คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1666/2559 ฉบับเต็ม

#596141
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1666/2559 พนักงานอัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โจทก์ นายสุรทินหรืออิ๋ว เสถียรนาม จำเลย พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 100/2 การให้ข้อมูลสำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 100/2 จะต้องเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นก่อนที่ศาลชั้นต้นจะมีคำพิพากษา ข้อมูลที่จำเลยอ้างว่าให้ข้อมูลแก่เจ้าพนักงานตำรวจจนสามารถจับกุมคนร้ายซึ่งเป็นเครือข่ายยาเสพติดให้โทษได้เกิดขึ้นภายหลังที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้ว จำเลยจึงไม่อาจที่จะได้รับประโยชน์ตามบทบัญญัติดังกล่าว ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 6, 7, 8, 15, 66, 100/1, 102 ริบเมทแอมเฟตามีนและโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 66 วรรคสาม จำคุกตลอดชีวิต และปรับ 1,000,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 คงจำคุก 25 ปี และปรับ 500,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 กรณีกักขังแทนค่าปรับให้กักขังเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การให้ข้อมูลตามมาตรา 100/2 จะต้องเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นก่อนที่ศาลชั้นต้นจะมีคำพิพากษา เมื่อปรากฏจากรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นลงวันที่ 4 กรกฎาคม 2557 ที่สอบพันตำรวจตรีมานพ ว่าระหว่างจำเลยถูกจำคุกตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยให้ข้อมูลสำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ กระทั่งเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมนายสามารถได้พร้อมเมทแอมเฟตามีน 2,000 เม็ด แสดงว่าข้อมูลที่จำเลยอ้างว่าให้ข้อมูลแก่เจ้าพนักงานตำรวจจนสามารถจับกุมคนร้ายซึ่งเป็นเครือข่ายยาเสพติดให้โทษได้เกิดขึ้นภายหลังที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้ว จำเลยจึงไม่อาจที่จะได้รับประโยชน์ตามมาตรา 100/2 ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบานั้น เห็นว่า ความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนมีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์เกินยี่สิบกรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ศาลล่างทั้งสอง จำคุกจำเลยตลอดชีวิต และปรับ 1,000,000 บาท ก่อนลดโทษให้ เป็นอัตราโทษจำคุกขั้นต่ำตามที่กฎหมายบัญญัติไว้และยังลดโทษกึ่งหนึ่ง ซึ่งเป็นการลดโทษให้สูงสุดตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะลงโทษสถานเบากว่านี้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (ปกิต สุวรรณพรหมา-วุฒิชัย หรูจิตตวิวัฒน์-ประมวล สุขสมพร) ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นายไวกูณฐ์ สว่างสุรีย์ ศาลอุทธรณ์ - นางสาวจิตตรา กาญธนะประเสริฐ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.3668/2558 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ5774/2555 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ2849/2556 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
596141
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา",
        "judge": "นายไวกูณฐ์ สว่างสุรีย์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นางสาวจิตตรา กาญธนะประเสริฐ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081965067"
    }
}
date
2559
deka_no
1666/2559
deka_running_no
1666
deka_year
2559
department
แผนก
judges
[
    "ปกิต สุวรรณพรหมา",
    "วุฒิชัย หรูจิตตวิวัฒน์",
    "ประมวล สุขสมพร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 100/2"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสุรทินหรืออิ๋ว เสถียรนาม"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 6, 7, 8, 15, 66, 100/1, 102 ริบเมทแอมเฟตามีนและโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลาง

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 66 วรรคสาม จำคุกตลอดชีวิต และปรับ 1,000,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 คงจำคุก 25 ปี และปรับ 500,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 กรณีกักขังแทนค่าปรับให้กักขังเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี ริบของกลาง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษายืน

จำเลยฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การให้ข้อมูลตามมาตรา 100/2 จะต้องเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นก่อนที่ศาลชั้นต้นจะมีคำพิพากษา เมื่อปรากฏจากรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นลงวันที่ 4 กรกฎาคม 2557 ที่สอบพันตำรวจตรีมานพ ว่าระหว่างจำเลยถูกจำคุกตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยให้ข้อมูลสำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ กระทั่งเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมนายสามารถได้พร้อมเมทแอมเฟตามีน 2,000 เม็ด แสดงว่าข้อมูลที่จำเลยอ้างว่าให้ข้อมูลแก่เจ้าพนักงานตำรวจจนสามารถจับกุมคนร้ายซึ่งเป็นเครือข่ายยาเสพติดให้โทษได้เกิดขึ้นภายหลังที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้ว จำเลยจึงไม่อาจที่จะได้รับประโยชน์ตามมาตรา 100/2 ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบานั้น เห็นว่า ความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนมีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์เกินยี่สิบกรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ศาลล่างทั้งสอง จำคุกจำเลยตลอดชีวิต และปรับ 1,000,000 บาท ก่อนลดโทษให้ เป็นอัตราโทษจำคุกขั้นต่ำตามที่กฎหมายบัญญัติไว้และยังลดโทษกึ่งหนึ่ง ซึ่งเป็นการลดโทษให้สูงสุดตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะลงโทษสถานเบากว่านี้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ5774/2555
primary_red_case_no
อ2849/2556
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000228.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.3668/2558
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2559