คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3376/2559 ฉบับเต็ม

#599865
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3376/2559 นางนันทกานต์ แสงสุวรรณรัตน์ โจทก์ พันตำรวจโทสุดเขต ศีลพรหม จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 1469 พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 11 วรรคหนึ่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าบันทึกข้อตกลงสัญญาประนีประนอมยอมความที่โจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดเป็นสัญญาเกี่ยวกับทรัพย์สินระหว่างที่โจทก์และจำเลยเป็นสามีภริยากัน ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1469 ซึ่งจะต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 คดีไม่อยู่ในอำนาจของศาลชั้นต้น จึงไม่รับฟ้อง เป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยในปัญหาว่าคดีนี้อยู่ในอำนาจศาลเยาวชนและครอบครัวหรือศาลยุติธรรมอื่น ซึ่งตาม พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 11 วรรคหนึ่ง กำหนดให้ประธานศาลฎีกาแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้นเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด คำวินิจฉัยของประธานศาลฎีกาให้เป็นที่สุด ศาลชั้นต้นและศาลฎีกาหามีอำนาจวินิจฉัยในปัญหาดังกล่าวไม่ คำสั่งของศาลชั้นต้นไม่รับฟ้องจึงไม่ชอบ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 1,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ วันนัดชี้สองสถาน ศาลชั้นต้นเห็นว่า บันทึกข้อตกลงสัญญาประนีประนอมยอมความที่โจทก์นำมาเป็นมูลคดีฟ้องให้จำเลยรับผิด เป็นสัญญาเกี่ยวกับทรัพย์สินในระหว่างที่โจทก์และจำเลยเป็นสามีภริยากัน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1469 จึงเป็นกรณีที่โจทก์ฟ้องคดีแพ่งต่อศาลเกี่ยวกับครอบครัว ซึ่งจะต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 คดีไม่อยู่ในอำนาจการพิจารณาของศาลนี้ ที่ศาลมีคำสั่งรับฟ้องโจทก์ไว้จึงเป็นการผิดหลง อาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 เห็นสมควรเพิกถอนคำสั่งรับฟ้องและมีคำสั่งใหม่เป็นไม่รับคำฟ้อง ให้โจทก์ไปยื่นต่อศาลที่มีอำนาจ คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมด จำหน่ายคดีจากสารบบความ โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า บันทึกข้อตกลงสัญญาประนีประนอมยอมความที่โจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดเป็นสัญญาเกี่ยวกับทรัพย์สินระหว่างที่โจทก์และจำเลยเป็นสามีภริยากัน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1469 ซึ่งจะต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 คดีไม่อยู่ในอำนาจของศาลชั้นต้น จึงไม่รับฟ้องนั้น เป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยในปัญหาว่าคดีนี้อยู่ในอำนาจศาลเยาวชนและครอบครัวหรือศาลยุติธรรมอื่น ซึ่งตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 11 วรรคหนึ่งกำหนดให้ประธานศาลฎีกาแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้นเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด คำวินิจฉัยของประธานศาลฎีกาให้เป็นที่สุด ศาลชั้นต้นและศาลฎีกาหามีอำนาจวินิจฉัยในปัญหาดังกล่าวไม่ คำสั่งของศาลชั้นต้นไม่รับฟ้องจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายข้างต้น พิพากษายกคำสั่งของศาลชั้นต้น ให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นนับแต่มีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่งรับฟ้องคดีของโจทก์เป็นต้นไป และให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ (อดิเทพ ถิระวัฒน์-ภาภูมิ สรอัฑฒ์-นิรัตน์ จันทพัฒน์) ศาลจังหวัดหนองคาย - นายสมเกียรติ เส็งประเสริฐ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.3713/2558 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ666/2558 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ787/2558 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
599865
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดหนองคาย",
        "judge": "นายสมเกียรติ เส็งประเสริฐ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081964232"
    }
}
date
2559
deka_no
3376/2559
deka_running_no
3376
deka_year
2559
department
แผนก
judges
[
    "อดิเทพ ถิระวัฒน์",
    "ภาภูมิ สรอัฑฒ์",
    "นิรัตน์ จันทพัฒน์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1469"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553",
        "sections": [
            "ม. 11 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางนันทกานต์ แสงสุวรรณรัตน์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "พันตำรวจโทสุดเขต ศีลพรหม"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 1,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

วันนัดชี้สองสถาน ศาลชั้นต้นเห็นว่า บันทึกข้อตกลงสัญญาประนีประนอมยอมความที่โจทก์นำมาเป็นมูลคดีฟ้องให้จำเลยรับผิด เป็นสัญญาเกี่ยวกับทรัพย์สินในระหว่างที่โจทก์และจำเลยเป็นสามีภริยากัน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1469 จึงเป็นกรณีที่โจทก์ฟ้องคดีแพ่งต่อศาลเกี่ยวกับครอบครัว ซึ่งจะต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 คดีไม่อยู่ในอำนาจการพิจารณาของศาลนี้ ที่ศาลมีคำสั่งรับฟ้องโจทก์ไว้จึงเป็นการผิดหลง อาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 เห็นสมควรเพิกถอนคำสั่งรับฟ้องและมีคำสั่งใหม่เป็นไม่รับคำฟ้อง ให้โจทก์ไปยื่นต่อศาลที่มีอำนาจ คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมด จำหน่ายคดีจากสารบบความ

โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า บันทึกข้อตกลงสัญญาประนีประนอมยอมความที่โจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดเป็นสัญญาเกี่ยวกับทรัพย์สินระหว่างที่โจทก์และจำเลยเป็นสามีภริยากัน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1469 ซึ่งจะต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 คดีไม่อยู่ในอำนาจของศาลชั้นต้น จึงไม่รับฟ้องนั้น เป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยในปัญหาว่าคดีนี้อยู่ในอำนาจศาลเยาวชนและครอบครัวหรือศาลยุติธรรมอื่น ซึ่งตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 11 วรรคหนึ่งกำหนดให้ประธานศาลฎีกาแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้นเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด คำวินิจฉัยของประธานศาลฎีกาให้เป็นที่สุด ศาลชั้นต้นและศาลฎีกาหามีอำนาจวินิจฉัยในปัญหาดังกล่าวไม่ คำสั่งของศาลชั้นต้นไม่รับฟ้องจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายข้างต้น

พิพากษายกคำสั่งของศาลชั้นต้น ให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นนับแต่มีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่งรับฟ้องคดีของโจทก์เป็นต้นไป และให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ666/2558
primary_red_case_no
พ787/2558
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000221.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.3713/2558
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2559