คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3832/2559 ฉบับเต็ม

#599039
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3832/2559 นางสาว ล. โจทก์ นาย ว. จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 248 วรรคหนึ่ง พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 6 การฟ้องเรียกค่าทดแทนความเสียหายต่อกายหรือชื่อเสียง และค่าทดแทนความเสียหายเนื่องจากการเตรียมการสมรสโดยสุจริตและตามสมควร อันเนื่องมาจากการผิดสัญญาหมั้น ไม่ใช่คดีเกี่ยวด้วยสิทธิแห่งสภาพบุคคลหรือสิทธิในครอบครัว เมื่อคดีมีทุนทรัพย์ในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248 วรรคหนึ่ง ประกอบ พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 6 ที่จำเลยฎีกาว่าเหตุที่ไม่อาจจดทะเบียนสมรสกับโจทก์ได้ เนื่องจากโจทก์มีพฤติกรรมชอบดื่มสุรา เที่ยวกลางคืน ไม่ดูแลจำเลย จำเลยแจ้งให้โจทก์แก้ไขความประพฤติดังกล่าวแล้ว แต่โจทก์ไม่แก้ไข จำเลยไม่ได้เป็นฝ่ายผิดสัญญาหมั้นและไม่ต้องใช้ค่าทดแทนแก่โจทก์เป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐาน เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามตามบทบัญญัติดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้นรับฎีกาของจำเลยมานั้น ไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 530,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าทดแทนแก่โจทก์เป็นเงิน 230,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยจากต้นเงินดังกล่าวอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 30 สิงหาคม 2556) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 6,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยใช้ค่าทดแทนแก่โจทก์ 130,000 บาท ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่าจำเลยผิดสัญญาหมั้นไม่ยอมจดทะเบียนสมรสกับโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าทดแทนความเสียหายต่อกายหรือชื่อเสียงของโจทก์ และค่าทดแทนความเสียหายเนื่องจากการที่โจทก์ซึ่งเป็นคู่หมั้นได้ใช้จ่ายเนื่องในการเตรียมการสมรสโดยสุจริตและตามสมควร ศาลอุทธรณ์ภาค 4 วินิจฉัยว่า จำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาหมั้น และพิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าทดแทนความเสียหายต่อกายหรือชื่อเสียงของโจทก์ และค่าใช้จ่ายเนื่องในการเตรียมการสมรสโดยสุจริตแก่โจทก์เป็นเงินรวม 130,000 บาท จำเลยฎีกาขอให้ยกฟ้อง ทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาจึงไม่เกินสองแสนบาท และทั้งคดีนี้ไม่ใช่คดีเกี่ยวด้วยสิทธิแห่งสภาพบุคคลหรือสิทธิในครอบครัว จึงต้องห้ามคู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง ประกอบพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 6 ที่จำเลยฎีกาว่า เหตุที่จำเลยไม่อาจจดทะเบียนสมรสกับโจทก์ได้ก็เนื่องมาจากโจทก์มีพฤติกรรมชอบดื่มสุราและเที่ยวกลางคืน ไม่ดูแลจำเลยเมื่อจำเลยกลับมาที่บ้าน จำเลยแจ้งให้โจทก์แก้ไขความประพฤติดังกล่าวแล้ว แต่โจทก์ไม่แก้ไขและยังคงประพฤติตนเช่นเดิม จำเลยจึงไม่ได้เป็นฝ่ายผิดสัญญาหมั้นและไม่ต้องใช้ค่าทดแทนแก่โจทก์นั้น เป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาล เป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามตามบทบัญญัติดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้นรับฎีกาของจำเลยมานั้น เป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกฎีกาของจำเลย คืนค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกาทั้งหมดแก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมนอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ (พิศิฏฐ์ สุดลาภา-จิรนิติ หะวานนท์-กฤษณี เยพิทักษ์) ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุดรธานี - นายพลวัฒน์ อมราสิงห์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายสาธิต สุทธิสัตยารักษ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ยชพ.80/2558 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ300/2556 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ20/2557 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
599039
courts
[
    {
        "court": "ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุดรธานี",
        "judge": "นายพลวัฒน์ อมราสิงห์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 4",
        "judge": "นายสาธิต สุทธิสัตยารักษ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081964120"
    }
}
date
2559
deka_no
3832/2559
deka_running_no
3832
deka_year
2559
department
แผนก
judges
[
    "พิศิฏฐ์ สุดลาภา",
    "จิรนิติ หะวานนท์",
    "กฤษณี เยพิทักษ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 248 วรรคหนึ่ง"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553",
        "sections": [
            "ม. 6"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสาว ล."
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย ว."
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 530,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าทดแทนแก่โจทก์เป็นเงิน 230,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยจากต้นเงินดังกล่าวอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 30 สิงหาคม 2556) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 6,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยใช้ค่าทดแทนแก่โจทก์ 130,000 บาท ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่าจำเลยผิดสัญญาหมั้นไม่ยอมจดทะเบียนสมรสกับโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าทดแทนความเสียหายต่อกายหรือชื่อเสียงของโจทก์ และค่าทดแทนความเสียหายเนื่องจากการที่โจทก์ซึ่งเป็นคู่หมั้นได้ใช้จ่ายเนื่องในการเตรียมการสมรสโดยสุจริตและตามสมควร ศาลอุทธรณ์ภาค 4 วินิจฉัยว่า จำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาหมั้น และพิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าทดแทนความเสียหายต่อกายหรือชื่อเสียงของโจทก์ และค่าใช้จ่ายเนื่องในการเตรียมการสมรสโดยสุจริตแก่โจทก์เป็นเงินรวม 130,000 บาท จำเลยฎีกาขอให้ยกฟ้อง ทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาจึงไม่เกินสองแสนบาท และทั้งคดีนี้ไม่ใช่คดีเกี่ยวด้วยสิทธิแห่งสภาพบุคคลหรือสิทธิในครอบครัว จึงต้องห้ามคู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง ประกอบพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 6 ที่จำเลยฎีกาว่า เหตุที่จำเลยไม่อาจจดทะเบียนสมรสกับโจทก์ได้ก็เนื่องมาจากโจทก์มีพฤติกรรมชอบดื่มสุราและเที่ยวกลางคืน ไม่ดูแลจำเลยเมื่อจำเลยกลับมาที่บ้าน จำเลยแจ้งให้โจทก์แก้ไขความประพฤติดังกล่าวแล้ว แต่โจทก์ไม่แก้ไขและยังคงประพฤติตนเช่นเดิม จำเลยจึงไม่ได้เป็นฝ่ายผิดสัญญาหมั้นและไม่ต้องใช้ค่าทดแทนแก่โจทก์นั้น เป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาล เป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามตามบทบัญญัติดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้นรับฎีกาของจำเลยมานั้น เป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

พิพากษายกฎีกาของจำเลย คืนค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกาทั้งหมดแก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมนอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ300/2556
primary_red_case_no
พ20/2557
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000220.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ยชพ.80/2558
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2559