คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15084/2558 ฉบับเต็ม

#594692
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15084/2558 ธนาคารอาคารสงเคราะห์ โจทก์ นายอัศชัย ปัญญาเสมอทรัพย์ กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 271 ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2546 ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ หากไม่ชำระให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 57197 พร้อมสิ่งปลูกสร้างซึ่งจำเลยทั้งสองจดทะเบียนจำนองเป็นประกันหนี้ ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ ถ้าได้เงินไม่พอให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองบังคับชำระหนี้แก่โจทก์จนครบถ้วน โจทก์และจำเลยทั้งสองไม่อุทธรณ์ ต่อมาในชั้นบังคับคดี โจทก์ร้องขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินจำนองออกขายทอดตลาดแต่ยังขายไม่ได้ โจทก์จึงยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 20483 และ 20484 กับที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่1920 โดยโจทก์เพิ่งยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2556 อันเป็นการร้องขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีเมื่อล่วงพ้นระยะเวลาสิบปีนับแต่วันมีคำพิพากษาชั้นที่สุดสำหรับคดีนี้แล้ว ทั้งไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าศาลชั้นต้นได้ขยายระยะเวลาการบังคับคดีให้โจทก์ ดังนี้ คำขอของโจทก์จึงไม่ต้องด้วยระยะเวลาในการร้องขอให้บังคับคดีภายในสิบปีนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 271 โจทก์จึงหมดสิทธิที่จะร้องขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดียึดโฉนดที่ดินเลขที่ 20483 และ 20484 กับที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่1920 ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 583,115.18 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 13.50 ต่อปี ของต้นเงิน 522,163.67 บาทนับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระหรือชำระไม่ครบถ้วนให้ยึดทรัพย์จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 57197 ตำบลคูคต (คลอง 3 ตก) อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี (ธัญบุรี) พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ ถ้าได้เงินไม่พอให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองบังคับชำระหนี้แก่โจทก์จนครบถ้วน กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์แต่จำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์จึงขอหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำนองดังกล่าวออกขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษา แต่ยังขายไม่ได้ โจทก์ยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งเจ้าพนักงานบังคับคดี และมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินทั้งสามแปลงไว้ก่อน จนกว่าจะขายทอดตลาดทรัพย์จำนองเสร็จสิ้นและได้เงินไม่พอชำระหนี้จึงค่อยนำทรัพย์ที่ยึดไว้ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ต่อไป จำเลยทั้งสองยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว มีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่งเจ้าพนักงานบังคับคดีและให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินของจำเลยทั้งสองตามคำร้องของโจทก์ต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีต้องดำเนินการบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 20483และเลขที่ 20484 ตำบลหนองสรวง อำเภอขามทะเลสอ จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ กับที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 1920 ตำบลด่านใน อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งจำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ตามคำขอของโจทก์หรือไม่ เห็นว่า สำหรับที่ดินสามแปลงนี้โจทก์เพิ่งยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2556 ตามคำร้อง อันเป็นการร้องขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีเมื่อล่วงพ้นระยะเวลาสิบปีนับแต่วันมีคำพิพากษาชั้นที่สุดสำหรับคดีนี้แล้ว อีกทั้งไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าศาลชั้นต้นได้ขยายระยะเวลาการบังคับคดีให้แก่โจทก์ ดังนี้ คำขอของโจทก์จึงไม่ต้องด้วยระยะเวลาในการร้องขอให้บังคับคดีภายในสิบปีนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 บัญญัติไว้ โจทก์จึงหมดสิทธิที่จะร้องขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 20483, 20484 ตำบลหนองสรวง อำเภอขามทะเลสอ จังหวัดนครราชสีมา ของจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 1 กับที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 1920 ตำบลด่านใน อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา ของจำเลยที่ 2 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำสั่งศาลชั้นต้นโดยให้ยก คำร้องของโจทก์มานั้น ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา และคดีไม่จำต้องวินิจฉัยว่าการที่โจทก์ร้องขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินสามแปลงนี้ เป็นการไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนที่คำพิพากษากำหนดไว้หรือไม่ เพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไป ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (สมชาย จุลนิติ์-สรรทัศน์ เอี่ยมวรชัย-ธีระ เบญจรัศมีโรจน์) ศาลแพ่ง - นางวิไลลักษณ์ อินทุภูติ ศาลอุทธรณ์ - นายอนันต์ เสนคุ้ม แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.3335/2557 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ2584/2545 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ265/2546 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
594692
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นางวิไลลักษณ์ อินทุภูติ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายอนันต์ เสนคุ้ม"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081966272"
    }
}
date
2558
deka_no
15084/2558
deka_running_no
15084
deka_year
2558
department
แผนก
judges
[
    "สมชาย จุลนิติ์",
    "สรรทัศน์ เอี่ยมวรชัย",
    "ธีระ เบญจรัศมีโรจน์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 271"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคารอาคารสงเคราะห์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายอัศชัย ปัญญาเสมอทรัพย์ กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 583,115.18 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 13.50 ต่อปี ของต้นเงิน 522,163.67 บาทนับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระหรือชำระไม่ครบถ้วนให้ยึดทรัพย์จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 57197 ตำบลคูคต (คลอง 3 ตก) อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี (ธัญบุรี) พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ ถ้าได้เงินไม่พอให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองบังคับชำระหนี้แก่โจทก์จนครบถ้วน กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์แต่จำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์จึงขอหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำนองดังกล่าวออกขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษา แต่ยังขายไม่ได้

โจทก์ยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งเจ้าพนักงานบังคับคดี และมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินทั้งสามแปลงไว้ก่อน จนกว่าจะขายทอดตลาดทรัพย์จำนองเสร็จสิ้นและได้เงินไม่พอชำระหนี้จึงค่อยนำทรัพย์ที่ยึดไว้ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ต่อไป

จำเลยทั้งสองยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว มีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่งเจ้าพนักงานบังคับคดีและให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินของจำเลยทั้งสองตามคำร้องของโจทก์ต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีต้องดำเนินการบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 20483และเลขที่ 20484 ตำบลหนองสรวง อำเภอขามทะเลสอ จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ กับที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 1920 ตำบลด่านใน อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งจำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ตามคำขอของโจทก์หรือไม่ เห็นว่า สำหรับที่ดินสามแปลงนี้โจทก์เพิ่งยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2556 ตามคำร้อง อันเป็นการร้องขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีเมื่อล่วงพ้นระยะเวลาสิบปีนับแต่วันมีคำพิพากษาชั้นที่สุดสำหรับคดีนี้แล้ว อีกทั้งไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าศาลชั้นต้นได้ขยายระยะเวลาการบังคับคดีให้แก่โจทก์ ดังนี้ คำขอของโจทก์จึงไม่ต้องด้วยระยะเวลาในการร้องขอให้บังคับคดีภายในสิบปีนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 บัญญัติไว้ โจทก์จึงหมดสิทธิที่จะร้องขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 20483, 20484 ตำบลหนองสรวง อำเภอขามทะเลสอ จังหวัดนครราชสีมา ของจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 1 กับที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 1920 ตำบลด่านใน อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา ของจำเลยที่ 2 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำสั่งศาลชั้นต้นโดยให้ยก คำร้องของโจทก์มานั้น ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา และคดีไม่จำต้องวินิจฉัยว่าการที่โจทก์ร้องขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินสามแปลงนี้ เป็นการไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนที่คำพิพากษากำหนดไว้หรือไม่ เพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไป ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
พ2584/2545
primary_red_case_no
พ265/2546
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000238.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.3335/2557
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558