คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18347/2557 ฉบับเต็ม

#594403
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18347/2557 นางกฐิน กุยยกานนท์ โจทก์ นางเรือนแก้ว กุยยกานนท์ จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 531 (2) คดีนี้ตามคำฟ้องโจทก์กล่าวอ้างว่า จำเลยกล่าวแก่โจทก์ว่า "แม่แก่แล้วอายุตั้ง 90 ปี พูดกลับไปกลับมา แม่ใหญ่ได้แค่ในห้องนี้แหละ ข้างนอกฉันใหญ่ ถ้าไม่มีแม่ ฉันก็ดูแลทุกอย่างเองได้ ออกไปจากบ้านเถอะ" ต่อมาชั้นสืบพยานโจทก์เบิกความแต่เพียงว่า จำเลยกล่าวแก่โจทก์ว่า "แม่อายุ 90 ปี แล้ว พูดกลับไปกลับมา แม่ไม่อยู่ไม่มีแม่เค้าก็ทำได้" และจำเลยบอกคนดูแลโจทก์ให้จูงโจทก์ออกไปข้างนอก แม้ในข้อนี้จำเลยจะให้การปฏิเสธว่าไม่ได้พูดข้อความเช่นนั้นและอ้างว่าวันเกิดเหตุจำเลยเดินทางไปต่างจังหวัดก็ตาม เมื่อพิจารณาข้อความดังกล่าวเป็นเพียงการพูดจาโดยไม่มีสัมมาคารวะและไม่เคารพยำเกรงโจทก์ผู้เป็นมารดาเท่านั้น ไม่ถึงขนาดเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรง อันจะถือได้ว่าจำเลยประพฤติเนรคุณต่อโจทก์ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกถอนคืนการให้ได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 531 (2) ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมโอนที่ดินทั้งห้าโฉนดคืนโจทก์ หากจำเลยไม่กระทำการดังกล่าวให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความแทนจำเลย 5,000 บาท โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์ถึงแก่ความตาย นางนิรมลและนางศรีประไพ ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน จำเลยคัดค้านว่า ผู้ร้องทั้งสองไม่เหมาะที่จะเข้าเป็นคู่ความแทนโจทก์ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังว่า นางนิรมลและนางศรีประไพเป็นทายาทของโจทก์ จึงมีคำสั่งอนุญาตให้นางนิรมลและนางศรีประไพเข้าเป็นคู่ความแทนโจทก์ผู้มรณะต่อไป ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้โต้เถียงกันในชั้นฎีการับฟังเป็นยุติว่า โจทก์ประกอบธุรกิจห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล จำเลยเป็นบุตรสาวคนโตของโจทก์ โดยโจทก์มีบุตรคนอื่นที่ยังมีชีวิตอยู่อีก 5 คน คือ นายหาญ นางนิรมล นางถิระศิริ นางพจนีย์และนางศรีประไพ เดิมโจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดิน 5 แปลง ได้แก่ ที่ดินโฉนดเลขที่ 7043, 14766 และ 113348 ตำบลพระโขนง (บางจาก) อำเภอพระโขนง จังหวัดพระนคร ที่ดินโฉนดเลขที่ 14767 ตำบลพระโขนงเหนือ (บางจาก) อำเภอวัฒนา (พระโขนง) จังหวัดพระนคร และที่ดินโฉนดเลขที่ 38859 ตำบลสวนหลวง (พระโขนงฝั่งเหนือ) อำเภอสวนหลวง (พระโขนง) จังหวัดพระนคร เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2518 โจทก์ทำนิติกรรมยกที่ดินโฉนดเลขที่ 113348 ให้แก่จำเลย วันที่ 14 ธันวาคม 2531 โจทก์ทำนิติกรรมยกที่ดินโฉนดเลขที่ 14767 ให้แก่จำเลย วันที่ 13 พฤศจิกายน 2543 โจทก์ทำนิติกรรมยกที่ดินโฉนดเลขที่ 7043 และ 14766 ให้แก่จำเลยถือกรรมสิทธิ์ร่วมกับโจทก์ วันที่ 17 กันยายน 2547 โจทก์ทำนิติกรรมยกที่ดินโฉนดเลขที่ 38859 ให้แก่จำเลยและนายหาญโดยมีกรรมสิทธิ์ร่วมกัน ซึ่งเป็นการยกให้โดยเสน่หาไม่มีค่าตอบแทนทั้งห้าแปลง มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยประพฤติเนรคุณต่อโจทก์โดยหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรง อันจะเป็นเหตุให้โจทก์ถอนคืนการให้ได้หรือไม่ เห็นว่า ตามคำฟ้องโจทก์กล่าวอ้างว่า จำเลยกล่าวแก่โจทก์ว่า "แม่แก่แล้วอายุตั้ง 90 ปี พูดกลับไปกลับมา แม่ใหญ่ได้แค่ในห้องนี้แหละ ข้างนอกฉันใหญ่ ถ้าไม่มีแม่ ฉันก็ดูแลทุกอย่างเองได้ ออกไปจากบ้านเถอะ" ต่อมาในชั้นสืบพยานโจทก์เบิกความแต่เพียงว่า จำเลยกล่าวแก่โจทก์ว่า "แม่อายุ 90 ปี แล้ว พูดกลับไปกลับมา แม่ไม่อยู่ไม่มีแม่เค้าก็ทำได้" และจำเลยบอกคนดูแลโจทก์ให้จูงโจทก์ออกไปข้างนอก แม้ในข้อนี้จำเลยจะให้การปฏิเสธว่าไม่ได้พูดข้อความเช่นนั้นและอ้างว่าวันเกิดเหตุจำเลยเดินทางไปต่างจังหวัดก็ตาม เมื่อพิจารณาข้อความดังกล่าวเป็นเพียงการพูดจาโดยไม่มีสัมมาคารวะและไม่เคารพยำเกรงโจทก์ผู้เป็นมารดาเท่านั้น ไม่ถึงขนาดเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรง อันจะถือได้ว่าจำเลยประพฤติเนรคุณต่อโจทก์ โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกถอนคืนการให้ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 531 (2) ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (สุทธิโชค เทพไตรรัตน์-สรศักดิ์ วาจาสิทธิศิลป์-สวัสดิ์ สุรวัฒนานันท์) ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายยงยศ นิสภัครกุล ศาลอุทธรณ์ - นายคัมภีร์ กิตติปริญญาพงศ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.1336/2555 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ10289/2549 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ5372/2551 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
594403
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่งกรุงเทพใต้",
        "judge": "นายยงยศ นิสภัครกุล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายคัมภีร์ กิตติปริญญาพงศ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081974376"
    }
}
date
2557
deka_no
18347/2557
deka_running_no
18347
deka_year
2557
department
แผนก
judges
[
    "สุทธิโชค เทพไตรรัตน์",
    "สรศักดิ์ วาจาสิทธิศิลป์",
    "สวัสดิ์ สุรวัฒนานันท์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 531 (2)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางกฐิน กุยยกานนท์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางเรือนแก้ว กุยยกานนท์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมโอนที่ดินทั้งห้าโฉนดคืนโจทก์ หากจำเลยไม่กระทำการดังกล่าวให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา

จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความแทนจำเลย 5,000 บาท

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์ถึงแก่ความตาย นางนิรมลและนางศรีประไพ ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน

จำเลยคัดค้านว่า ผู้ร้องทั้งสองไม่เหมาะที่จะเข้าเป็นคู่ความแทนโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังว่า นางนิรมลและนางศรีประไพเป็นทายาทของโจทก์ จึงมีคำสั่งอนุญาตให้นางนิรมลและนางศรีประไพเข้าเป็นคู่ความแทนโจทก์ผู้มรณะต่อไป ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้โต้เถียงกันในชั้นฎีการับฟังเป็นยุติว่า โจทก์ประกอบธุรกิจห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล จำเลยเป็นบุตรสาวคนโตของโจทก์ โดยโจทก์มีบุตรคนอื่นที่ยังมีชีวิตอยู่อีก 5 คน คือ นายหาญ นางนิรมล นางถิระศิริ นางพจนีย์และนางศรีประไพ เดิมโจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดิน 5 แปลง ได้แก่ ที่ดินโฉนดเลขที่ 7043, 14766 และ 113348 ตำบลพระโขนง (บางจาก) อำเภอพระโขนง จังหวัดพระนคร ที่ดินโฉนดเลขที่ 14767 ตำบลพระโขนงเหนือ (บางจาก) อำเภอวัฒนา (พระโขนง) จังหวัดพระนคร และที่ดินโฉนดเลขที่ 38859 ตำบลสวนหลวง (พระโขนงฝั่งเหนือ) อำเภอสวนหลวง (พระโขนง) จังหวัดพระนคร เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2518 โจทก์ทำนิติกรรมยกที่ดินโฉนดเลขที่ 113348 ให้แก่จำเลย วันที่ 14 ธันวาคม 2531 โจทก์ทำนิติกรรมยกที่ดินโฉนดเลขที่ 14767 ให้แก่จำเลย วันที่ 13 พฤศจิกายน 2543 โจทก์ทำนิติกรรมยกที่ดินโฉนดเลขที่ 7043 และ 14766 ให้แก่จำเลยถือกรรมสิทธิ์ร่วมกับโจทก์ วันที่ 17 กันยายน 2547 โจทก์ทำนิติกรรมยกที่ดินโฉนดเลขที่ 38859 ให้แก่จำเลยและนายหาญโดยมีกรรมสิทธิ์ร่วมกัน ซึ่งเป็นการยกให้โดยเสน่หาไม่มีค่าตอบแทนทั้งห้าแปลง

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยประพฤติเนรคุณต่อโจทก์โดยหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรง อันจะเป็นเหตุให้โจทก์ถอนคืนการให้ได้หรือไม่ เห็นว่า ตามคำฟ้องโจทก์กล่าวอ้างว่า จำเลยกล่าวแก่โจทก์ว่า "แม่แก่แล้วอายุตั้ง 90 ปี พูดกลับไปกลับมา แม่ใหญ่ได้แค่ในห้องนี้แหละ ข้างนอกฉันใหญ่ ถ้าไม่มีแม่ ฉันก็ดูแลทุกอย่างเองได้ ออกไปจากบ้านเถอะ" ต่อมาในชั้นสืบพยานโจทก์เบิกความแต่เพียงว่า จำเลยกล่าวแก่โจทก์ว่า "แม่อายุ 90 ปี แล้ว พูดกลับไปกลับมา แม่ไม่อยู่ไม่มีแม่เค้าก็ทำได้" และจำเลยบอกคนดูแลโจทก์ให้จูงโจทก์ออกไปข้างนอก แม้ในข้อนี้จำเลยจะให้การปฏิเสธว่าไม่ได้พูดข้อความเช่นนั้นและอ้างว่าวันเกิดเหตุจำเลยเดินทางไปต่างจังหวัดก็ตาม เมื่อพิจารณาข้อความดังกล่าวเป็นเพียงการพูดจาโดยไม่มีสัมมาคารวะและไม่เคารพยำเกรงโจทก์ผู้เป็นมารดาเท่านั้น ไม่ถึงขนาดเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรง อันจะถือได้ว่าจำเลยประพฤติเนรคุณต่อโจทก์ โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกถอนคืนการให้ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 531 (2) ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ10289/2549
primary_red_case_no
พ5372/2551
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000309.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.1336/2555
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2557