดีแพ่งศาลต้องพิจารณาตามหลักเรื่องภาระการพิสูจน์และการชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานว่าฝ่ายใดมีน้ำหนักดีกว่ากัน ทางนำสืบของโจทก์ได้ความจากการไต่สวนของคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดลำปางซึ่งได้สอบปากคำพยานของผู้คัดค้านและผู้ถูกคัดค้านทั้งสองฝ่าย ประกอบคำให้การของพยานคนกลางแล้ว มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าจำเลยซึ่งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลใหม่พัฒนา จัดทำโครงการทัศนศึกษาดูงานที่องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านสา อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง โดยใช้งบประมาณของทางราชการ แต่กลับนำคณะทัศนศึกษาดูงานไปลงแพที่เขื่อนกิ่วลม โดยมีการจัดเลี้ยงอาหารและสุราแก่คณะเดินทาง เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนเลือกตั้งให้แก่จำเลย อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 57 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 แม้จำเลยจะให้การปฏิเสธและนำสืบว่าการจัดโครงการฝึกอบรมและทัศนศึกษาดูงานเป็นไปโดยถูกต้องตามมติของที่ประชุมสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลใหม่พัฒนาและร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2547 ก็ตาม แต่ปรากฏว่ารถโดยสารที่จะนำคณะเดินทางไปศึกษาดูงานเสียตั้งแต่ออกเดินทาง เป็นเหตุให้ต้องเปลี่ยนแปลงกำหนดการไปลงแพที่เขื่อนกิ่วลมแทน ซึ่งมีการจัดเลี้ยงสุราและอาหารแก่คณะเดินทาง โดยมิได้มีการฝึกอบรมและศึกษาดูงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์แต่อย่างใด พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมีน้ำหนักดีกว่าพยานหลักฐานของจำเลย ข้อเท็จจริงรับฟังว่า การกระทำของจำเลยเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 57 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 จำเลยจึงต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งใหม่ ตามมาตรา 99 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ไม่ได้นำสำนวนคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 862/2550 มาพิจารณาประกอบเพื่อชั่งน้ำหนักพยาน จึงเป็นการรับฟังพยานหลักฐานที่ไม่ครบถ้วนตามที่กฎหมายบัญญัติไว้นั้น เห็นว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ได้วินิจฉัยไว้ว่าสิทธิเรียกร้องคดีนี้มิใช่คดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาที่ศาลจะต้องถือข้อเท็จจริงตามคดีอาญา ซึ่งเป็นการใช้ดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานว่า มีน้ำหนักรับฟังได้หรือไม่ เพียงใด อันเป็นการรับฟังพยานหลักฐานที่ครบถ้วนตามกฎหมายแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษามานั้น ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ (อดิเทพ ถิระวัฒน์-ภาภูมิ สรอัฑฒ์-นิรัตน์ จันทพัฒน์) ศาลจังหวัดลำปาง - นายอนุชาต ปิติภิญโภภาส ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายเย็นดี มณฑีรรัตน์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.2913/2558 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ972/2550 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ1053/2551 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
594005
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดลำปาง",
        "judge": "นายอนุชาต ปิติภิญโภภาส"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 5",
        "judge": "นายเย็นดี มณฑีรรัตน์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081965772"
    }
}
date
2558
deka_no
15732/2558
deka_running_no
15732
deka_year
2558
department
แผนก
judges
[
    "อดิเทพ ถิระวัฒน์",
    "ภาภูมิ สรอัฑฒ์",
    "นิรัตน์ จันทพัฒน์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545",
        "sections": [
            "ม. 57",
            "ม. 99 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายวัฒนา สิทธิวัง"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 737,335.25 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 717,290.42 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 1

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ก่อนสืบพยาน ศาลชั้นต้นเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำฟ้องและคำให้การเพียงพอแก่การวินิจฉัยแล้ว มีคำสั่งงดสืบพยาน

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ

โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์ทั้งสองและจำเลยตามประเด็นข้อพิพาท แล้วมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ส่วนค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเมื่อทำคำพิพากษาแล้วเสร็จ

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 737,335.25 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 717,290.42 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 20 พฤศจิกายน 2550) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 1 กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ทั้งสอง เฉพาะค่าทนายความ 20,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกและให้คืนเงินค่าฤชาธรรมเนียมที่โจทก์ทั้งสองชำระต่อศาล 18,812.50 บาท แก่โจทก์ทั้งสอง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน การคืนเงินค่าฤชาธรรมเนียมแก่โจทก์ทั้งสองให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2550 มาตรา 21 วรรคหนึ่ง และให้จำเลยใช้ค่าทนายความในชั้นอุทธรณ์ 5,000 บาท แทนโจทก์ทั้งสอง

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดลำปาง ประกาศให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง อำเภอเกาะคา เขตเลือกตั้งที่ 1 ในวันที่ 14 มีนาคม 2547 ปรากฏว่าจำเลยได้รับการเลือกตั้ง ต่อมาคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดลำปางได้รับคำร้องคัดค้านว่า การเลือกตั้งเป็นไปโดยทุจริตหรือไม่เที่ยงธรรมหรือไม่ถูกต้อง เนื่องจากจำเลยกระทำการฝ่าฝืนมาตรา 57 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 โจทก์ที่ 2 จึงมีคำสั่งให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยและให้มีการเลือกตั้งใหม่ กับให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายในการเลือกตั้งใหม่เป็นเงิน 717,290.42 บาท และให้ดำเนินคดีอาญาแก่จำเลย ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 862/2550 ซึ่งศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ยกฟ้อง

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำการฝ่าฝืนมาตรา 57 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 จนเป็นเหตุให้มีการเลือกตั้งใหม่หรือไม่ ที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์มีหน้าที่นำสืบให้รับฟังเป็นยุติว่า จำเลยกระทำการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 มาตรา 57 แต่พยานบุคคลที่โจทก์ทั้งสองนำเข้าสืบไม่มีส่วนรู้เห็นในพฤติการณ์ที่กล่าวอ้างว่าจำเลยกระทำผิดดังกล่าว จึงเป็นพยานบอกเล่าไม่มีน้ำหนักให้รับฟังและศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิจารณาข้อเท็จจริงจากคำวินิจฉัยของโจทก์ที่ 2 ประกอบคำเบิกความของนายทวีเดช โดยไม่มีพยานหลักฐานอื่นสนับสนุน แล้วพิพากษาให้จำเลยรับผิดชดใช้เงินตามฟ้อง จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 84/1 นั้น เห็นว่า ในการพิพากษาคดีแพ่งศาลต้องพิจารณาตามหลักเรื่องภาระการพิสูจน์และการชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานว่าฝ่ายใดมีน้ำหนักดีกว่ากัน ทางนำสืบของโจทก์ได้ความจากการไต่สวนของคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดลำปางซึ่งได้สอบปากคำพยานของผู้คัดค้านและผู้ถูกคัดค้านทั้งสองฝ่าย ประกอบคำให้การของพยานคนกลางแล้ว มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าจำเลยซึ่งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลใหม่พัฒนา จัดทำโครงการทัศนศึกษาดูงานที่องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านสา อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง โดยใช้งบประมาณของทางราชการ แต่กลับนำคณะทัศนศึกษาดูงานไปลงแพที่เขื่อนกิ่วลม โดยมีการจัดเลี้ยงอาหารและสุราแก่คณะเดินทาง เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนเลือกตั้งให้แก่จำเลย อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 57 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 แม้จำเลยจะให้การปฏิเสธและนำสืบว่าการจัดโครงการฝึกอบรมและทัศนศึกษาดูงานเป็นไปโดยถูกต้องตามมติของที่ประชุมสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลใหม่พัฒนาและร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2547 ก็ตาม แต่ปรากฏว่ารถโดยสารที่จะนำคณะเดินทางไปศึกษาดูงานเสียตั้งแต่ออกเดินทาง เป็นเหตุให้ต้องเปลี่ยนแปลงกำหนดการไปลงแพที่เขื่อนกิ่วลมแทน ซึ่งมีการจัดเลี้ยงสุราและอาหารแก่คณะเดินทาง โดยมิได้มีการฝึกอบรมและศึกษาดูงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์แต่อย่างใด พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมีน้ำหนักดีกว่าพยานหลักฐานของจำเลย ข้อเท็จจริงรับฟังว่า การกระทำของจำเลยเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 57 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 จำเลยจึงต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งใหม่ ตามมาตรา 99 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ไม่ได้นำสำนวนคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 862/2550 มาพิจารณาประกอบเพื่อชั่งน้ำหนักพยาน จึงเป็นการรับฟังพยานหลักฐานที่ไม่ครบถ้วนตามที่กฎหมายบัญญัติไว้นั้น เห็นว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ได้วินิจฉัยไว้ว่าสิทธิเรียกร้องคดีนี้มิใช่คดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาที่ศาลจะต้องถือข้อเท็จจริงตามคดีอาญา ซึ่งเป็นการใช้ดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานว่า มีน้ำหนักรับฟังได้หรือไม่ เพียงใด อันเป็นการรับฟังพยานหลักฐานที่ครบถ้วนตามกฎหมายแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษามานั้น ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ972/2550
primary_red_case_no
พ1053/2551
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000234.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.2913/2558
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558