คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1551/2559 ฉบับเต็ม

#594022
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1551/2559 พนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานี โจทก์ นายสมชาย เบ้าหล่อเพชร จำเลย ป.อ. มาตรา 90 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), มาตรา 26 วรรคหนึ่ง, มาตรา 66 วรรคสอง, มาตรา 76/1 วรรคหนึ่ง โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีกัญชา 19 ห่อ น้ำหนัก 122.550 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำเลยขายกัญชา 1 ห่อใหญ่ น้ำหนักเท่าใดไม่ปรากฏชัด แต่ไม่เกิน 122.550 กรัม อันเป็นส่วนหนึ่งของกัญชาที่จำเลยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย การที่โจทก์บรรยายฟ้องว่ากัญชาที่จำเลยจำหน่ายมีน้ำหนักเท่าใดไม่ปรากฏชัดแต่ไม่เกินกว่า 122.550 กรัม จึงอาจแปลความได้ว่ากัญชาที่จำเลยจำหน่ายให้แก่สายลับมีน้ำหนักน้อยกว่า 122.550 กรัม ก็ได้ หรือมีน้ำหนักเท่ากับ 122.550 กรัม ก็ได้ กรณีจึงต้องฟังข้อเท็จจริงเป็นคุณแก่จำเลยว่า จำเลยจำหน่ายกัญชาน้ำหนัก 122.550 กรัม ให้แก่สายลับ เมื่อกัญชาที่จำเลยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเป็นจำนวนเดียวกันจึงเป็นกรรมเดียวกัน แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพว่ากระทำความผิดหลายกรรมต่างกรรมกัน แต่การกระทำของจำเลยมิใช่เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันตามที่โจทก์ฎีกา ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 26, 57, 76/1, 91, 92, 100/1, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 91 และริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 26 วรรคหนึ่ง, 57, 66 วรรคสอง, 76/1 วรรคหนึ่ง, 91, 92 วรรคหนึ่ง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 5 ปี และปรับ 400,000 บาท ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน จำคุก 6 เดือน ฐานมีกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 2 ปี ฐานจำหน่ายกัญชา จำคุก 2 ปี กัญชาที่จำเลยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเป็นจำนวนเดียวกัน การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากันให้ลงโทษฐานจำหน่ายกัญชาเพียงกระทงเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 คงจำคุก 2 ปี ฐานเสพกัญชา จำคุก 2 เดือน รวมจำคุก 7 ปี 8 เดือนและปรับ 400,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 ปี 10 เดือน และปรับ 200,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 หากต้องกักขังแทนค่าปรับให้กักขังไม่เกิน 1 ปี และริบของกลาง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษายืน โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การกระทำของจำเลยในความผิดฐานมีกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและฐานจำหน่ายกัญชาเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันหรือไม่ เห็นว่า แม้โจทก์บรรยายฟ้องในความผิดฐานมีกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและฐานจำหน่ายกัญชาไว้ต่างกรรมกันตามฟ้องข้อ 1 (ค) และ ข้อ 1 (ง) ก็ตาม แต่โจทก์ก็บรรยายฟ้องว่า จำเลยมีกัญชา จำนวน 19 ห่อ น้ำหนักรวม 122.550 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต และจำเลยจำหน่ายโดยการขายกัญชา จำนวน 1 ห่อใหญ่ น้ำหนักเท่าใดไม่ปรากฏชัด แต่ไม่เกินกว่า 122.550 กรัม อันเป็นส่วนหนึ่งของกัญชาที่จำเลยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายให้แก่สายลับผู้ล่อซื้อ ซึ่งโจทก์ก็ยอมรับตามฎีกาว่ากรณีไม่ชัดเจนว่าจำเลยจำหน่ายกัญชาให้แก่สายลับมีจำนวนน้ำหนักเท่าไร เมื่อกัญชาที่จำเลยจำหน่ายให้แก่สายลับมีจำนวนน้ำหนักไม่ชัดเจนดังกล่าวแล้ว การที่โจทก์บรรยายฟ้องว่ากัญชาที่จำเลยจำหน่ายมีน้ำหนักเท่าใดไม่ปรากฏชัด แต่ไม่เกินกว่า 122.550 กรัมดังกล่าวข้างต้น จึงอาจแปลความได้ว่า กัญชาที่จำเลยจำหน่ายให้แก่สายลับมีน้ำหนักน้อยกว่า 122.550 กรัม ก็ได้ หรือมีน้ำหนักเท่ากับ 122.550 กรัม ก็ได้ กรณีจึงต้องฟังข้อเท็จจริงเป็นคุณแก่จำเลยว่า จำเลยจำหน่ายกัญชาน้ำหนัก 122.550 กรัม ให้แก่สายลับ เมื่อกัญชาที่จำเลยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเป็นจำนวนเดียวกัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวกัน มิใช่เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันดังที่โจทก์ฎีกาไม่ แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพว่าการกระทำความผิดต่างกรรมกัน ศาลก็ไม่อาจลงโทษจำเลยได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (ไพโรจน์ นวานุช-ปิยกุล บุญเพิ่ม-สุรางคนา กมลละคร) ศาลจังหวัดอุดรธานี - นางสาววรีวรรณี ศิริคีรีมาศ ศาลอุทธรณ์ - นายเผด็จ ชมพาณิชย์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.3672/2558 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ3327/2556 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ3288/2556 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
594022
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดอุดรธานี",
        "judge": "นางสาววรีวรรณี ศิริคีรีมาศ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายเผด็จ ชมพาณิชย์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081965176"
    }
}
date
2559
deka_no
1551/2559
deka_running_no
1551
deka_year
2559
department
แผนก
judges
[
    "ไพโรจน์ นวานุช",
    "ปิยกุล บุญเพิ่ม",
    "สุรางคนา กมลละคร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 90"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 15 วรรคสาม (2)",
            "ม. 26 วรรคหนึ่ง",
            "ม. 66 วรรคสอง",
            "ม. 76/1 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสมชาย เบ้าหล่อเพชร"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 26, 57, 76/1, 91, 92, 100/1, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 91 และริบของกลาง

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 26 วรรคหนึ่ง, 57, 66 วรรคสอง, 76/1 วรรคหนึ่ง, 91, 92 วรรคหนึ่ง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 5 ปี และปรับ 400,000 บาท ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน จำคุก 6 เดือน ฐานมีกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 2 ปี ฐานจำหน่ายกัญชา จำคุก 2 ปี กัญชาที่จำเลยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเป็นจำนวนเดียวกัน การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากันให้ลงโทษฐานจำหน่ายกัญชาเพียงกระทงเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 คงจำคุก 2 ปี ฐานเสพกัญชา จำคุก 2 เดือน รวมจำคุก 7 ปี 8 เดือนและปรับ 400,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 ปี 10 เดือน และปรับ 200,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 หากต้องกักขังแทนค่าปรับให้กักขังไม่เกิน 1 ปี และริบของกลาง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษายืน

โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การกระทำของจำเลยในความผิดฐานมีกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและฐานจำหน่ายกัญชาเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันหรือไม่ เห็นว่า แม้โจทก์บรรยายฟ้องในความผิดฐานมีกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและฐานจำหน่ายกัญชาไว้ต่างกรรมกันตามฟ้องข้อ 1 (ค) และ ข้อ 1 (ง) ก็ตาม แต่โจทก์ก็บรรยายฟ้องว่า จำเลยมีกัญชา จำนวน 19 ห่อ น้ำหนักรวม 122.550 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต และจำเลยจำหน่ายโดยการขายกัญชา จำนวน 1 ห่อใหญ่ น้ำหนักเท่าใดไม่ปรากฏชัด แต่ไม่เกินกว่า 122.550 กรัม อันเป็นส่วนหนึ่งของกัญชาที่จำเลยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายให้แก่สายลับผู้ล่อซื้อ ซึ่งโจทก์ก็ยอมรับตามฎีกาว่ากรณีไม่ชัดเจนว่าจำเลยจำหน่ายกัญชาให้แก่สายลับมีจำนวนน้ำหนักเท่าไร เมื่อกัญชาที่จำเลยจำหน่ายให้แก่สายลับมีจำนวนน้ำหนักไม่ชัดเจนดังกล่าวแล้ว การที่โจทก์บรรยายฟ้องว่ากัญชาที่จำเลยจำหน่ายมีน้ำหนักเท่าใดไม่ปรากฏชัด แต่ไม่เกินกว่า 122.550 กรัมดังกล่าวข้างต้น จึงอาจแปลความได้ว่า กัญชาที่จำเลยจำหน่ายให้แก่สายลับมีน้ำหนักน้อยกว่า 122.550 กรัม ก็ได้ หรือมีน้ำหนักเท่ากับ 122.550 กรัม ก็ได้ กรณีจึงต้องฟังข้อเท็จจริงเป็นคุณแก่จำเลยว่า จำเลยจำหน่ายกัญชาน้ำหนัก 122.550 กรัม ให้แก่สายลับ เมื่อกัญชาที่จำเลยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเป็นจำนวนเดียวกัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวกัน มิใช่เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันดังที่โจทก์ฎีกาไม่ แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพว่าการกระทำความผิดต่างกรรมกัน ศาลก็ไม่อาจลงโทษจำเลยได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ3327/2556
primary_red_case_no
อ3288/2556
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000229.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.3672/2558
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2559