คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2362/2559 ฉบับเต็ม

#597457
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2362/2559 นางนันทา ภู่เณร กับพวก โจทก์ บริษัทบางกอกรับเบอร์ จำกัด (มหาชน) ผู้ร้อง บริษัทวงศ์ไพฑูรย์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) จำเลย พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/12 พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/12 บัญญัติว่า "ภายใต้บังคับของมาตรา 90/13 และมาตรา 90/14 นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งรับคำร้องขอไว้เพื่อพิจารณาจนถึงวันครบกำหนดระยะเวลาดำเนินการตามแผน หรือวันที่ดำเนินการเป็นผลสำเร็จตามแผนหรือวันที่ศาลมีคำสั่งยกคำร้องขอ หรือจำหน่ายคดี หรือยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ หรือยกเลิกการฟื้นฟูกิจการ หรือพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาด... (5) ห้ามมิให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้..." เป็นบทกฎหมายที่กำหนดขึ้นเพื่อคุ้มครองกองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่มีการฟื้นฟูกิจการให้ดำเนินกิจการต่อไปได้ หาได้มีผลต่อบุคคลอื่นที่มิได้เป็นลูกหนี้ที่มีการฟื้นฟูกิจการด้วยไม่ จึงมีข้อจำกัดสิทธิเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาห้ามบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้ที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ เมื่อปรากฏว่าระหว่างฟื้นฟูกิจการนั้นผู้ร้องเป็นเพียงผู้เช่าที่ครอบครองเครื่องจักรซึ่งเป็นทรัพย์สินของจำเลย เครื่องจักรดังกล่าวจึงไม่ใช่ทรัพย์สินที่อยู่ในกองทรัพย์สินของผู้ร้องที่จะได้รับความคุ้มครองเพื่อการฟื้นฟูกิจการ ดังนั้นโจทก์ทั้งเจ็ดร้อยห้าสิบเจ็ดซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา จึงมีสิทธินำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดเครื่องจักรอันเป็นทรัพย์สินของจำเลยตามหมายบังคับคดีได้ กรณีไม่มีเหตุเพิกถอนการยึดทรัพย์สินตามคำร้อง ___________________________ คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 757 คดีถึงที่สุด จำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์ทั้งเจ็ดร้อยห้าสิบเจ็ดขอออกหมายบังคับคดี ศาลแรงงานกลางออกหมายบังคับคดี ฝ่ายโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดเครื่องจักรซึ่งเป็นทรัพย์สินของจำเลยออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของผู้ร้องและเห็นชอบด้วยกับแผนฟื้นฟูกิจการของผู้ร้องซึ่งผู้ร้องเป็นผู้บริหารแผน ระหว่างดำเนินการฟื้นฟูกิจการผู้ร้องทำสัญญาเช่าเครื่องจักรซึ่งเป็นทรัพย์สินของจำเลยเพื่อใช้ในการประกอบกิจการของผู้ร้อง ต่อมาโจทก์ทั้งเจ็ดร้อยห้าสิบเจ็ดซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษานำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดเครื่องจักรซึ่งเป็นทรัพย์สินของจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาตามรายการนำยึดของเจ้าพนักงานบังคับคดี ทำให้ผู้ร้องได้รับความเสียหาย ผู้ร้องซึ่งอยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการจึงได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/12 (5) คือ ห้ามมิให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาบังคับคดีแก่ทรัพย์สินที่อยู่ในครอบครองของผู้ร้อง โดยถือว่าทรัพย์สินที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษายึดในคดีนี้เป็นทรัพย์สินที่อยู่ในความครอบครองของลูกหนี้ด้วย ขอให้เพิกถอนการบังคับคดีและให้ปล่อยทรัพย์สินที่ยึด ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า กรณีผู้ร้องยื่นขอให้เพิกถอนหมายบังคับคดีนั้นจะต้องเป็นกรณีที่หมายบังคับคดีฝ่าฝืนต่อกฎหมาย กรณีพิพาทไม่ปรากฏว่าหมายบังคับคดีฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ไม่มีเหตุที่จะขอให้เพิกถอน ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้ร้องว่า มีเหตุที่จะเพิกถอนการยึดทรัพย์สินตามคำร้องของผู้ร้องหรือไม่ โดยผู้ร้องอุทธรณ์ว่า ผู้ร้องได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/12 (5) เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาไม่อาจนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์สินที่ผู้ร้องเช่ามาได้เพราะถือว่าเป็นทรัพย์สินที่อยู่ในความครอบครองดูแลของลูกหนี้ในระหว่างการฟื้นฟูกิจการนั้น เห็นว่า พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/12 บัญญัติว่า "ภายใต้บังคับของมาตรา 90/13 และมาตรา 90/14 นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งรับคำร้องขอไว้เพื่อพิจารณาจนถึงวันครบกำหนดระยะเวลาดำเนินการตามแผน หรือวันที่ดำเนินการเป็นผลสำเร็จตามแผนหรือวันที่ศาลมีคำสั่งยกคำร้องขอ หรือจำหน่ายคดี หรือยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ หรือยกเลิกการฟื้นฟูกิจการ หรือพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาด (5) ห้ามมิให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้..." เป็นบทกฎหมายที่กำหนดขึ้นเพื่อคุ้มครองกองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่มีการฟื้นฟูกิจการให้ดำเนินกิจการต่อไปได้ หาได้มีผลต่อบุคคลอื่นที่มิได้เป็นลูกหนี้ที่มีการฟื้นฟูกิจการด้วยไม่ จึงมีข้อจำกัดสิทธิเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาห้ามบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้ที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ เมื่อปรากฏว่าระหว่างฟื้นฟูกิจการนั้นผู้ร้องเป็นเพียงผู้เช่าที่ครอบครองเครื่องจักรซึ่งเป็นทรัพย์สินของจำเลย เครื่องจักรจึงไม่ใช่ทรัพย์สินที่อยู่ในกองทรัพย์สินของผู้ร้องที่จะได้รับความคุ้มครองเพื่อการฟื้นฟูกิจการ ดังนั้นโจทก์ทั้งเจ็ดร้อยห้าสิบเจ็ดซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจึงมีสิทธินำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดเครื่องจักรอันเป็นทรัพย์สินของจำเลยตามหมายบังคับคดีได้ กรณีไม่มีเหตุเพิกถอนการยึดทรัพย์สินตามคำร้อง ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์-วิชัย เอื้อองัคณากุล-ธีระพงศ์ จิระภาค) ศาลแรงงานกลาง - นายศุภกฤษฎิ์ สามิบัติ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก แรงงาน หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ร.750/2554 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น ข1/2554 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น ข2/2554 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
597457
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง",
        "judge": "นายศุภกฤษฎิ์ สามิบัติ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081964812"
    }
}
date
2559
deka_no
2362/2559
deka_running_no
2362
deka_year
2559
department
แรงงาน
judges
[
    "วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์",
    "วิชัย เอื้อองัคณากุล",
    "ธีระพงศ์ จิระภาค"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "sections": [
            "ม. 90/12"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางนันทา ภู่เณร กับพวก"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "บริษัทบางกอกรับเบอร์ จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทวงศ์ไพฑูรย์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)"
    }
]
long_text
คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 757 คดีถึงที่สุด จำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์ทั้งเจ็ดร้อยห้าสิบเจ็ดขอออกหมายบังคับคดี ศาลแรงงานกลางออกหมายบังคับคดี ฝ่ายโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดเครื่องจักรซึ่งเป็นทรัพย์สินของจำเลยออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของผู้ร้องและเห็นชอบด้วยกับแผนฟื้นฟูกิจการของผู้ร้องซึ่งผู้ร้องเป็นผู้บริหารแผน ระหว่างดำเนินการฟื้นฟูกิจการผู้ร้องทำสัญญาเช่าเครื่องจักรซึ่งเป็นทรัพย์สินของจำเลยเพื่อใช้ในการประกอบกิจการของผู้ร้อง ต่อมาโจทก์ทั้งเจ็ดร้อยห้าสิบเจ็ดซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษานำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดเครื่องจักรซึ่งเป็นทรัพย์สินของจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาตามรายการนำยึดของเจ้าพนักงานบังคับคดี ทำให้ผู้ร้องได้รับความเสียหาย ผู้ร้องซึ่งอยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการจึงได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/12 (5) คือ ห้ามมิให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาบังคับคดีแก่ทรัพย์สินที่อยู่ในครอบครองของผู้ร้อง โดยถือว่าทรัพย์สินที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษายึดในคดีนี้เป็นทรัพย์สินที่อยู่ในความครอบครองของลูกหนี้ด้วย ขอให้เพิกถอนการบังคับคดีและให้ปล่อยทรัพย์สินที่ยึด

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า กรณีผู้ร้องยื่นขอให้เพิกถอนหมายบังคับคดีนั้นจะต้องเป็นกรณีที่หมายบังคับคดีฝ่าฝืนต่อกฎหมาย กรณีพิพาทไม่ปรากฏว่าหมายบังคับคดีฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ไม่มีเหตุที่จะขอให้เพิกถอน ยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้ร้องว่า มีเหตุที่จะเพิกถอนการยึดทรัพย์สินตามคำร้องของผู้ร้องหรือไม่ โดยผู้ร้องอุทธรณ์ว่า ผู้ร้องได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/12 (5) เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาไม่อาจนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์สินที่ผู้ร้องเช่ามาได้เพราะถือว่าเป็นทรัพย์สินที่อยู่ในความครอบครองดูแลของลูกหนี้ในระหว่างการฟื้นฟูกิจการนั้น เห็นว่า พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/12 บัญญัติว่า "ภายใต้บังคับของมาตรา 90/13 และมาตรา 90/14 นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งรับคำร้องขอไว้เพื่อพิจารณาจนถึงวันครบกำหนดระยะเวลาดำเนินการตามแผน หรือวันที่ดำเนินการเป็นผลสำเร็จตามแผนหรือวันที่ศาลมีคำสั่งยกคำร้องขอ หรือจำหน่ายคดี หรือยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ หรือยกเลิกการฟื้นฟูกิจการ หรือพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาด (5) ห้ามมิให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้..." เป็นบทกฎหมายที่กำหนดขึ้นเพื่อคุ้มครองกองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่มีการฟื้นฟูกิจการให้ดำเนินกิจการต่อไปได้ หาได้มีผลต่อบุคคลอื่นที่มิได้เป็นลูกหนี้ที่มีการฟื้นฟูกิจการด้วยไม่ จึงมีข้อจำกัดสิทธิเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาห้ามบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้ที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ เมื่อปรากฏว่าระหว่างฟื้นฟูกิจการนั้นผู้ร้องเป็นเพียงผู้เช่าที่ครอบครองเครื่องจักรซึ่งเป็นทรัพย์สินของจำเลย เครื่องจักรจึงไม่ใช่ทรัพย์สินที่อยู่ในกองทรัพย์สินของผู้ร้องที่จะได้รับความคุ้มครองเพื่อการฟื้นฟูกิจการ ดังนั้นโจทก์ทั้งเจ็ดร้อยห้าสิบเจ็ดซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจึงมีสิทธินำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดเครื่องจักรอันเป็นทรัพย์สินของจำเลยตามหมายบังคับคดีได้ กรณีไม่มีเหตุเพิกถอนการยึดทรัพย์สินตามคำร้อง ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
ข1/2554
primary_red_case_no
ข2/2554
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000226.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ร.750/2554
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2559