คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3121/2559 ฉบับเต็ม

#598043
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3121/2559 พนักงานอัยการจังหวัดสว่างแดนดิน โจทก์ นายถิรวัฒน์ อรบุตร กับพวก จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 39 (4) พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 27 (2), มาตรา 28 (2), มาตรา 69 วรรคสอง โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 69 วรรคสอง ประกอบมาตรา 27 (2) และ 28 (2) และได้ฟ้องจำเลยทั้งสองในข้อหาเดียวกัน มีวันกระทำความผิด และสถานที่เกิดเหตุในคดีอาญาอีกคดีหนึ่งของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางเช่นเดียวกับคดีนี้ เพียงแต่ผู้เสียหายเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ต่างราย การที่จำเลยทั้งสองร่วมกันเผยแพร่เพลงดังกล่าวต่อสาธารณชนต่อเนื่องในวันเดียวกัน จึงถือได้ว่าเป็นการกระทำโดยมีเจตนาเดียวกัน เมื่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในคดีดังกล่าวซึ่งเป็นคดีก่อนแล้ว ฟ้องในคดีนี้จึงเป็นฟ้องซ้ำกับคดีดังกล่าว ___________________________ บรรดาคำฟ้อง คำให้การ รวมทั้งรายการต่าง ๆ ที่ปรากฏในคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของคำพิพากษานี้ ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟัง เป็นยุติว่าบริษัทจีเอ็มเอ็มแกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ผู้เสียหายเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในฐานะผู้สร้างสรรค์งานเพลง ชื่อเพลง "ฟ้ามืดบ่ดน" และเพลง "คนเหงาที่เข้าใจเธอ" ที่แต่งขึ้นเพื่อขับร้องและบรรเลงโดยศิลปิน โดยมีทั้งคำร้องและทำนองหรือมีทำนอง เนื้อร้อง และภาพเคลื่อนไหวในรูปแบบคาราโอเกะที่บันทึกในสิ่งบันทึกเสียง อันเป็นงานประเภทดนตรีกรรม โสตทัศนวัสดุและสิ่งบันทึกเสียง ซึ่งได้มีการโฆษณาครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อเดือนมีนาคม 2554 และพฤศจิกายน 2555 ตามลำดับ เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2557 เวลากลางคืนหลังเที่ยงจำเลยทั้งสองร่วมกันเผยแพร่เพลงดังกล่าวต่อสาธารณชนโดยร่วมกันนำแผ่นซีดีเพลงที่มีทำนองเนื้อร้อง และภาพเคลื่อนไหวในรูปแบบคาราโอเกะมาเปิดใช้งานโดยบรรจุไว้ในตู้เพลงคาราโอเกะที่มีเครื่องเล่นแผ่นซีดีแปลงสัญญาณเป็นภาพและเสียง แสดงที่จอและลำโพงของตู้เพลงคาราโอเกะ เชื่อมต่อกับไมโครโฟนให้ผู้ใช้บริการเลือกรับฟังและขับร้องที่ร้านเพื่อนใหม่คาราโอเกะตำบลค้อใต้ อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสว่างแดนดิน (ที่ถูกคือ จังหวัดสกลนคร) ซึ่งจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของ โดยจำเลยทั้งสองได้รับผลประโยชน์ตอบแทนเป็นค่าบริการเพลงละ 5 บาท กับคิดรวมในค่าอาหารและเครื่องดื่มเป็นการตอบแทน โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เสียหาย จำเลยทั้งสองรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยทั้งสองในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.2759/2557 ของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง มีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ประการเดียวว่า คำฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นฟ้องซ้ำกับคดีหมายเลขแดงที่ อ.2759/2557 ของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 69 วรรคสอง ประกอบมาตรา 27 (2) และ 28 (2) ซึ่งโจทก์อุทธรณ์รับว่าโจทก์ได้ฟ้องจำเลยทั้งสองในข้อหาเดียวกัน มีวันกระทำความผิด และสถานที่เกิดเหตุในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.2759/2557 ของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางเช่นเดียวกันกับคดีนี้ เพียงแต่ผู้เสียหายเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ต่างราย ดังนั้น การที่จำเลยทั้งสองร่วมกันเผยแพร่เพลงดังกล่าวต่อสาธารณชน โดยร่วมกันนำแผ่นซีดีเพลงที่มีทำนอง เนื้อร้อง และภาพเคลื่อนไหวในรูปแบบคาราโอเกะมาเปิดใช้งานโดยบรรจุไว้ในตู้เพลงคาราโอเกะที่มีเครื่องเล่นแผ่นซีดี แปลงสัญญาณเป็นภาพและเสียง แสดงที่จอและลำโพงของตู้เพลงคาราโอเกะ เชื่อมต่อกับไมโครโฟนให้ผู้ใช้บริการเลือกรับฟังและขับร้องที่ร้านเพื่อนใหม่คาราโอเกะ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เสียหาย ต่อเนื่องในวันเดียวกัน จึงถือได้ว่าเป็นการที่จำเลยทั้งสองกระทำโดยมีเจตนาเดียวกัน เมื่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.2759/2557 ซึ่งเป็นคดีก่อนแล้ว ฟ้องในคดีนี้จึงเป็นฟ้องซ้ำกับคดีดังกล่าว สิทธิในการนำคดีมาฟ้องในคดีนี้ซึ่งเป็นฟ้องที่ขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดกรรมเดียวกันกับฟ้องในคดีก่อนจึงระงับไป ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศพ.ศ. 2539 มาตรา 26 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (4) ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้องมานั้นศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (อนันต์ วงษ์ประภารัตน์-นวลน้อย ผลทวี-ไมตรี สุเทพากุล) ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นายรัชชา สุทธิมา แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ทกอ.119/2558 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ3646/2557 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ3629/2557 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
598043
courts
[
    {
        "court": "ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง",
        "judge": "นายรัชชา สุทธิมา"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081964348"
    }
}
date
2559
deka_no
3121/2559
deka_running_no
3121
deka_year
2559
department
แผนก
judges
[
    "อนันต์ วงษ์ประภารัตน์",
    "นวลน้อย ผลทวี",
    "ไมตรี สุเทพากุล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 39 (4)"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537",
        "sections": [
            "ม. 27 (2)",
            "ม. 28 (2)",
            "ม. 69 วรรคสอง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดสว่างแดนดิน"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายถิรวัฒน์ อรบุตร กับพวก"
    }
]
long_text
บรรดาคำฟ้อง คำให้การ รวมทั้งรายการต่าง ๆ ที่ปรากฏในคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของคำพิพากษานี้

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟัง เป็นยุติว่าบริษัทจีเอ็มเอ็มแกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ผู้เสียหายเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในฐานะผู้สร้างสรรค์งานเพลง ชื่อเพลง "ฟ้ามืดบ่ดน" และเพลง "คนเหงาที่เข้าใจเธอ" ที่แต่งขึ้นเพื่อขับร้องและบรรเลงโดยศิลปิน โดยมีทั้งคำร้องและทำนองหรือมีทำนอง เนื้อร้อง และภาพเคลื่อนไหวในรูปแบบคาราโอเกะที่บันทึกในสิ่งบันทึกเสียง อันเป็นงานประเภทดนตรีกรรม โสตทัศนวัสดุและสิ่งบันทึกเสียง ซึ่งได้มีการโฆษณาครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อเดือนมีนาคม 2554 และพฤศจิกายน 2555 ตามลำดับ เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2557 เวลากลางคืนหลังเที่ยงจำเลยทั้งสองร่วมกันเผยแพร่เพลงดังกล่าวต่อสาธารณชนโดยร่วมกันนำแผ่นซีดีเพลงที่มีทำนองเนื้อร้อง และภาพเคลื่อนไหวในรูปแบบคาราโอเกะมาเปิดใช้งานโดยบรรจุไว้ในตู้เพลงคาราโอเกะที่มีเครื่องเล่นแผ่นซีดีแปลงสัญญาณเป็นภาพและเสียง แสดงที่จอและลำโพงของตู้เพลงคาราโอเกะ เชื่อมต่อกับไมโครโฟนให้ผู้ใช้บริการเลือกรับฟังและขับร้องที่ร้านเพื่อนใหม่คาราโอเกะตำบลค้อใต้ อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสว่างแดนดิน (ที่ถูกคือ จังหวัดสกลนคร) ซึ่งจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของ โดยจำเลยทั้งสองได้รับผลประโยชน์ตอบแทนเป็นค่าบริการเพลงละ 5 บาท กับคิดรวมในค่าอาหารและเครื่องดื่มเป็นการตอบแทน โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เสียหาย จำเลยทั้งสองรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยทั้งสองในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.2759/2557 ของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง

มีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ประการเดียวว่า คำฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นฟ้องซ้ำกับคดีหมายเลขแดงที่ อ.2759/2557 ของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 69 วรรคสอง ประกอบมาตรา 27 (2) และ 28 (2) ซึ่งโจทก์อุทธรณ์รับว่าโจทก์ได้ฟ้องจำเลยทั้งสองในข้อหาเดียวกัน มีวันกระทำความผิด และสถานที่เกิดเหตุในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.2759/2557 ของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางเช่นเดียวกันกับคดีนี้ เพียงแต่ผู้เสียหายเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ต่างราย ดังนั้น การที่จำเลยทั้งสองร่วมกันเผยแพร่เพลงดังกล่าวต่อสาธารณชน โดยร่วมกันนำแผ่นซีดีเพลงที่มีทำนอง เนื้อร้อง และภาพเคลื่อนไหวในรูปแบบคาราโอเกะมาเปิดใช้งานโดยบรรจุไว้ในตู้เพลงคาราโอเกะที่มีเครื่องเล่นแผ่นซีดี แปลงสัญญาณเป็นภาพและเสียง แสดงที่จอและลำโพงของตู้เพลงคาราโอเกะ เชื่อมต่อกับไมโครโฟนให้ผู้ใช้บริการเลือกรับฟังและขับร้องที่ร้านเพื่อนใหม่คาราโอเกะ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เสียหาย ต่อเนื่องในวันเดียวกัน จึงถือได้ว่าเป็นการที่จำเลยทั้งสองกระทำโดยมีเจตนาเดียวกัน เมื่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.2759/2557 ซึ่งเป็นคดีก่อนแล้ว ฟ้องในคดีนี้จึงเป็นฟ้องซ้ำกับคดีดังกล่าว สิทธิในการนำคดีมาฟ้องในคดีนี้ซึ่งเป็นฟ้องที่ขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดกรรมเดียวกันกับฟ้องในคดีก่อนจึงระงับไป ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศพ.ศ. 2539 มาตรา 26 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (4) ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้องมานั้นศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ3646/2557
primary_red_case_no
อ3629/2557
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000222.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ทกอ.119/2558
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2559