คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4086/2559 ฉบับเต็ม

#599760
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4086/2559 นางนีโลบล สุวรรณาภินันท์ โจทก์ ร้อยตรีรัชฎา เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 7 (2), มาตรา 302 วรรคหนึ่ง โจทก์บรรยายฟ้องว่า ก่อนที่ พ. มารดาโจทก์จะถึงแก่ความตาย โจทก์และจำเลยเคยร่วมกันทำข้อตกลงแบ่งทรัพย์สินของ พ. ไว้ในคดีแพ่ง โดยทั้งสองฝ่ายตกลงยกที่ดิน ซึ่งเป็นทรัพย์ของ พ. ให้แก่โจทก์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ โจทก์ประสงค์จะขอรับโอนที่ดินแปลงดังกล่าว แต่จำเลยไม่ยอมดำเนินการให้ ดังนี้ คำฟ้องดังกล่าวจึงเป็นคำฟ้องที่โจทก์ประสงค์จะให้จำเลยโอนที่ดินให้โจทก์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งศาลพิพากษาตามยอมแล้ว โดยอ้างว่าจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาตามยอมและสัญญาประนีประนอมยอมความ จึงเป็นเรื่องที่จะต้องว่ากล่าวกันในชั้นบังคับคดีในคดีเดิมตาม ป.วิ.พ. มาตรา 7 (2) และมาตรา 302 วรรคหนึ่ง มิใช่มาฟ้องเป็นคดีใหม่ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยจดแจ้งชื่อจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตายในที่ดินโฉนดเลขที่ 33962 ตำบลซากโดน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง แล้วโอนที่ดินแปลงดังกล่าวให้โจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของนางพรรณี โอนที่ดินโฉนดเลขที่ 33962 ตำบลซากโดน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ให้โจทก์ หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่า ก่อนที่นางพรรณี มารดาโจทก์จะถึงแก่กรรม โจทก์และจำเลยได้เคยร่วมกันทำข้อตกลงแบ่งทรัพย์สินของนางพรรณีไว้ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 3757/2549 โดยทั้งสองฝ่ายตกลงยกที่ดินโฉนดเลขที่ 33962 ซึ่งเป็นทรัพย์ของนางพรรณีให้แก่โจทก์ ตามสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าว โจทก์ประสงค์จะขอรับโอนทรัพย์ที่ดินแปลงดังกล่าวจึงติดต่อให้จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของนางพรรณีโอนที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์ แต่จำเลยไม่ยอมดำเนินการให้ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย เช่นนี้เห็นได้ว่า คำฟ้องดังกล่าวเป็นคำฟ้องที่โจทก์ประสงค์ให้จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของนางพรรณี โอนที่ดินให้โจทก์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ซึ่งศาลได้พิพากษาตามยอมแล้ว โดยอ้างว่าจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาตามยอมและสัญญาประนีประนอมยอมความ จึงเป็นเรื่องที่จะต้องว่ากล่าวกันในชั้นบังคับคดี ในคดีเดิมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 7 (2) และมาตรา 302 วรรคหนึ่ง มิใช่มาฟ้องเป็นคดีใหม่ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ส่วนฎีกาข้ออื่นของจำเลยจึงไม่จำต้องวินิจฉัยเพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น พิพากษากลับให้บังคับตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (นวลน้อย ผลทวี-สุริยง ลิ้มสถิรานันท์-โชติวัฒน์ เหลืองประเสริฐ) ศาลแพ่ง - นายศุภสินธุ์ ศิริลิมากุล ศาลอุทธรณ์ - นายกอบกฤษณ์ จันทร์เจริญ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.504/2559 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ4453/2556 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ4180/2557 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
599760
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายศุภสินธุ์ ศิริลิมากุล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายกอบกฤษณ์ จันทร์เจริญ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081964006"
    }
}
date
2559
deka_no
4086/2559
deka_running_no
4086
deka_year
2559
department
แผนก
judges
[
    "นวลน้อย ผลทวี",
    "สุริยง ลิ้มสถิรานันท์",
    "โชติวัฒน์ เหลืองประเสริฐ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 7 (2)",
            "ม. 302 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางนีโลบล สุวรรณาภินันท์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "ร้อยตรีรัชฎา เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยจดแจ้งชื่อจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตายในที่ดินโฉนดเลขที่ 33962 ตำบลซากโดน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง แล้วโอนที่ดินแปลงดังกล่าวให้โจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา

จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของนางพรรณี โอนที่ดินโฉนดเลขที่ 33962 ตำบลซากโดน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ให้โจทก์ หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่า ก่อนที่นางพรรณี มารดาโจทก์จะถึงแก่กรรม โจทก์และจำเลยได้เคยร่วมกันทำข้อตกลงแบ่งทรัพย์สินของนางพรรณีไว้ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 3757/2549 โดยทั้งสองฝ่ายตกลงยกที่ดินโฉนดเลขที่ 33962 ซึ่งเป็นทรัพย์ของนางพรรณีให้แก่โจทก์ ตามสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าว โจทก์ประสงค์จะขอรับโอนทรัพย์ที่ดินแปลงดังกล่าวจึงติดต่อให้จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของนางพรรณีโอนที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์ แต่จำเลยไม่ยอมดำเนินการให้ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย เช่นนี้เห็นได้ว่า คำฟ้องดังกล่าวเป็นคำฟ้องที่โจทก์ประสงค์ให้จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของนางพรรณี โอนที่ดินให้โจทก์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ซึ่งศาลได้พิพากษาตามยอมแล้ว โดยอ้างว่าจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาตามยอมและสัญญาประนีประนอมยอมความ จึงเป็นเรื่องที่จะต้องว่ากล่าวกันในชั้นบังคับคดี ในคดีเดิมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 7 (2) และมาตรา 302 วรรคหนึ่ง มิใช่มาฟ้องเป็นคดีใหม่ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ส่วนฎีกาข้ออื่นของจำเลยจึงไม่จำต้องวินิจฉัยเพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น

พิพากษากลับให้บังคับตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ4453/2556
primary_red_case_no
พ4180/2557
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000219.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.504/2559
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2559