คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3988/2559 ฉบับเต็ม

#599032
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3988/2559 พระภิกษุจอม บุญลือพันธุ์ โจทก์ นางทองสา พิมพ์วิจิตร หรือนางประไพ พิมพ์วิจิตร หรือป้าไพลาบเป็ด จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 204 พระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 25 (4) เมื่อศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าจำเลยขาดนัดพิจารณา การที่ศาลชั้นต้นพิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีของโจทก์ไปฝ่ายเดียวจึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว ศาลชั้นต้นต้องมีคำสั่งยกคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ของจำเลย ส่วนที่ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาและพิพากษาคดีมิได้ลงลายมือชื่อในคำพิพากษาให้ครบองค์คณะ ซึ่งเป็นการมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 25 (4) นั้น ก็มีผลเพียงให้คำพิพากษาและกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นภายหลังไม่ชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น หามีผลให้ต้องเพิกถอนกระบวนพิจารณาก่อนมีคำพิพากษาด้วยไม่ ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นไม่ได้มีคำสั่งยกคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ของจำเลย แต่กลับให้เพิกถอนกระบวนพิจารณา โดยให้ดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่นับแต่การสืบพยานโจทก์เป็นต้นมาจึงเป็นการไม่ชอบ ___________________________ คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 481,250 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 350,000 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 28 มิถุนายน 2556) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท จำเลยยื่นคำร้องขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยจงใจขาดนัดพิจารณา กรณีไม่มีเหตุอันสมควรที่จะให้มีการพิจารณาคดีใหม่ อย่างไรก็ตามศาลชั้นต้นตรวจสำนวนแล้วพบว่าองค์คณะผู้พิพากษาในการพิจารณาและพิพากษาคดีมิได้ลงลายมือชื่อในคำพิพากษา ซึ่งเป็นกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ จึงให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบและให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 เห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าจำเลยจงใจขาดนัดพิจารณาการที่ศาลชั้นต้นพิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีของโจทก์ไปฝ่ายเดียวจึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว ศาลชั้นต้นต้องมีคำสั่งยกคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ของจำเลย ส่วนที่ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาและพิพากษาคดีมิได้ลงลายมือชื่อในคำพิพากษาให้ครบองค์คณะ ซึ่งเป็นการมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 25 (4) นั้น ก็มีผลเพียงให้คำพิพากษาและกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นภายหลังไม่ชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น หามีผลให้ต้องเพิกถอนกระบวนพิจารณาก่อนมีคำพิพากษาด้วยไม่ ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นไม่ได้มีคำสั่งยกคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ของจำเลย แต่กลับให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาโดยให้ดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่นับแต่การสืบพยานโจทก์เป็นต้นมาจึงเป็นการไม่ชอบ พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น และคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ ให้ศาลชั้นต้นทำคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดี โดยให้มีผู้พิพากษาครบองค์คณะ ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฎีกาของจำเลยที่ว่า เมื่อศาลชั้นต้นรับคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ และมีคำสั่งให้ยกคดีขึ้นพิจารณา มีผลทำให้คำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่เป็นที่สุด และคดีนี้ทุนทรัพย์เกินสามแสนบาท การพิจารณาพิพากษาต้องมีผู้พิพากษาอย่างน้อย 2 คน แม้จะพิจารณาโดยขาดนัดก็ตาม เมื่อผู้พิพากษาศาลชั้นต้นนั่งพิจารณาไม่ครบองค์คณะตามกฎหมายก็ต้องเพิกถอนกระบวนพิจารณาตั้งแต่ชั้นพิจารณานั้น เห็นว่า เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 3 ได้วินิจฉัยไว้ถูกต้องแล้ว ศาลฎีกาจึงไม่รับคดีไว้พิจารณาพิพากษา ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 23 วรรคหนึ่ง จึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความศาลฎีกา คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดให้แก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกานอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ (ศรีอัมพร ศาลิคุปต์-เมทินี ชโลธร-เปรมศักดิ์ ชื่นชวน) ศาลจังหวัดสีคิ้ว - นายพงศ์พัฒน์ ตาชูชาติ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นางจันทนา ตันไชย แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.2361/2558 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ490/2556 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ769/2556 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
599032
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสีคิ้ว",
        "judge": "นายพงศ์พัฒน์ ตาชูชาติ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 3",
        "judge": "นางจันทนา ตันไชย"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081964108"
    }
}
date
2559
deka_no
3988/2559
deka_running_no
3988
deka_year
2559
department
แผนก
judges
[
    "ศรีอัมพร ศาลิคุปต์",
    "เมทินี ชโลธร",
    "เปรมศักดิ์ ชื่นชวน"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 204"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระธรรมนูญศาลยุติธรรม",
        "law_abbr": "พระธรรมนูญศาลยุติธรรม",
        "sections": [
            "ม. 25 (4)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พระภิกษุจอม บุญลือพันธุ์"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "นางทองสา พิมพ์วิจิตร หรือนางประไพ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "พิมพ์วิจิตร หรือป้าไพลาบเป็ด"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 481,250 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 350,000 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 28 มิถุนายน 2556) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท

จำเลยยื่นคำร้องขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยจงใจขาดนัดพิจารณา กรณีไม่มีเหตุอันสมควรที่จะให้มีการพิจารณาคดีใหม่ อย่างไรก็ตามศาลชั้นต้นตรวจสำนวนแล้วพบว่าองค์คณะผู้พิพากษาในการพิจารณาและพิพากษาคดีมิได้ลงลายมือชื่อในคำพิพากษา ซึ่งเป็นกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ จึงให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบและให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 เห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าจำเลยจงใจขาดนัดพิจารณาการที่ศาลชั้นต้นพิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีของโจทก์ไปฝ่ายเดียวจึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว ศาลชั้นต้นต้องมีคำสั่งยกคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ของจำเลย ส่วนที่ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาและพิพากษาคดีมิได้ลงลายมือชื่อในคำพิพากษาให้ครบองค์คณะ ซึ่งเป็นการมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 25 (4) นั้น ก็มีผลเพียงให้คำพิพากษาและกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นภายหลังไม่ชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น หามีผลให้ต้องเพิกถอนกระบวนพิจารณาก่อนมีคำพิพากษาด้วยไม่ ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นไม่ได้มีคำสั่งยกคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ของจำเลย แต่กลับให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาโดยให้ดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่นับแต่การสืบพยานโจทก์เป็นต้นมาจึงเป็นการไม่ชอบ พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น และคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ ให้ศาลชั้นต้นทำคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดี โดยให้มีผู้พิพากษาครบองค์คณะ ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฎีกาของจำเลยที่ว่า เมื่อศาลชั้นต้นรับคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ และมีคำสั่งให้ยกคดีขึ้นพิจารณา มีผลทำให้คำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่เป็นที่สุด และคดีนี้ทุนทรัพย์เกินสามแสนบาท การพิจารณาพิพากษาต้องมีผู้พิพากษาอย่างน้อย 2 คน แม้จะพิจารณาโดยขาดนัดก็ตาม เมื่อผู้พิพากษาศาลชั้นต้นนั่งพิจารณาไม่ครบองค์คณะตามกฎหมายก็ต้องเพิกถอนกระบวนพิจารณาตั้งแต่ชั้นพิจารณานั้น เห็นว่า เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 3 ได้วินิจฉัยไว้ถูกต้องแล้ว ศาลฎีกาจึงไม่รับคดีไว้พิจารณาพิพากษา ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 23 วรรคหนึ่ง

จึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความศาลฎีกา คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดให้แก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกานอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ490/2556
primary_red_case_no
พ769/2556
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000220.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.2361/2558
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2559