คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5860/2554 ฉบับเต็ม

#599076
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5860/2554 นางวิไล แซ่โค้ว โจทก์ นางจันทราหรือจิณณพัต วุฒิพานิช จำเลย ป.อ. มาตรา 265, มาตรา 268 ป.วิ.พ. มาตรา 145 ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4), มาตรา 28 (2), มาตรา 195 วรรคสอง, มาตรา 225 โจทก์เคยฟ้องขอให้บังคับจำเลยกับ ม. ร่วมกันชำระหนี้พร้อมด้วยดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ ศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องโจทก์ โดยเชื่อว่าสัญญากู้ที่จำเลยทำไว้แก่โจทก์ในคดีดังกล่าวเป็นเอกสารที่โจทก์ทำปลอมขึ้น ผลแห่งคำพิพากษานั้นย่อมผูกพันคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง โจทก์ไม่อาจฟ้องบังคับให้จำเลยกับ ม. รับผิดต่อโจทก์ได้ แม้จะได้ความว่าจำเลยปลอมสัญญาค้ำประกันอันเป็นเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม ก็ไม่ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์จึงไม่เป็นผู้เสียหายตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4) ไม่มีอำนาจฟ้องคดีต่อศาลตามมาตรา 28 (2) ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยไม่ยกขึ้นฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 264, 265, 268, 341 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้องเฉพาะข้อหาปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม ส่วนข้อหาฉ้อโกงให้ยกฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265, 268 วรรคแรก จำเลยเป็นผู้ปลอมเอกสารขึ้นเองจึงให้ลงโทษฐานใช้เอกสารสิทธิปลอมเพียงกระทงเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคสอง จำคุก 1 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติตามที่จำเลยฎีกา โดยโจทก์มิได้ยื่นคำแก้ฎีกาคัดค้านเป็นประการอื่นว่า โจทก์เคยยื่นฟ้องจำเลยและนายมงคล บุตรชายของจำเลยต่อศาลชั้นต้นว่าจำเลยกู้ยืมเงินจากโจทก์ 200,000 บาท โดยยอมเสียดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 1.25 บาท ต่อเดือน ส่วนนายมงคล เป็นผู้ค้ำประกันจำเลย หลังจากนั้นจำเลยผิดนัดไม่ชำระหนี้ โจทก์จึงฟ้องขอให้บังคับให้จำเลยกับนายมงคลร่วมกันชำระหนี้พร้อมด้วยดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ แต่ศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยเชื่อว่าสัญญากู้ที่จำเลยทำไว้แก่โจทก์เป็นเอกสารที่โจทก์ทำปลอมขึ้น โจทก์ไม่อาจฟ้องบังคับให้จำเลยกับนายมงคลรับผิดต่อโจทก์ได้ รายละเอียดปรากฏตามสำเนาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5746/2551 ที่จำเลยแนบท้ายฎีกา ผลแห่งคำพิพากษาในคดีนั้นย่อมผูกพันโจทก์และจำเลย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ถือได้ว่าการกู้ยืมเงินระหว่างโจทก์กับจำเลยไม่มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ยืมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 วรรคหนึ่ง โจทก์ไม่อาจฟ้องร้องบังคับคดีแก่จำเลยซึ่งเป็นผู้กู้ได้ รวมทั้งไม่อาจฟ้องนายมงคลซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันการกู้ยืมให้ชำระหนี้ตามสัญญากู้ให้แก่โจทก์ ดังนั้น แม้จะได้ความว่าจำเลยปลอมสัญญาค้ำประกันอันเป็นเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม ก็ไม่ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์จึงไม่เป็นผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) ไม่มีอำนาจฟ้องคดีต่อศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 28 (2) ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยไม่ยกขึ้นฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 รูปคดีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของจำเลยอีกต่อไป พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง (กำพล ภู่สุดแสวง-ชีพ จุลมนต์-โสฬส สุวรรณเนตร์) ศาลจังหวัดลำพูน - นายไพฑูรย์ อุ้ยมาก ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายอนุสรณ์ ศรีเมนต์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.7180/2552 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ333/2547 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ657/2549 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
599076
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดลำพูน",
        "judge": "นายไพฑูรย์ อุ้ยมาก"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 5",
        "judge": "นายอนุสรณ์ ศรีเมนต์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081989913"
    }
}
date
2554
deka_no
5860/2554
deka_running_no
5860
deka_year
2554
department
แผนก
judges
[
    "กำพล ภู่สุดแสวง",
    "ชีพ จุลมนต์",
    "โสฬส สุวรรณเนตร์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 265",
            "ม. 268"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 145"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 2 (4)",
            "ม. 28 (2)",
            "ม. 195 วรรคสอง",
            "ม. 225"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางวิไล แซ่โค้ว"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางจันทราหรือจิณณพัต วุฒิพานิช"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 264, 265, 268, 341

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้องเฉพาะข้อหาปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม ส่วนข้อหาฉ้อโกงให้ยกฟ้อง

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265, 268 วรรคแรก จำเลยเป็นผู้ปลอมเอกสารขึ้นเองจึงให้ลงโทษฐานใช้เอกสารสิทธิปลอมเพียงกระทงเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคสอง จำคุก 1 ปี

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติตามที่จำเลยฎีกา โดยโจทก์มิได้ยื่นคำแก้ฎีกาคัดค้านเป็นประการอื่นว่า โจทก์เคยยื่นฟ้องจำเลยและนายมงคล บุตรชายของจำเลยต่อศาลชั้นต้นว่าจำเลยกู้ยืมเงินจากโจทก์ 200,000 บาท โดยยอมเสียดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 1.25 บาท ต่อเดือน ส่วนนายมงคล เป็นผู้ค้ำประกันจำเลย หลังจากนั้นจำเลยผิดนัดไม่ชำระหนี้ โจทก์จึงฟ้องขอให้บังคับให้จำเลยกับนายมงคลร่วมกันชำระหนี้พร้อมด้วยดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ แต่ศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยเชื่อว่าสัญญากู้ที่จำเลยทำไว้แก่โจทก์เป็นเอกสารที่โจทก์ทำปลอมขึ้น โจทก์ไม่อาจฟ้องบังคับให้จำเลยกับนายมงคลรับผิดต่อโจทก์ได้ รายละเอียดปรากฏตามสำเนาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5746/2551 ที่จำเลยแนบท้ายฎีกา ผลแห่งคำพิพากษาในคดีนั้นย่อมผูกพันโจทก์และจำเลย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ถือได้ว่าการกู้ยืมเงินระหว่างโจทก์กับจำเลยไม่มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ยืมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 วรรคหนึ่ง โจทก์ไม่อาจฟ้องร้องบังคับคดีแก่จำเลยซึ่งเป็นผู้กู้ได้ รวมทั้งไม่อาจฟ้องนายมงคลซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันการกู้ยืมให้ชำระหนี้ตามสัญญากู้ให้แก่โจทก์ ดังนั้น แม้จะได้ความว่าจำเลยปลอมสัญญาค้ำประกันอันเป็นเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม ก็ไม่ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์จึงไม่เป็นผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) ไม่มีอำนาจฟ้องคดีต่อศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 28 (2) ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยไม่ยกขึ้นฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 รูปคดีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของจำเลยอีกต่อไป

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง
opensearch_id
primary_black_case_no
อ333/2547
primary_red_case_no
อ657/2549
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000445.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.7180/2552
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2554