คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2569/2559 ฉบับเต็ม

#598209
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2569/2559 นายภาณุจรัส ณ นคร ผู้ร้อง นายพัฒนวงศ์ ณ นคร ผู้คัดค้าน ป.วิ.พ. มาตรา 142 ป.พ.พ. มาตรา 1707, มาตรา 1727 วรรคหนึ่ง พินัยกรรมของ พ. ที่ว่า ทรัพย์เหล่านี้ขอยกให้ผู้ตายรักษาไว้เพื่อตกทอดแก่ลูกหลานผู้สืบสกุลต่อไป ต่อมาผู้ตายทำพินัยกรรมขอยกให้ผู้ร้องรักษาไว้เพื่อตกทอดแก่ลูกหลานผู้สืบสกุลต่อไป ถือเป็นข้อกำหนดตั้งผู้รับพินัยกรรม คือผู้ตายและผู้ร้องตามลำดับ ข้อความในพินัยกรรมทั้งสองในส่วนที่ว่า รักษาไว้เพื่อตกทอดแก่ลูกหลานผู้สืบสกุลต่อไปนั้น เป็นเงื่อนไขให้ผู้รับพินัยกรรมจำหน่ายทรัพย์สินที่ยกให้โดยพินัยกรรมแก่บุคคลอื่น ป.พ.พ. มาตรา 1707 ให้ถือว่าเงื่อนไขนั้นเป็นอันไม่มีเลย เมื่อพินัยกรรมกำหนดให้ทรัพย์มรดกตามพินัยกรรมของ พ. ตกได้แก่ผู้ตายเพียงคนเดียวและผู้ตายทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกดังกล่าวให้แก่ผู้ร้องเพียงผู้เดียว โดยข้อความต่อท้ายที่ว่า "ให้รักษาไว้เพื่อตกทอดแก่ลูกหลานผู้สืบสกุลต่อไป" ถือเป็นเงื่อนไขที่เป็นอันไม่มีเลย ผู้คัดค้านย่อมไม่มีสิทธิใด ๆ ในทรัพย์มรดกของผู้ตาย กรณีจึงถือว่าผู้คัดค้านมิใช่ผู้มีส่วนได้เสียที่มีอำนาจยื่นคำร้องขอให้ถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1727 วรรคหนึ่ง การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 วินิจฉัยว่า พินัยกรรมตัดผู้คัดค้านจากการเป็นผู้มีสิทธิรับมรดกเพื่อจะนำไปฟังว่าผู้คัดค้านมิใช่เป็นผู้มีส่วนได้เสียที่จะมีสิทธิร้องขอถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดก จึงมิใช่การวินิจฉัยนอกประเด็นแห่งคดี ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของนายประทีป ผู้ตาย กับยกคำคัดค้านของผู้คัดค้าน ผู้คัดค้านยื่นคำร้องขอขอให้ถอนผู้ร้องออกจากการเป็นผู้จัดการมรดก และตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกแทน ผู้ร้องยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ระหว่างไต่สวนของศาลชั้นต้น ผู้ร้องแถลงสละประเด็นตามคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านไม่ใช่บุตรของผู้ตาย ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้ยกคำร้องขอของผู้คัดค้าน ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้คัดค้านอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ ผู้คัดค้านฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้คัดค้านประการแรกว่า ข้อกำหนดในพินัยกรรมของนางพร้อม และข้อกำหนดในพินัยกรรมของผู้ตายที่ยกที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้ผู้ตายและให้ผู้ร้องตามลำดับที่ว่า ยกทรัพย์มรดกให้แต่เพียงผู้เดียวและรักษาไว้เพื่อตกทอดแก่ลูกหลานผู้สืบสกุลต่อไป ข้อความว่ารักษาไว้เพื่อตกทอดแก่ลูกหลานผู้สืบสกุลต่อไปนั้นมีผลผูกพันหรือให้ถือว่าเงื่อนไขนั้นเป็นอันไม่มีเลย เห็นว่า พินัยกรรมทั้งสองฉบับของนางพร้อมและผู้ตายเป็นข้อกำหนดพินัยกรรมตั้งผู้รับพินัยกรรมคือ ผู้ตายและผู้ร้องตามลำดับ ข้อความว่ารักษาไว้เพื่อตกทอดแก่ลูกหลานผู้สืบสกุลต่อไปนั้นเป็นเงื่อนไขให้ผู้รับพินัยกรรมจำหน่ายทรัพย์สินที่ยกให้โดยพินัยกรรมแก่บุคคลอื่น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1707 ให้ถือว่าเงื่อนไขนั้นเป็นอันไม่มีเลย ที่ผู้คัดค้านอ้างคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 941/2516 ระหว่างนายทองอินทร์ โจทก์ นายสุดจิตต์ จำเลย และคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 149/2518 ระหว่างนายหนม โจทก์ นางผม จำเลย ข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาศาลฎีกาทั้งสองเรื่อง เป็นกรณีที่พินัยกรรมมิได้ตั้งผู้รับพินัยกรรม แต่ตั้งผู้จัดการมรดกกับผู้จัดการทรัพย์สินเพื่อจัดการให้แก่บุคคลอื่นซึ่งอาจทราบตัวแน่นอนได้จึงไม่เป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1706 (2) ข้อเท็จจริงแตกต่างกับคดีนี้ซึ่งพินัยกรรมตั้งผู้ตายและผู้ร้องรับทรัพย์มรดกเพียงผู้เดียว ปัญหาต้องวินิจฉัยประการต่อมามีว่า ผู้คัดค้านเป็นผู้มีสิทธิในทรัพย์มรดกตามพินัยกรรมของนางพร้อมและของผู้ตายหรือไม่ เห็นว่า เมื่อพินัยกรรมกำหนดให้ทรัพย์มรดกตามพินัยกรรมของนางพร้อมตกได้แก่ผู้ตายเพียงคนเดียว และผู้ตายทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกดังกล่าว ผู้ตายยกให้แก่ผู้ร้องเพียงผู้เดียว โดยข้อความที่ว่า ให้รักษาไว้เพื่อตกทอดแก่ลูกหลานผู้สืบสกุลต่อไปถือเป็นเงื่อนไขที่เป็นอันไม่มีเลย ผู้คัดค้านย่อมไม่มีสิทธิใดๆในทรัพย์มรดกของผู้ตาย กรณีจึงถือว่าผู้คัดค้านมิใช่ผู้มีส่วนได้เสียที่มีอำนาจยื่นคำร้องขอให้ถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1727 วรรคหนึ่ง การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 วินิจฉัยว่า พินัยกรรมตัดผู้คัดค้านจากการเป็นผู้มีสิทธิรับมรดกเพื่อจะนำไปฟังว่าผู้คัดค้านมิใช่เป็นผู้มีส่วนได้เสียที่จะมีสิทธิร้องขอถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดก จึงมิใช่การวินิจฉัยนอกประเด็นแห่งคดี คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 8 ชอบแล้ว ฎีกาของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (จักร อุตตโม-สุรทิน สาเรือง-ประเสริฐ นิชโรจน์) ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นางสาวบวรวรรณ กิรานุชิต ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายปริญญา อิทธิวิกุล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.602/2559 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ393/2554 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ564/2554 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
598209
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช",
        "judge": "นางสาวบวรวรรณ กิรานุชิต"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 8",
        "judge": "นายปริญญา อิทธิวิกุล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081964697"
    }
}
date
2559
deka_no
2569/2559
deka_running_no
2569
deka_year
2559
department
แผนก
judges
[
    "จักร อุตตโม",
    "สุรทิน สาเรือง",
    "ประเสริฐ นิชโรจน์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 142"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1707",
            "ม. 1727 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นายภาณุจรัส ณ นคร"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "นายพัฒนวงศ์ ณ นคร"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของนายประทีป ผู้ตาย กับยกคำคัดค้านของผู้คัดค้าน

ผู้คัดค้านยื่นคำร้องขอขอให้ถอนผู้ร้องออกจากการเป็นผู้จัดการมรดก และตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกแทน

ผู้ร้องยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง

ระหว่างไต่สวนของศาลชั้นต้น ผู้ร้องแถลงสละประเด็นตามคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านไม่ใช่บุตรของผู้ตาย

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้ยกคำร้องขอของผู้คัดค้าน ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ผู้คัดค้านอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

ผู้คัดค้านฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้คัดค้านประการแรกว่า ข้อกำหนดในพินัยกรรมของนางพร้อม และข้อกำหนดในพินัยกรรมของผู้ตายที่ยกที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้ผู้ตายและให้ผู้ร้องตามลำดับที่ว่า ยกทรัพย์มรดกให้แต่เพียงผู้เดียวและรักษาไว้เพื่อตกทอดแก่ลูกหลานผู้สืบสกุลต่อไป ข้อความว่ารักษาไว้เพื่อตกทอดแก่ลูกหลานผู้สืบสกุลต่อไปนั้นมีผลผูกพันหรือให้ถือว่าเงื่อนไขนั้นเป็นอันไม่มีเลย เห็นว่า พินัยกรรมทั้งสองฉบับของนางพร้อมและผู้ตายเป็นข้อกำหนดพินัยกรรมตั้งผู้รับพินัยกรรมคือ ผู้ตายและผู้ร้องตามลำดับ ข้อความว่ารักษาไว้เพื่อตกทอดแก่ลูกหลานผู้สืบสกุลต่อไปนั้นเป็นเงื่อนไขให้ผู้รับพินัยกรรมจำหน่ายทรัพย์สินที่ยกให้โดยพินัยกรรมแก่บุคคลอื่น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1707 ให้ถือว่าเงื่อนไขนั้นเป็นอันไม่มีเลย ที่ผู้คัดค้านอ้างคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 941/2516 ระหว่างนายทองอินทร์ โจทก์ นายสุดจิตต์ จำเลย และคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 149/2518 ระหว่างนายหนม โจทก์ นางผม จำเลย ข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาศาลฎีกาทั้งสองเรื่อง เป็นกรณีที่พินัยกรรมมิได้ตั้งผู้รับพินัยกรรม แต่ตั้งผู้จัดการมรดกกับผู้จัดการทรัพย์สินเพื่อจัดการให้แก่บุคคลอื่นซึ่งอาจทราบตัวแน่นอนได้จึงไม่เป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1706 (2) ข้อเท็จจริงแตกต่างกับคดีนี้ซึ่งพินัยกรรมตั้งผู้ตายและผู้ร้องรับทรัพย์มรดกเพียงผู้เดียว

ปัญหาต้องวินิจฉัยประการต่อมามีว่า ผู้คัดค้านเป็นผู้มีสิทธิในทรัพย์มรดกตามพินัยกรรมของนางพร้อมและของผู้ตายหรือไม่ เห็นว่า เมื่อพินัยกรรมกำหนดให้ทรัพย์มรดกตามพินัยกรรมของนางพร้อมตกได้แก่ผู้ตายเพียงคนเดียว และผู้ตายทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกดังกล่าว ผู้ตายยกให้แก่ผู้ร้องเพียงผู้เดียว โดยข้อความที่ว่า ให้รักษาไว้เพื่อตกทอดแก่ลูกหลานผู้สืบสกุลต่อไปถือเป็นเงื่อนไขที่เป็นอันไม่มีเลย ผู้คัดค้านย่อมไม่มีสิทธิใดๆในทรัพย์มรดกของผู้ตาย กรณีจึงถือว่าผู้คัดค้านมิใช่ผู้มีส่วนได้เสียที่มีอำนาจยื่นคำร้องขอให้ถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1727 วรรคหนึ่ง การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 วินิจฉัยว่า พินัยกรรมตัดผู้คัดค้านจากการเป็นผู้มีสิทธิรับมรดกเพื่อจะนำไปฟังว่าผู้คัดค้านมิใช่เป็นผู้มีส่วนได้เสียที่จะมีสิทธิร้องขอถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดก จึงมิใช่การวินิจฉัยนอกประเด็นแห่งคดี คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 8 ชอบแล้ว ฎีกาของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ393/2554
primary_red_case_no
พ564/2554
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000225.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.602/2559
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2559