คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1199/2559 ฉบับเต็ม

#599040
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1199/2559 บริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด โจทก์ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เจ้าหนี้ นายประภาส หลือประเสริฐ กับพวก จำเลย พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 91 ป.วิ.พ. มาตรา 23 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 14 คดีนี้ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ที่ 1 เด็ดขาดในวันที่ 8 มิถุนายน 2553 ก่อนที่ศาลล้มละลายกลางจะมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ที่ 1 เด็ดขาดในคดีหมายเลขแดงที่ 7620/2553 ในวันที่ 15 มิถุนายน 2553 เป็นเวลา 7 วัน โดยที่ศาลล้มละลายกลางในคดีดังกล่าวไม่ทราบว่าลูกหนี้ที่ 1 ถูกพิทักษ์ทรัพย์ในคดีนี้ไปก่อนแล้ว ต่อมาเมื่อศาลล้มละลายกลางในคดีดังกล่าวแจ้งคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ที่ 1 เด็ดขาดต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์คดีดังกล่าว และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์คดีดังกล่าวดำเนินการประกาศโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ที่ 1 เด็ดขาด เจ้าหนี้ไปยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีดังกล่าวเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2553 ในขณะที่ยังไม่มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาอันเป็นเวลาก่อนเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในคดีนี้เพิ่งลงประกาศโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดลูกหนี้ที่ 1 ทางหนังสือพิมพ์และในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2553 และวันที่ 19 ตุลาคม 2553 ตามลำดับ ปรากฏว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์คดีดังกล่าวพิจารณารับคำขอรับชำระหนี้และกำหนดนัดตรวจคำขอรับชำระหนี้ในคดีดังกล่าววันที่ 19 มกราคม 2554 แสดงว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์คดีดังกล่าวซึ่งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานเดียวกันก็ไม่เคยทราบว่าศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ที่ 1 เด็ดขาดในคดีนี้ไปก่อนแล้ว ดังนั้น การที่เจ้าหนี้ไปยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีดังกล่าว โดยมิได้ตรวจสอบว่าลูกหนี้ที่ 1 ถูกพิทักษ์ทรัพย์ในคดีอื่นก่อนแล้วหรือไม่เพื่อจะได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีอื่นนั้น จึงเป็นผลจากการดำเนินการของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลล้มละลายกลางในคดีดังกล่าวที่ทำให้เจ้าหนี้เกิดสำคัญผิดหลงเข้าใจว่าลูกหนี้ที่ 1 ไม่ได้ถูกพิทักษ์ทรัพย์ในคดีอื่นอีก ถือได้ว่าเป็นกรณีมีเหตุสุดวิสัยที่เจ้าหนี้ไม่อาจยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีนี้ได้ภายในระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนด สมควรที่จะขยายระยะเวลายื่นคำขอรับชำระหนี้แก่เจ้าหนี้จนถึงวันที่เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้และให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รับคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ไว้ดำเนินการต่อไป ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ (จำเลย) ทั้งสี่เด็ดขาดเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2553 เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามคำพิพากษาเป็นจำนวน 1,617,583.72 บาท จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 1 ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งไม่รับคำขอรับชำระหนี้ไว้พิจารณา เจ้าหนี้ยื่นคำร้องว่า เจ้าหนี้เป็นโจทก์ฟ้องขอให้พิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ที่ 1 เด็ดขาด และวันที่ 15 มิถุนายน 2553 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ที่ 1 เด็ดขาดในคดีหมายเลขแดงที่ 7620/2553 เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2553 เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีดังกล่าวจากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 1 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รับคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้โดยกำหนดนัดตรวจคำขอรับชำระหนี้ในวันที่ 19 มกราคม 2554 ต่อมาวันที่ 27 มกราคม 2554 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีหนังสือขอให้ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดี วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2554 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งจำหน่ายคดีหมายเลขแดงที่ 7620/2553 ต่อมาเจ้าหนี้ทราบว่าศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ที่ 1 เด็ดขาดในคดีนี้ จึงยื่นคำขอรับชำระหนี้ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2554 เนื่องจากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์คดีหมายเลขแดงที่ 7620/2553 ไม่เคยแจ้งให้เจ้าหนี้ทราบว่าศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ลูกหนี้ที่ 1 เด็ดขาดในคดีนี้ จึงเป็นเหตุสุดวิสัยที่เจ้าหนี้ไม่อาจที่จะยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีนี้ได้ทัน ขอให้มีคำสั่งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รับคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำคัดค้านว่า เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์โฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ที่ 1 พร้อมทั้งแจ้งให้บรรดาเจ้าหนี้ยื่นขอรับชำระหนี้ภายในกำหนด 2 เดือนนับแต่วันประกาศโฆษณาในหนังสือพิมพ์แนวหน้าฉบับวันที่ 16 กันยายน 2553 และลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 16 ตุลาคม 2553 ถือว่าเจ้าหนี้ทุกรายรวมทั้งเจ้าหนี้ทราบประกาศแล้ว ระยะเวลายื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีนี้ครบกำหนดในวันที่ 30 มกราคม 2554 เจ้าหนี้จึงไม่อาจอ้างได้ว่าไม่ทราบคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ลูกหนี้ที่ 1 เด็ดขาด เมื่อเจ้าหนี้มิได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายในกำหนดและไม่มีเหตุตามกฎหมายที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะขยายระยะเวลาขอรับชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ได้ การที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งไม่รับคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้จึงชอบแล้ว ขอให้ยกคำร้อง ศาลล้มละลายกลางวินิจฉัยว่า กรณีมิใช่เหตุสุดวิสัยที่เจ้าหนี้อาจยื่นคำขอรับชำระหนี้เกินกำหนดระยะเวลาตามกฎหมายในคดีนี้ได้ ที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่รับคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ชอบแล้ว จึงมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ เจ้าหนี้อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า คดีนี้เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2552 โจทก์ฟ้องขอให้พิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ที่ 1 เด็ดขาดและศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ที่ 1 เด็ดขาดเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2553 ต่อมาวันที่ 15 มิถุนายน 2553 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ที่ 1 เด็ดขาดในคดีหมายเลขแดงที่ 7620/2553 และวันที่ 7 กันยายน 2553 เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีหมายเลขแดงที่ 7620/2553 จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 1 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รับคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ไว้พิจารณาโดยกำหนดนัดตรวจคำขอรับชำระหนี้ในวันที่ 19 มกราคม 2554 แต่วันที่ 27 มกราคม 2554 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีหนังสือขอให้ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีเนื่องจากลูกหนี้ที่ 1 ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดในคดีนี้ โดยเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้โฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ที่ 1 ในคดีนี้ พร้อมทั้งแจ้งให้บรรดาเจ้าหนี้ยื่นขอรับชำระหนี้ภายในกำหนด 2 เดือน นับแต่วันประกาศโฆษณาในหนังสือพิมพ์แนวหน้าฉบับลงวันที่ 16 กันยายน 2553 และประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 19 ตุลาคม 2553 เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีนี้เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2554 มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของเจ้าหนี้ว่า กรณีมีพฤติการณ์พิเศษที่จะขยายกำหนดระยะเวลายื่นคำขอรับชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้หรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ที่ 1 เด็ดขาดในวันที่ 8 มิถุนายน 2553 ก่อนที่ศาลล้มละลายกลางจะมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ที่ 1 เด็ดขาดในคดีหมายเลขแดงที่ 7620/2553 ในวันที่ 15 มิถุนายน 2553 เป็นเวลา 7 วัน โดยที่ศาลล้มละลายกลางในคดีดังกล่าวไม่ทราบว่าลูกหนี้ที่ 1 ถูกพิทักษ์ทรัพย์ในคดีนี้ไปก่อนแล้ว ต่อมาเมื่อศาลล้มละลายกลางในคดีดังกล่าวแจ้งคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ที่ 1 เด็ดขาดต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดำเนินการประกาศโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ที่ 1 เด็ดขาด เจ้าหนี้ไปยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2553 ในขณะที่ยังไม่มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาอันเป็นเวลาก่อนเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในคดีนี้เพิ่งลงประกาศโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดลูกหนี้ที่ 1 ทางหนังสือพิมพ์และในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2553 และวันที่ 19 ตุลาคม 2553 ตามลำดับ ปรากฏว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์พิจารณารับคำขอรับชำระหนี้และกำหนดนัดตรวจคำขอรับชำระหนี้ในคดีดังกล่าววันที่ 19 มกราคม 2554 แสดงว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ซึ่งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานเดียวกันก็ไม่เคยทราบว่าศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ที่ 1 เด็ดขาดในคดีนี้ไปก่อนแล้ว ดังนั้น การที่เจ้าหนี้ไปยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีดังกล่าว โดยมิได้ตรวจสอบว่าลูกหนี้ที่ 1 ถูกพิทักษ์ทรัพย์ในคดีอื่นก่อนแล้วหรือไม่เพื่อจะได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีอื่นนั้น จึงเป็นผลจากการดำเนินการของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลล้มละลายกลางในคดีที่ทำให้เจ้าหนี้เกิดสำคัญผิดหลงเข้าใจว่าลูกหนี้ที่ 1 ไม่ได้ถูกพิทักษ์ทรัพย์ในคดีอื่นอีก ถือได้ว่าเป็นกรณีมีเหตุสุดวิสัยที่เจ้าหนี้ไม่อาจยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีนี้ได้ภายในระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนด สมควรที่จะขยายระยะเวลายื่นคำขอรับชำระหนี้แก่เจ้าหนี้จนถึงวันที่เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้และให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รับคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ไว้ดำเนินการต่อไป การที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำร้องของเจ้าหนี้จึงไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา อุทธรณ์ของเจ้าหนี้ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รับคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ไว้พิจารณา ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ (อธิคม อินทุภูติ-ทัศนีย์ จั่นสัญจัย ธรรมเกณฑ์-อรรณพ จุฬาพิมพ์พันธุ์) ศาลล้มละลายกลาง - นายวันชัย โสภาโชติ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก ล้มละลาย หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ล.499/2555 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น ล853/2552 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น ล7184/2553 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
599040
courts
[
    {
        "court": "ศาลล้มละลายกลาง",
        "judge": "นายวันชัย โสภาโชติ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081965195"
    }
}
date
2559
deka_no
1199/2559
deka_running_no
1199
deka_year
2559
department
ล้มละลาย
judges
[
    "อธิคม อินทุภูติ",
    "ทัศนีย์ จั่นสัญจัย ธรรมเกณฑ์",
    "อรรณพ จุฬาพิมพ์พันธุ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "sections": [
            "ม. 91"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 23"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542",
        "sections": [
            "ม. 14"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด"
    },
    {
        "role": "เจ้าหนี้",
        "name": "ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายประภาส หลือประเสริฐ กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ (จำเลย) ทั้งสี่เด็ดขาดเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2553 เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามคำพิพากษาเป็นจำนวน 1,617,583.72 บาท จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 1 ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งไม่รับคำขอรับชำระหนี้ไว้พิจารณา

เจ้าหนี้ยื่นคำร้องว่า เจ้าหนี้เป็นโจทก์ฟ้องขอให้พิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ที่ 1 เด็ดขาด และวันที่ 15 มิถุนายน 2553 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ที่ 1 เด็ดขาดในคดีหมายเลขแดงที่ 7620/2553 เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2553 เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีดังกล่าวจากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 1 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รับคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้โดยกำหนดนัดตรวจคำขอรับชำระหนี้ในวันที่ 19 มกราคม 2554 ต่อมาวันที่ 27 มกราคม 2554 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีหนังสือขอให้ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดี วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2554 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งจำหน่ายคดีหมายเลขแดงที่ 7620/2553 ต่อมาเจ้าหนี้ทราบว่าศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ที่ 1 เด็ดขาดในคดีนี้ จึงยื่นคำขอรับชำระหนี้ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2554 เนื่องจากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์คดีหมายเลขแดงที่ 7620/2553 ไม่เคยแจ้งให้เจ้าหนี้ทราบว่าศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ลูกหนี้ที่ 1 เด็ดขาดในคดีนี้ จึงเป็นเหตุสุดวิสัยที่เจ้าหนี้ไม่อาจที่จะยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีนี้ได้ทัน ขอให้มีคำสั่งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รับคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้

เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำคัดค้านว่า เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์โฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ที่ 1 พร้อมทั้งแจ้งให้บรรดาเจ้าหนี้ยื่นขอรับชำระหนี้ภายในกำหนด 2 เดือนนับแต่วันประกาศโฆษณาในหนังสือพิมพ์แนวหน้าฉบับวันที่ 16 กันยายน 2553 และลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 16 ตุลาคม 2553 ถือว่าเจ้าหนี้ทุกรายรวมทั้งเจ้าหนี้ทราบประกาศแล้ว ระยะเวลายื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีนี้ครบกำหนดในวันที่ 30 มกราคม 2554 เจ้าหนี้จึงไม่อาจอ้างได้ว่าไม่ทราบคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ลูกหนี้ที่ 1 เด็ดขาด เมื่อเจ้าหนี้มิได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายในกำหนดและไม่มีเหตุตามกฎหมายที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะขยายระยะเวลาขอรับชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ได้ การที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งไม่รับคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้จึงชอบแล้ว ขอให้ยกคำร้อง

ศาลล้มละลายกลางวินิจฉัยว่า กรณีมิใช่เหตุสุดวิสัยที่เจ้าหนี้อาจยื่นคำขอรับชำระหนี้เกินกำหนดระยะเวลาตามกฎหมายในคดีนี้ได้ ที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่รับคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ชอบแล้ว จึงมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

เจ้าหนี้อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า คดีนี้เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2552 โจทก์ฟ้องขอให้พิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ที่ 1 เด็ดขาดและศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ที่ 1 เด็ดขาดเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2553 ต่อมาวันที่ 15 มิถุนายน 2553 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ที่ 1 เด็ดขาดในคดีหมายเลขแดงที่ 7620/2553 และวันที่ 7 กันยายน 2553 เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีหมายเลขแดงที่ 7620/2553 จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 1 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รับคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ไว้พิจารณาโดยกำหนดนัดตรวจคำขอรับชำระหนี้ในวันที่ 19 มกราคม 2554 แต่วันที่ 27 มกราคม 2554 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีหนังสือขอให้ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีเนื่องจากลูกหนี้ที่ 1 ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดในคดีนี้ โดยเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้โฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ที่ 1 ในคดีนี้ พร้อมทั้งแจ้งให้บรรดาเจ้าหนี้ยื่นขอรับชำระหนี้ภายในกำหนด 2 เดือน นับแต่วันประกาศโฆษณาในหนังสือพิมพ์แนวหน้าฉบับลงวันที่ 16 กันยายน 2553 และประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 19 ตุลาคม 2553 เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีนี้เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2554

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของเจ้าหนี้ว่า กรณีมีพฤติการณ์พิเศษที่จะขยายกำหนดระยะเวลายื่นคำขอรับชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้หรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ที่ 1 เด็ดขาดในวันที่ 8 มิถุนายน 2553 ก่อนที่ศาลล้มละลายกลางจะมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ที่ 1 เด็ดขาดในคดีหมายเลขแดงที่ 7620/2553 ในวันที่ 15 มิถุนายน 2553 เป็นเวลา 7 วัน โดยที่ศาลล้มละลายกลางในคดีดังกล่าวไม่ทราบว่าลูกหนี้ที่ 1 ถูกพิทักษ์ทรัพย์ในคดีนี้ไปก่อนแล้ว ต่อมาเมื่อศาลล้มละลายกลางในคดีดังกล่าวแจ้งคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ที่ 1 เด็ดขาดต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดำเนินการประกาศโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ที่ 1 เด็ดขาด เจ้าหนี้ไปยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2553 ในขณะที่ยังไม่มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาอันเป็นเวลาก่อนเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในคดีนี้เพิ่งลงประกาศโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดลูกหนี้ที่ 1 ทางหนังสือพิมพ์และในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2553 และวันที่ 19 ตุลาคม 2553 ตามลำดับ ปรากฏว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์พิจารณารับคำขอรับชำระหนี้และกำหนดนัดตรวจคำขอรับชำระหนี้ในคดีดังกล่าววันที่ 19 มกราคม 2554 แสดงว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ซึ่งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานเดียวกันก็ไม่เคยทราบว่าศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ที่ 1 เด็ดขาดในคดีนี้ไปก่อนแล้ว ดังนั้น การที่เจ้าหนี้ไปยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีดังกล่าว โดยมิได้ตรวจสอบว่าลูกหนี้ที่ 1 ถูกพิทักษ์ทรัพย์ในคดีอื่นก่อนแล้วหรือไม่เพื่อจะได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีอื่นนั้น จึงเป็นผลจากการดำเนินการของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลล้มละลายกลางในคดีที่ทำให้เจ้าหนี้เกิดสำคัญผิดหลงเข้าใจว่าลูกหนี้ที่ 1 ไม่ได้ถูกพิทักษ์ทรัพย์ในคดีอื่นอีก ถือได้ว่าเป็นกรณีมีเหตุสุดวิสัยที่เจ้าหนี้ไม่อาจยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีนี้ได้ภายในระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนด สมควรที่จะขยายระยะเวลายื่นคำขอรับชำระหนี้แก่เจ้าหนี้จนถึงวันที่เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้และให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รับคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ไว้ดำเนินการต่อไป การที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำร้องของเจ้าหนี้จึงไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา อุทธรณ์ของเจ้าหนี้ฟังขึ้น

พิพากษากลับ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รับคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ไว้พิจารณา ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
ล853/2552
primary_red_case_no
ล7184/2553
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000229.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ล.499/2555
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2559