คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5248/2559 ฉบับเต็ม

#601146
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5248/2559 นายศักดิ์สวาท อุตมาศักดิ์ โดยนางพิมพ์อุมา อุตมาศักดิ์ ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน โจทก์ ร้อยตำรวจตรีสุทิน แลกันทะ จำเลย พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 70 ถนนที่จำเลยขับรถมาเป็นทางเดินรถทางโท มีสัญญาณจราจรไฟกระพริบสีแดงและป้ายเตือนให้หยุด ติดไว้ก่อนเข้าทางร่วมทางแยก จำเลยต้องหยุดรถก่อนถึงทางร่วมทางแยก หลังเส้นให้หยุดรถและให้ผู้ขับรถในทางเอกขับผ่านไปก่อน เมื่อเห็นว่าปลอดภัยและไม่เป็นการกีดขวางการจราจรแล้วจึงจะขับรถต่อไปได้ด้วยความระมัดระวัง ส่วนโจทก์ขับรถมาในทางเอกแม้จะมีสิทธิขับรถผ่านทางร่วมทางแยกไปก่อน แต่ก็ต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 70 โดยต้องลดความเร็วของรถ เมื่อขับรถเข้าใกล้ทางร่วมทางแยก สภาพความเสียหายของรถโจทก์ได้รับความเสียหายอย่างมากอันเกิดจากการชนโดยแรง และตามแผนที่แสดงสถานที่เกิดเหตุ รถยนต์โจทก์อยู่ห่างจากจุดชนประมาณ 35 เมตร แสดงว่าโจทก์ขับรถมาด้วยความเร็วและไม่ได้ชะลอความเร็วของรถ เมื่อเข้าใกล้ทางร่วมทางแยก เพื่อหลีกเลี่ยงมิให้เกิดเหตุรถชนกันโจทก์จึงมีส่วนประมาทอยู่ด้วย ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 1,046,132.71 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และชำระค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถวันละ 300 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่ารถจะใช้งานได้ตามปกติ และชำระค่าจ้างรถรับส่งภริยาโจทก์ไปกลับที่ทำงานเดือนละ 3,000 บาท นับแต่เดือนธันวาคม 2556 ไปจนกว่ารถจะใช้งานได้ตามปกติ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 419,276 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่14 พฤศจิกายน 2556) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้ชำระเงินวันละ 300 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์แต่ไม่เกิน 90 วัน ให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท คำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 5 โจทก์ถึงแก่ความตาย นางพิมพ์อุมา ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลอุทธรณ์ภาค 5 มีคำสั่งอนุญาต ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงิน 419,276 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 14 พฤศจิกายน 2556) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ยกคำขอค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถยนต์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ เฉพาะส่วนที่เป็นค่าขึ้นศาลให้ใช้เท่าทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดีในชั้นอุทธรณ์ โดยกำหนดค่าทนายความทั้งสองศาลรวม 15,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในชั้นฎีการับฟังยุติว่า เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2555 เวลาประมาณ 15 นาฬิกา จำเลยขับรถยนต์หมายเลขทะเบียน บพ 3456 ลำปาง ไปตามถนนด้านสระน้ำสาธารณะหลังปั้มน้ำมัน ปตท. แม่เมาะ ซึ่งเป็นทางเดินรถทางโท มุ่งหน้าไปยังสถานีตำรวจภูธรแม่เมาะผ่านทางร่วมทางแยกที่เกิดเหตุ โดยทางแยกด้านที่จำเลยขับรถมีป้ายเตือนให้หยุดและสัญญาณจราจรไฟกระพริบสีแดงติดตั้งไว้ก่อนถึงทางร่วมทางแยก ส่วนโจทก์ขับรถยนต์หมายเลขทะเบียน ฆค 7706 กรุงเทพมหานคร ไปตามถนนข้างที่ว่าการอำเภอแม่เมาะซึ่งเป็นทางเดินรถทางเอก มุ่งหน้าไปศาลหลักเมืองอำเภอแม่เมาะ เมื่อถึงทางร่วมทางแยกที่เกิดเหตุซึ่งถนนทั้งสองสายตัดผ่านกัน จำเลยขับรถด้วยความประมาทโดยไม่ชะลอความเร็วหรือหยุดรถให้รถที่โจทก์ขับแล่นผ่านทางร่วมทางแยกไปก่อน เป็นเหตุให้รถทั้งสองคันเฉี่ยวชนกันได้รับความเสียหาย และโจทก์ได้รับบาดเจ็บเป็นอันตรายสาหัส ต่อมาพนักงานอัยการฟ้องจำเลยต่อศาลแขวงลำปางในความผิดฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลแขวงลำปางพิพากษาลงโทษจำเลยตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1218/2556 โดยจำเลยวางเงินชดใช้ ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ในคดีดังกล่าวเป็นเงิน 120,000 บาท มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า โจทก์มีส่วนขับรถโดยประมาทเลินเล่อด้วยหรือไม่ เห็นว่า ถนนทางแยกด้านที่จำเลยขับรถมาเป็นทางเดินรถทางโท มีสัญญาณจราจรไฟกระพริบสีแดงและป้ายเตือนให้หยุดติดตั้งไว้ก่อนเข้าทางร่วมทางแยก จำเลยต้องหยุดรถก่อนถึงทางร่วมทางแยกหลังเส้นให้หยุดรถและให้ผู้ขับรถในทางเอกขับผ่านไปก่อน เมื่อเห็นว่าปลอดภัยและไม่เป็นการกีดขวางการจราจรแล้วจึงจะขับรถต่อไปได้ด้วยความระมัดระวัง แต่จำเลยขับรถฝ่าฝืนสัญญาณจราจรดังกล่าวโดยไม่หยุดรถและให้รถในทางเอกขับผ่านไปก่อน ทั้งยังได้ความจากคำเบิกความของนางลำไพ พยานโจทก์ว่า จำเลยขับรถมาด้วยความเร็ว เป็นเหตุให้รถชนกัน ส่วนโจทก์ขับรถมาในทางเอกแม้จะมีสิทธิขับรถผ่านทางร่วมทางแยกไปก่อน แต่ก็ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 70 โดยต้องลดความเร็วของรถเมื่อขับรถเข้าใกล้ทางร่วมทางแยก เมื่อพิจารณาถึงสภาพความเสียหายของรถยนต์ที่โจทก์ขับ ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างมากอันเกิดจากการชนกันโดยแรง และตามแผนที่สังเขปแสดงสถานที่เกิดเหตุ แสดงจุดชนและรถยนต์ที่โจทก์ขับไถลไปหยุด อยู่ห่างจุดชนประมาณ 35 เมตร ซึ่งแสดงให้เห็นว่าโจทก์ขับรถมาด้วยความเร็วและไม่ได้ชะลอความเร็วของรถเมื่อเข้าใกล้ทางร่วมทางแยกเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดเหตุรถชนกัน โจทก์จึงมีส่วนขับรถโดยประมาทเลินเล่ออยู่ด้วย แต่ตามพฤติการณ์เกิดเหตุถือได้ว่าจำเลยมีส่วนประมาทมากกว่า ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่า จำเลยขับรถโดยประมาทเลินเล่อเพียงฝ่ายเดียวนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังขึ้นบางส่วน พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงิน 247,420.80 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 14 พฤศจิกายน 2556) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 (ชัยเจริญ ดุษฎีพร-ธีระพงศ์ จิระภาค-ชูชีพ ปิณฑะสิริ) ศาลจังหวัดลำปาง - นางสาวจุฑาภรณ์ อาขารักษ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายมีชัย เตชาชาญ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.860/2559 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ1036/2556 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ1082/2557 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
601146
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดลำปาง",
        "judge": "นางสาวจุฑาภรณ์ อาขารักษ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 5",
        "judge": "นายมีชัย เตชาชาญ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081963640"
    }
}
date
2559
deka_no
5248/2559
deka_running_no
5248
deka_year
2559
department
แผนก
judges
[
    "ชัยเจริญ ดุษฎีพร",
    "ธีระพงศ์ จิระภาค",
    "ชูชีพ ปิณฑะสิริ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 70"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "",
        "name": "นายศักดิ์สวาท อุตมาศักดิ์ โดยนางพิมพ์อุมา"
    },
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "อุตมาศักดิ์ ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "ร้อยตำรวจตรีสุทิน แลกันทะ"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 1,046,132.71 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และชำระค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถวันละ 300 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่ารถจะใช้งานได้ตามปกติ และชำระค่าจ้างรถรับส่งภริยาโจทก์ไปกลับที่ทำงานเดือนละ 3,000 บาท นับแต่เดือนธันวาคม 2556 ไปจนกว่ารถจะใช้งานได้ตามปกติ

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 419,276 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่14 พฤศจิกายน 2556) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้ชำระเงินวันละ 300 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์แต่ไม่เกิน 90 วัน ให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท คำขออื่นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์

ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 5 โจทก์ถึงแก่ความตาย นางพิมพ์อุมา ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลอุทธรณ์ภาค 5 มีคำสั่งอนุญาต

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงิน 419,276 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 14 พฤศจิกายน 2556) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ยกคำขอค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถยนต์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ เฉพาะส่วนที่เป็นค่าขึ้นศาลให้ใช้เท่าทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดีในชั้นอุทธรณ์ โดยกำหนดค่าทนายความทั้งสองศาลรวม 15,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในชั้นฎีการับฟังยุติว่า เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2555 เวลาประมาณ 15 นาฬิกา จำเลยขับรถยนต์หมายเลขทะเบียน บพ 3456 ลำปาง ไปตามถนนด้านสระน้ำสาธารณะหลังปั้มน้ำมัน ปตท. แม่เมาะ ซึ่งเป็นทางเดินรถทางโท มุ่งหน้าไปยังสถานีตำรวจภูธรแม่เมาะผ่านทางร่วมทางแยกที่เกิดเหตุ โดยทางแยกด้านที่จำเลยขับรถมีป้ายเตือนให้หยุดและสัญญาณจราจรไฟกระพริบสีแดงติดตั้งไว้ก่อนถึงทางร่วมทางแยก ส่วนโจทก์ขับรถยนต์หมายเลขทะเบียน ฆค 7706 กรุงเทพมหานคร ไปตามถนนข้างที่ว่าการอำเภอแม่เมาะซึ่งเป็นทางเดินรถทางเอก มุ่งหน้าไปศาลหลักเมืองอำเภอแม่เมาะ เมื่อถึงทางร่วมทางแยกที่เกิดเหตุซึ่งถนนทั้งสองสายตัดผ่านกัน จำเลยขับรถด้วยความประมาทโดยไม่ชะลอความเร็วหรือหยุดรถให้รถที่โจทก์ขับแล่นผ่านทางร่วมทางแยกไปก่อน เป็นเหตุให้รถทั้งสองคันเฉี่ยวชนกันได้รับความเสียหาย และโจทก์ได้รับบาดเจ็บเป็นอันตรายสาหัส ต่อมาพนักงานอัยการฟ้องจำเลยต่อศาลแขวงลำปางในความผิดฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลแขวงลำปางพิพากษาลงโทษจำเลยตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1218/2556 โดยจำเลยวางเงินชดใช้ ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ในคดีดังกล่าวเป็นเงิน 120,000 บาท

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า โจทก์มีส่วนขับรถโดยประมาทเลินเล่อด้วยหรือไม่ เห็นว่า ถนนทางแยกด้านที่จำเลยขับรถมาเป็นทางเดินรถทางโท มีสัญญาณจราจรไฟกระพริบสีแดงและป้ายเตือนให้หยุดติดตั้งไว้ก่อนเข้าทางร่วมทางแยก จำเลยต้องหยุดรถก่อนถึงทางร่วมทางแยกหลังเส้นให้หยุดรถและให้ผู้ขับรถในทางเอกขับผ่านไปก่อน เมื่อเห็นว่าปลอดภัยและไม่เป็นการกีดขวางการจราจรแล้วจึงจะขับรถต่อไปได้ด้วยความระมัดระวัง แต่จำเลยขับรถฝ่าฝืนสัญญาณจราจรดังกล่าวโดยไม่หยุดรถและให้รถในทางเอกขับผ่านไปก่อน ทั้งยังได้ความจากคำเบิกความของนางลำไพ พยานโจทก์ว่า จำเลยขับรถมาด้วยความเร็ว เป็นเหตุให้รถชนกัน ส่วนโจทก์ขับรถมาในทางเอกแม้จะมีสิทธิขับรถผ่านทางร่วมทางแยกไปก่อน แต่ก็ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 70 โดยต้องลดความเร็วของรถเมื่อขับรถเข้าใกล้ทางร่วมทางแยก เมื่อพิจารณาถึงสภาพความเสียหายของรถยนต์ที่โจทก์ขับ ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างมากอันเกิดจากการชนกันโดยแรง และตามแผนที่สังเขปแสดงสถานที่เกิดเหตุ แสดงจุดชนและรถยนต์ที่โจทก์ขับไถลไปหยุด อยู่ห่างจุดชนประมาณ 35 เมตร ซึ่งแสดงให้เห็นว่าโจทก์ขับรถมาด้วยความเร็วและไม่ได้ชะลอความเร็วของรถเมื่อเข้าใกล้ทางร่วมทางแยกเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดเหตุรถชนกัน โจทก์จึงมีส่วนขับรถโดยประมาทเลินเล่ออยู่ด้วย แต่ตามพฤติการณ์เกิดเหตุถือได้ว่าจำเลยมีส่วนประมาทมากกว่า ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่า จำเลยขับรถโดยประมาทเลินเล่อเพียงฝ่ายเดียวนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังขึ้นบางส่วน

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงิน 247,420.80 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 14 พฤศจิกายน 2556) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5
opensearch_id
primary_black_case_no
พ1036/2556
primary_red_case_no
พ1082/2557
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000216.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.860/2559
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2559