คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1117/2559 ฉบับเต็ม

#595279
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1117/2559 พนักงานอัยการจังหวัดสงขลา โจทก์ นายกิตติศักดิ์ หนูเสน จำเลย พ.ร.บ.ให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ.2489 มาตรา 4, มาตรา 6, มาตรา 9 โจทก์บรรยายฟ้องเพียงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการที่เจ้าพนักงานผู้จับได้จับจำเลยเท่านั้น ไม่ได้บรรยายข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้นำจับด้วยว่ามีหรือไม่ แม้โจทก์จะมีคำขอท้ายฟ้องให้จ่ายสินบนแก่ผู้นำจับ ศาลก็ไม่อาจสั่งให้จ่ายสินบนนำจับตามคำขอท้ายฟ้องได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 4, 6, 7, 42, 68, 108, 110, และ 115 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 ทวิ พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ.2489 มาตรา 4, 5, 6, 7, 8 และ 9 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32 และ 91 ริบของกลาง และจ่ายสินบนแก่ผู้นำจับและรางวัลแก่เจ้าพนักงานผู้จับตามกฎหมาย จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2434 มาตรา 110 (1) ประกอบมาตรา 108 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 ทวิ พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ.2489 มาตรา 7 และ 8 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนในราชอาณาจักรของผู้อื่น ให้ลงโทษปรับ 12,000 บาท ฐานนำพาของที่ยังไม่เสียภาษี ของต้องจำกัดหรือของต้องห้ามหรือของที่ยังไม่ได้ผ่านพิธีการทางศุลกากรโดยถูกต้องเข้ามาในราชอาณาจักร ให้ลงโทษปรับ 5,764 บาท รวมโทษทุกกระทงเป็นปรับ 17,764 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับ 8,882 บาท หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับ ให้บังคับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และ 30 ริบของกลาง จ่ายรางวัลแก่เจ้าพนักงานผู้จับจากเงินค่าปรับในความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 ทวิ โดยให้จ่ายตามพระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ.2489 มาตรา 5 (2), 6, 7 และ 8 วรรคสอง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า การที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางไม่ได้มีคำสั่งให้จ่ายสินบนแก่ผู้นำจับตามที่โจทก์มีคำขอท้ายฟ้องเป็นคำพิพากษาที่ชอบด้วยพระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ.2489 มาตรา 5 (2), 6, 7, 8 และ 9 หรือไม่ เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ.2489 มาตรา 4 คำว่า "ผู้นำจับ" หมายความว่า บุคคลผู้มิใช่พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งนำความมาแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ทำการจับกุมผู้กระทำความผิด และมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติว่า ผู้นำจับมีสิทธิรับสินบน... ซึ่งเมื่อพิจารณาคำฟ้องของโจทก์แล้วปรากฏว่าโจทก์คงบรรยายเพียงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการที่เจ้าพนักงานผู้จับได้จับจำเลยเท่านั้น แต่ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้บรรยายข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้นำจับด้วยว่ามีหรือไม่ ซึ่งการจ่ายสินบนตามมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวให้จ่ายแก่ผู้นำจับเท่านั้น เมื่อไม่ปรากฏข้อเท็จจริงตามคำฟ้องของโจทก์ว่าก่อนการจับจำเลยมีผู้แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ทำการจับกุมผู้กระทำความผิด แม้โจทก์จะมีคำขอท้ายฟ้องให้จ่ายสินบนแก่ผู้นำจับตามมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว ศาลก็ไม่อาจสั่งให้จ่ายสินบนนำจับตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ได้ อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางไม่ได้มีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับคำขอให้จ่ายสินบนแก่ผู้นำจับนั้นยังไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศจึงเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอให้จ่ายสินบนแก่ผู้นำจับ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง (ปริญญา ดีผดุง-นวลน้อย ผลทวี-อนันต์ วงษ์ประภารัตน์) ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นายชุตินธร ห่อวโนทยาน แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ทกอ.39/2558 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ2521/2557 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ2520/2557 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
595279
courts
[
    {
        "court": "ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง",
        "judge": "นายชุตินธร ห่อวโนทยาน"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081965302"
    }
}
date
2559
deka_no
1117/2559
deka_running_no
1117
deka_year
2559
department
แผนก
judges
[
    "ปริญญา ดีผดุง",
    "นวลน้อย ผลทวี",
    "อนันต์ วงษ์ประภารัตน์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ.2489",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ.2489",
        "sections": [
            "ม. 4",
            "ม. 6",
            "ม. 9"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดสงขลา"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายกิตติศักดิ์ หนูเสน"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 4, 6, 7, 42, 68, 108, 110, และ 115 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 ทวิ พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ.2489 มาตรา 4, 5, 6, 7, 8 และ 9 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32 และ 91 ริบของกลาง และจ่ายสินบนแก่ผู้นำจับและรางวัลแก่เจ้าพนักงานผู้จับตามกฎหมาย

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2434 มาตรา 110 (1) ประกอบมาตรา 108 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 ทวิ พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ.2489 มาตรา 7 และ 8 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนในราชอาณาจักรของผู้อื่น ให้ลงโทษปรับ 12,000 บาท ฐานนำพาของที่ยังไม่เสียภาษี ของต้องจำกัดหรือของต้องห้ามหรือของที่ยังไม่ได้ผ่านพิธีการทางศุลกากรโดยถูกต้องเข้ามาในราชอาณาจักร ให้ลงโทษปรับ 5,764 บาท รวมโทษทุกกระทงเป็นปรับ 17,764 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับ 8,882 บาท หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับ ให้บังคับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และ 30 ริบของกลาง จ่ายรางวัลแก่เจ้าพนักงานผู้จับจากเงินค่าปรับในความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 ทวิ โดยให้จ่ายตามพระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ.2489 มาตรา 5 (2), 6, 7 และ 8 วรรคสอง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า การที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางไม่ได้มีคำสั่งให้จ่ายสินบนแก่ผู้นำจับตามที่โจทก์มีคำขอท้ายฟ้องเป็นคำพิพากษาที่ชอบด้วยพระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ.2489 มาตรา 5 (2), 6, 7, 8 และ 9 หรือไม่ เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ.2489 มาตรา 4 คำว่า "ผู้นำจับ" หมายความว่า บุคคลผู้มิใช่พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งนำความมาแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ทำการจับกุมผู้กระทำความผิด และมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติว่า ผู้นำจับมีสิทธิรับสินบน... ซึ่งเมื่อพิจารณาคำฟ้องของโจทก์แล้วปรากฏว่าโจทก์คงบรรยายเพียงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการที่เจ้าพนักงานผู้จับได้จับจำเลยเท่านั้น แต่ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้บรรยายข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้นำจับด้วยว่ามีหรือไม่ ซึ่งการจ่ายสินบนตามมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวให้จ่ายแก่ผู้นำจับเท่านั้น เมื่อไม่ปรากฏข้อเท็จจริงตามคำฟ้องของโจทก์ว่าก่อนการจับจำเลยมีผู้แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ทำการจับกุมผู้กระทำความผิด แม้โจทก์จะมีคำขอท้ายฟ้องให้จ่ายสินบนแก่ผู้นำจับตามมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว ศาลก็ไม่อาจสั่งให้จ่ายสินบนนำจับตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ได้ อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางไม่ได้มีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับคำขอให้จ่ายสินบนแก่ผู้นำจับนั้นยังไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศจึงเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอให้จ่ายสินบนแก่ผู้นำจับ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง
opensearch_id
primary_black_case_no
อ2521/2557
primary_red_case_no
อ2520/2557
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000230.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ทกอ.39/2558
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2559