คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 67/2559 ฉบับเต็ม

#596504
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 67/2559 นายณัฐสัณฑ์ วิทูรวุฒิกุล โจทก์ นางสาวรัชลิน ฉัตรจารุเดช จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 810 วรรคหนึ่ง, มาตรา 904 การที่จำเลยสั่งจ่ายเช็คมอบให้แก่โจทก์เพื่อแลกเงินสดไปจากโจทก์ จำเลยเพียงต้องการได้เงินสดจากการนำเช็คของจำเลยที่มอบให้โจทก์ไปแลกเงินสดโดยจำเลยยอมเสียค่าตอบแทนให้โจทก์และยอมเสียดอกเบี้ยจากการนำเช็คไปแลกเงินสดโดยไม่คำนึงว่าจะแลกเช็คนั้นกับผู้ใด เมื่อจำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาท 7 ฉบับ มอบให้แก่โจทก์เพื่อแลกเงินสด โดยโจทก์เป็นผู้นำเงินมามอบให้จำเลยเป็นการแลกเช็คพิพาทเสียเอง โจทก์ย่อมเป็นผู้ทรงเช็คพิพาท ไม่ใช่ตัวแทนของจำเลย ซึ่งเรื่องดังกล่าวไม่ใช่เรื่องกู้ยืมเงิน ทั้งข้อเท็จจริงที่นำสืบพยานมาไม่ปรากฏว่ามีการเรียกดอกเบี้ยกันในอัตราเท่าใด เพียงแต่โจทก์ได้ค่าตอบแทนในอัตราร้อยละ 2 ถึง 5 เท่านั้น จึงไม่อยู่ในบังคับตาม พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475 และเมื่อโจทก์ไม่ใช่ตัวแทนของจำเลย จำเลยจึงไม่อาจขอให้บังคับโจทก์รับผิดชำระเงินตามฟ้องแย้งหรือให้คืนเช็คตามฟ้องแย้งได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 894,225 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การ ฟ้องแย้ง แก้ไขคำให้การและฟ้องแย้งว่า ขอให้ยกฟ้อง และบังคับโจทก์ชำระเงิน 421,585 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลย กับให้โจทก์คืนเช็คที่เหลืออีก 15 ฉบับ ได้แก่ เช็คพิพาท 7 ฉบับ ตามฟ้องและเช็คธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) สาขาบางเขน เลขที่บัญชี 0223015907 เป็นเช็คเลขที่ 2801323, 2801330, 2804288, 2804290, 2804292, 2804296, 2804297, และ2804298 แก่จำเลย โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งและแก้ไขคำให้การแก้ฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 894,225 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 10 มิถุนายน 2554) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท ยกฟ้องแย้งของจำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมฟ้องแย้งให้เป็นพับ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยที่ว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ โจทก์บรรยายฟ้องโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหา ข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาและคำขอบังคับครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม ส่วนอุทธรณ์ของจำเลยที่ว่า โจทก์ไม่เป็นผู้ทรงเช็คพิพาทโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่โจทก์เป็นเพียงตัวแทนจำเลยนำเช็คพิพาทไปแลกเงินสดแล้วนำเงินสดมามอบให้จำเลยเท่านั้น เห็นว่า จำเลยเพียงต้องการได้เงินสดจากการนำเช็คของจำเลยที่มอบให้โจทก์ไปแลกเงินสดโดยจำเลยยอมเสียค่าตอบแทนให้โจทก์และยอมเสียดอกเบี้ยจากการนำเช็คไปแลกเงินสดโดยไม่คำนึงว่าจะแลกเช็คนั้นกับผู้ใด เมื่อจำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาท 7 ฉบับ มอบให้แก่โจทก์เพื่อแลกเงินสด โดยโจทก์เป็นผู้นำเงินมามอบให้จำเลยเป็นการแลกเช็คพิพาทเสียเอง โจทก์ย่อมเป็นผู้ทรงเช็คพิพาท ส่วนอุทธรณ์ของจำเลยที่ว่า เช็คพิพาทมีการสั่งจ่ายเงินจำนวนตามเช็คที่รวมดอกเบี้ยเกินอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475 เช็คพิพาทจึงเป็นโมฆะ เห็นว่า ข้อเท็จจริงที่นำสืบพยานมาไม่ปรากฏว่ามีการเรียกดอกเบี้ยกันในอัตราเท่าใด เพียงแต่โจทก์ได้ค่าตอบแทนในอัตราร้อยละ 2 ถึง 5 เท่านั้น และเรื่องดังกล่าวไม่ใช่เรื่องกู้ยืมเงิน ไม่อยู่ในบังคับตามพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475 และที่จำเลยอุทธรณ์ขอให้บังคับโจทก์ตามคำขอท้ายฟ้องแย้งนั้น โจทก์ไม่ใช่ตัวแทนของจำเลยจึงไม่อาจให้โจทก์รับผิดชำระเงินตามฟ้องแย้งหรือให้คืนเช็คตามฟ้องแย้งได้ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฎีกาของจำเลยที่ว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมรวมถึงโจทก์ไม่ใช่ผู้ทรงเช็คพิพาทโดยชอบด้วยกฎหมาย อีกทั้งโจทก์คิดดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด เช็คพิพาทจึงเป็นโมฆะ จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดชำระเงินตามเช็คพิพาทแก่โจทก์ และโจทก์ยังต้องรับผิดชำระเงินตามฟ้องแย้งหรือให้โจทก์คืนเช็คตามฟ้องแย้งให้แก่จำเลยนั้น เห็นว่า เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงซึ่งศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยไว้ถูกต้องและชอบด้วยเหตุผลแล้ว ศาลฎีกาจึงไม่รับคดีไว้พิจารณาพิพากษา ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 23 วรรคหนึ่ง จึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความศาลฎีกา คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดให้แก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกานอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ (ปดารณี ลัดพลี-ชัยรัตน์ ศิลาลาย-ปานนท์ กัจฉปานันท์) ศาลแพ่ง - นายไพโรจน์ ตู้ทอง ศาลอุทธรณ์ - นายสมพงศ์ เผือกประดิษฐ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.1351/2557 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น ย164/2554 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น ย256/2555 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
596504
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายไพโรจน์ ตู้ทอง"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายสมพงศ์ เผือกประดิษฐ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081965666"
    }
}
date
2559
deka_no
67/2559
deka_running_no
67
deka_year
2559
department
แผนก
judges
[
    "ปดารณี ลัดพลี",
    "ชัยรัตน์ ศิลาลาย",
    "ปานนท์ กัจฉปานันท์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 810 วรรคหนึ่ง",
            "ม. 904"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายณัฐสัณฑ์ วิทูรวุฒิกุล"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวรัชลิน ฉัตรจารุเดช"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 894,225 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การ ฟ้องแย้ง แก้ไขคำให้การและฟ้องแย้งว่า ขอให้ยกฟ้อง และบังคับโจทก์ชำระเงิน 421,585 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลย กับให้โจทก์คืนเช็คที่เหลืออีก 15 ฉบับ ได้แก่ เช็คพิพาท 7 ฉบับ ตามฟ้องและเช็คธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) สาขาบางเขน เลขที่บัญชี 0223015907 เป็นเช็คเลขที่ 2801323, 2801330, 2804288, 2804290, 2804292, 2804296, 2804297, และ2804298 แก่จำเลย

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งและแก้ไขคำให้การแก้ฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องแย้ง

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 894,225 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 10 มิถุนายน 2554) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท ยกฟ้องแย้งของจำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมฟ้องแย้งให้เป็นพับ

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยที่ว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ โจทก์บรรยายฟ้องโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหา ข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาและคำขอบังคับครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม ส่วนอุทธรณ์ของจำเลยที่ว่า โจทก์ไม่เป็นผู้ทรงเช็คพิพาทโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่โจทก์เป็นเพียงตัวแทนจำเลยนำเช็คพิพาทไปแลกเงินสดแล้วนำเงินสดมามอบให้จำเลยเท่านั้น เห็นว่า จำเลยเพียงต้องการได้เงินสดจากการนำเช็คของจำเลยที่มอบให้โจทก์ไปแลกเงินสดโดยจำเลยยอมเสียค่าตอบแทนให้โจทก์และยอมเสียดอกเบี้ยจากการนำเช็คไปแลกเงินสดโดยไม่คำนึงว่าจะแลกเช็คนั้นกับผู้ใด เมื่อจำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาท 7 ฉบับ มอบให้แก่โจทก์เพื่อแลกเงินสด โดยโจทก์เป็นผู้นำเงินมามอบให้จำเลยเป็นการแลกเช็คพิพาทเสียเอง โจทก์ย่อมเป็นผู้ทรงเช็คพิพาท ส่วนอุทธรณ์ของจำเลยที่ว่า เช็คพิพาทมีการสั่งจ่ายเงินจำนวนตามเช็คที่รวมดอกเบี้ยเกินอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475 เช็คพิพาทจึงเป็นโมฆะ เห็นว่า ข้อเท็จจริงที่นำสืบพยานมาไม่ปรากฏว่ามีการเรียกดอกเบี้ยกันในอัตราเท่าใด เพียงแต่โจทก์ได้ค่าตอบแทนในอัตราร้อยละ 2 ถึง 5 เท่านั้น และเรื่องดังกล่าวไม่ใช่เรื่องกู้ยืมเงิน ไม่อยู่ในบังคับตามพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475 และที่จำเลยอุทธรณ์ขอให้บังคับโจทก์ตามคำขอท้ายฟ้องแย้งนั้น โจทก์ไม่ใช่ตัวแทนของจำเลยจึงไม่อาจให้โจทก์รับผิดชำระเงินตามฟ้องแย้งหรือให้คืนเช็คตามฟ้องแย้งได้ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฎีกาของจำเลยที่ว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมรวมถึงโจทก์ไม่ใช่ผู้ทรงเช็คพิพาทโดยชอบด้วยกฎหมาย อีกทั้งโจทก์คิดดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด เช็คพิพาทจึงเป็นโมฆะ จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดชำระเงินตามเช็คพิพาทแก่โจทก์ และโจทก์ยังต้องรับผิดชำระเงินตามฟ้องแย้งหรือให้โจทก์คืนเช็คตามฟ้องแย้งให้แก่จำเลยนั้น เห็นว่า เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงซึ่งศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยไว้ถูกต้องและชอบด้วยเหตุผลแล้ว ศาลฎีกาจึงไม่รับคดีไว้พิจารณาพิพากษา ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 23 วรรคหนึ่ง

จึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความศาลฎีกา คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดให้แก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกานอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
ย164/2554
primary_red_case_no
ย256/2555
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000233.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.1351/2557
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2559