คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 961/2559 ฉบับเต็ม

#594725
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 961/2559 พนักงานอัยการจังหวัดกันทรลักษ์ โจทก์ นายภุชงค์ แซ่เตีย โจทก์ร่วม นางสาวศันสนีย์ บุญมาก จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4), มาตรา 30 ป.อ. มาตรา 56, มาตรา 91, มาตรา 137, มาตรา 267, มาตรา 268 วรรคแรก, มาตรา 268 วรรคสอง แม้ข้อความที่จำเลยแจ้งจะเป็นความเท็จเพราะความจริงโฉนดที่ดินอยู่ที่ ภ. และจำเลยนำรายงานประจำวันรับแจ้งเป็นหลักฐานที่เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จไปใช้อ้างเพื่อขอให้ออกใบแทนโฉนดที่ดินก็ตาม แต่ก็เป็นเรื่องที่จำเลยกระทำต่อพันตำรวจโท บ.เจ้าพนักงาน ธ. และ พ. เจ้าพนักงานที่ดิน มิได้กล่าวพาดพิงไปถึง ภ. หรือนำรายงานประจำวันรับแจ้งเป็นหลักฐานที่เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จไปใช้อ้างต่อ ภ. อันจะถือว่า ภ. ได้รับความเสียหายโดยตรงจากการกระทำของจำเลย อีกทั้งจำเลยมอบให้มารดานำโฉนดที่ดินทั้งสองฉบับไปเป็นหลักประกันการกู้ยืมเงินกับ ภ. เท่านั้น ซึ่ง ภ. ไม่มีสิทธิที่จะบังคับเอากับโฉนดที่ดินดังกล่าวได้ตามกฎหมาย ภ. จึงมิใช่ผู้เสียหายในความผิดฐานแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ และใช้หรืออ้างเอกสารราชการซึ่งแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จดังกล่าว ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4) และไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 30 การที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ ภ. เข้าร่วมเป็นโจทก์จึงเป็นการไม่ชอบ เมื่อ ภ. มิใช่คู่ความในคดีจึงไม่มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ขอให้ไม่รอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยได้ ดังนี้ การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยอุทธรณ์ของ ภ. จึงเป็นการไม่ชอบเช่นกัน ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 137, 267, 268 จำเลยให้การรับสารภาพ ระหว่างพิจารณา นายภุชงค์ ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 267, 268 วรรคแรก การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 267 แต่กระทงเดียวตามมาตรา 268 วรรคสอง จำคุก 1 ปี และปรับ 6,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน และปรับ 3,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 โจทก์ร่วมอุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่รอการลงโทษและไม่ลงโทษปรับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ก่อนอื่นจะวินิจฉัยปัญหาตามฎีกาของจำเลยที่ว่า นายภุชงค์ เป็นผู้เสียหายและมีสิทธิยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์หรือไม่ เห็นว่า คดีนี้จำเลยให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามฟ้องว่า จำเลยแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่พันตำรวจโทบรรจง พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย มีหน้าที่รับแจ้งเหตุ สืบสวน และสอบสวนคดีอาญาว่า โฉนดที่ดินเลขที่ 17232 หน้าสำรวจ 2956 ตำบลสิ อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ และโฉนดที่ดินเลขที่ 20459 หน้าสำรวจ 3700 ตำบลสิ อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งมีชื่อจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ได้สูญหายไป เพื่อให้พันตำรวจโทบรรจงจดข้อความดังกล่าวลงในรายงานประจำวันรับแจ้งเป็นหลักฐาน ความจริงโฉนดที่ดินทั้งสองฉบับของจำเลยไม่ได้สูญหาย โดยจำเลยมอบให้มารดานำไปเป็นหลักประกันการกู้ยืมเงินกับนายภุชงค์ ภายหลังกระทำความผิดดังกล่าวแล้ว จำเลยนำรายงานประจำวันรับแจ้งเป็นหลักฐานดังกล่าวไปใช้อ้างแสดงต่อนายธีระวุฒิ และนางสาวพิชาพา เจ้าพนักงานที่ดินประจำสำนักงานที่ดินจังหวัดศรีสะเกษ สาขาขุนหาญ เพื่อให้ออกใบแทนโฉนดที่ดินทั้งสองฉบับดังกล่าว เป็นเหตุให้นายธีระวุฒิและนางสาวพิชาพาหลงเชื่อออกใบแทนโฉนดที่ดินทั้งสองฉบับให้แก่จำเลย เห็นว่า แม้ข้อความที่จำเลยแจ้งจะเป็นความเท็จเพราะความจริงโฉนดที่ดินอยู่ที่นายภุชงค์ และจำเลยนำรายงานประจำวันรับแจ้งเป็นหลักฐานที่เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จไปใช้อ้างเพื่อขอให้ออกใบแทนโฉนดที่ดินก็ตาม แต่ก็เป็นเรื่องที่จำเลยกระทำต่อพันตำรวจโทบรรจง เจ้าพนักงาน นายธีระวุฒิและนางสาวพิชาพาเจ้าพนักงานที่ดิน มิได้กล่าวพาดพิงไปถึงนายภุชงค์หรือนำรายงานประจำวันรับแจ้งเป็นหลักฐานที่เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จไปใช้อ้างต่อนายภุชงค์ อันจะถือว่านายภุชงค์ได้รับความเสียหายโดยตรงจากการกระทำของจำเลย อีกทั้งจำเลยมอบให้มารดานำโฉนดที่ดินทั้งสองฉบับไปเป็นหลักประกันการกู้ยืมเงินกับนายภุชงค์เท่านั้น ซึ่งนายภุชงค์ไม่มีสิทธิที่จะบังคับเอากับโฉนดที่ดินดังกล่าวได้ตามกฎหมาย นายภุชงค์จึงมิใช่ผู้เสียหายในความผิดฐานแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ และใช้หรืออ้างเอกสารราชการซึ่งแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) และไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 30 การที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้นายภุชงค์เข้าร่วมเป็นโจทก์จึงเป็นการไม่ชอบ เมื่อนายภุชงค์มิใช่คู่ความในคดีจึงไม่มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ขอให้ไม่รอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยได้ ดังนี้ การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยอุทธรณ์ของนายภุชงค์จึงเป็นการไม่ชอบเช่นกัน ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังขึ้น กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของจำเลยอีกเพราะไม่มีผลเปลี่ยนแปลงคำพิพากษานี้ พิพากษาให้ยกคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ของนายภุชงค์ ยกคำสั่งของศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้ นายภุชงค์เข้าร่วมเป็นโจทก์ และยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 โดยให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น (ปกรณ์ มหรรณพ-วิวรรต นิ่มละมัย-นุจรินทร์ จันทร์พรายศรี) ศาลจังหวัดกันทรลักษ์ - นายศิริชัย สุวรรณแสน ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายวิเชียร อภิรัตน์มนตรี แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.164/2559 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ1936/2557 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ180/2558 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
594725
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดกันทรลักษ์",
        "judge": "นายศิริชัย สุวรรณแสน"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 3",
        "judge": "นายวิเชียร อภิรัตน์มนตรี"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081965410"
    }
}
date
2559
deka_no
961/2559
deka_running_no
961
deka_year
2559
department
แผนก
judges
[
    "ปกรณ์ มหรรณพ",
    "วิวรรต นิ่มละมัย",
    "นุจรินทร์ จันทร์พรายศรี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 2 (4)",
            "ม. 30"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 56",
            "ม. 91",
            "ม. 137",
            "ม. 267",
            "ม. 268 วรรคแรก",
            "ม. 268 วรรคสอง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดกันทรลักษ์"
    },
    {
        "role": "โจทก์ร่วม",
        "name": "นายภุชงค์ แซ่เตีย"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวศันสนีย์ บุญมาก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 137, 267, 268

จำเลยให้การรับสารภาพ

ระหว่างพิจารณา นายภุชงค์ ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 267, 268 วรรคแรก การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 267 แต่กระทงเดียวตามมาตรา 268 วรรคสอง จำคุก 1 ปี และปรับ 6,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน และปรับ 3,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30

โจทก์ร่วมอุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่รอการลงโทษและไม่ลงโทษปรับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ก่อนอื่นจะวินิจฉัยปัญหาตามฎีกาของจำเลยที่ว่า นายภุชงค์ เป็นผู้เสียหายและมีสิทธิยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์หรือไม่ เห็นว่า คดีนี้จำเลยให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามฟ้องว่า จำเลยแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่พันตำรวจโทบรรจง พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย มีหน้าที่รับแจ้งเหตุ สืบสวน และสอบสวนคดีอาญาว่า โฉนดที่ดินเลขที่ 17232 หน้าสำรวจ 2956 ตำบลสิ อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ และโฉนดที่ดินเลขที่ 20459 หน้าสำรวจ 3700 ตำบลสิ อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งมีชื่อจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ได้สูญหายไป เพื่อให้พันตำรวจโทบรรจงจดข้อความดังกล่าวลงในรายงานประจำวันรับแจ้งเป็นหลักฐาน ความจริงโฉนดที่ดินทั้งสองฉบับของจำเลยไม่ได้สูญหาย โดยจำเลยมอบให้มารดานำไปเป็นหลักประกันการกู้ยืมเงินกับนายภุชงค์ ภายหลังกระทำความผิดดังกล่าวแล้ว จำเลยนำรายงานประจำวันรับแจ้งเป็นหลักฐานดังกล่าวไปใช้อ้างแสดงต่อนายธีระวุฒิ และนางสาวพิชาพา เจ้าพนักงานที่ดินประจำสำนักงานที่ดินจังหวัดศรีสะเกษ สาขาขุนหาญ เพื่อให้ออกใบแทนโฉนดที่ดินทั้งสองฉบับดังกล่าว เป็นเหตุให้นายธีระวุฒิและนางสาวพิชาพาหลงเชื่อออกใบแทนโฉนดที่ดินทั้งสองฉบับให้แก่จำเลย เห็นว่า แม้ข้อความที่จำเลยแจ้งจะเป็นความเท็จเพราะความจริงโฉนดที่ดินอยู่ที่นายภุชงค์ และจำเลยนำรายงานประจำวันรับแจ้งเป็นหลักฐานที่เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จไปใช้อ้างเพื่อขอให้ออกใบแทนโฉนดที่ดินก็ตาม แต่ก็เป็นเรื่องที่จำเลยกระทำต่อพันตำรวจโทบรรจง เจ้าพนักงาน นายธีระวุฒิและนางสาวพิชาพาเจ้าพนักงานที่ดิน มิได้กล่าวพาดพิงไปถึงนายภุชงค์หรือนำรายงานประจำวันรับแจ้งเป็นหลักฐานที่เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จไปใช้อ้างต่อนายภุชงค์ อันจะถือว่านายภุชงค์ได้รับความเสียหายโดยตรงจากการกระทำของจำเลย อีกทั้งจำเลยมอบให้มารดานำโฉนดที่ดินทั้งสองฉบับไปเป็นหลักประกันการกู้ยืมเงินกับนายภุชงค์เท่านั้น ซึ่งนายภุชงค์ไม่มีสิทธิที่จะบังคับเอากับโฉนดที่ดินดังกล่าวได้ตามกฎหมาย นายภุชงค์จึงมิใช่ผู้เสียหายในความผิดฐานแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ และใช้หรืออ้างเอกสารราชการซึ่งแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) และไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 30 การที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้นายภุชงค์เข้าร่วมเป็นโจทก์จึงเป็นการไม่ชอบ เมื่อนายภุชงค์มิใช่คู่ความในคดีจึงไม่มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ขอให้ไม่รอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยได้ ดังนี้ การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยอุทธรณ์ของนายภุชงค์จึงเป็นการไม่ชอบเช่นกัน ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังขึ้น กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของจำเลยอีกเพราะไม่มีผลเปลี่ยนแปลงคำพิพากษานี้

พิพากษาให้ยกคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ของนายภุชงค์ ยกคำสั่งของศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้ นายภุชงค์เข้าร่วมเป็นโจทก์ และยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 โดยให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
opensearch_id
primary_black_case_no
อ1936/2557
primary_red_case_no
อ180/2558
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000231.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.164/2559
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2559