คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4526/2559 ฉบับเต็ม

#601155
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4526/2559 พนักงานอัยการจังหวัดชลบุรี โจทก์ นายพิชัยหรือไฮ้ เงินโต กับพวก จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 176 วรรคหนึ่ง ป.อ. มาตรา 335 ทวิ วรรคหนึ่ง, มาตรา 357 วรรคหนึ่ง, มาตรา วรรคสาม โจทก์ไม่ได้นำสืบให้เห็นว่าองค์เทพเจ้ากิมอ้วงเอี๊ยะ องค์เทพเจ้าเตียงง่วยส่วย องค์เทพซำไซส่วยพร้อมอุปกรณ์เป็นวัตถุในทางศาสนาพุทธหรือศาสนาใด เพราะเหตุใด และมีความเกี่ยวข้องกับทางศาสนาพุทธหรือศาสนาใด เพราะเหตุใด อย่างไร จึงรับฟังไม่ได้ว่าองค์เทพเจ้าทั้งสามองค์พร้อมอุปกรณ์เป็นวัตถุในทางศาสนา แม้จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพในความผิดฐานรับของโจรตามฟ้อง แต่ความผิดฐานรับของโจรโดยมีเหตุฉกรรจ์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคสาม กฎหมายกำหนดอัตราโทษอย่างต่ำไว้ให้จำคุกตั้งแต่ห้าปีขึ้นไป ศาลต้องฟังพยานหลักฐานโจทก์จนกว่าจะพอใจว่าจำเลยที่ 1 ได้กระทำผิดจริงจึงจะลงโทษได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 176 วรรคหนึ่ง เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังไม่ได้ว่า องค์เทพเจ้าทั้งสามพร้อมอุปกรณ์เป็นวัตถุในทางศาสนาแล้ว ย่อมไม่อาจลงโทษจำเลยที่ 1 ในความผิดฐานรับของโจรโดยมีเหตุฉกรรจ์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคสาม ได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 335, 335 ทวิ, 336 ทวิ, 357 และนับโทษต่อจากโทษของจำเลยทั้งสองในคดีดังกล่าว จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยทั้งสองในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ แต่ก่อนสืบพยาน จำเลยที่ 1 ขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็นรับสารภาพฐานรับของโจร ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคสาม จำคุก 10 ปี จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 5 ปี นับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษของจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2035/2551 ของศาลชั้นต้น ข้อหาและคำขออื่นสำหรับจำเลยที่ 1 ให้ยก กับให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 โจทก์และจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์และจำเลยที่ 1 แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคหนึ่ง (ที่ถูก จำคุก 3 ปี) ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกา โดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดฐานรับของโจรโดยมีเหตุฉกรรจ์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคสาม ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ เห็นว่า แม้โจทก์บรรยายฟ้องว่า องค์เทพเจ้าทั้งสามองค์พร้อมอุปกรณ์ของกลางที่จำเลยที่ 1 รับของโจรไว้ เป็นวัตถุในทางศาสนาพุทธก็ตาม แต่เมื่อโจทก์นำพยานเข้าสืบ โจทก์มีเพียงนายไพชยนต์ ผู้เสียหาย เป็นพยานเบิกความว่า องค์เทพเจ้าทั้งสามองค์ดังกล่าวเป็นที่เคารพของประชาชนทั่วไป และประชาชนทั่วไปจะมากราบไหว้ขอพรเพื่อให้ได้สิ่งที่ตนประสงค์ แต่โจทก์มิได้นำสืบให้ได้ความโดยชัดแจ้งว่า องค์เทพเจ้าทั้งสามองค์พร้อมอุปกรณ์ของกลางเป็นวัตถุในทางศาสนาพุทธหรือศาสนาใด เพราะเหตุใด และมีความเกี่ยวข้องกับทางศาสนาพุทธหรือศาสนาใด เพราะเหตุใด อย่างไร คดีจึงยังรับฟังไม่ได้ว่า องค์เทพเจ้าทั้งสามองค์พร้อมอุปกรณ์ของกลางดังกล่าวเป็นวัตถุในทางศาสนา แม้จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพในความผิดฐานรับของโจรตามฟ้องดังที่โจทก์ฎีกา แต่ความผิดฐานรับของโจรโดยมีเหตุฉกรรจ์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคสาม กฎหมายกำหนดอัตราโทษอย่างต่ำไว้ให้จำคุกตั้งแต่ห้าปีขึ้นไป ศาลต้องฟังพยานโจทก์จนกว่าจะพอใจว่า จำเลยที่ 1 ได้กระทำผิดจริงจึงจะลงโทษได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 176 วรรคหนึ่ง เมื่อข้อเท็จจริงตามทางพิจารณายังรับฟังไม่ได้ว่า องค์เทพเจ้าทั้งสามองค์พร้อมอุปกรณ์ของกลางเป็นวัตถุในทางศาสนาตามที่กล่าวแล้ว ย่อมไม่อาจลงโทษจำเลยที่ 1 ในความผิดฐานรับของโจรโดยมีเหตุฉกรรจ์ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 357 วรรคสาม ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 ในความผิดฐานรับของโจร ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 357 วรรคหนึ่งนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (ธีระ เบญจรัศมีโรจน์-สรรทัศน์ เอี่ยมวรชัย-สมศรี หรูจิตตวิวัฒน์) ศาลจังหวัดชลบุรี - นายรักกิจ วิริยะประเสริฐ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายสมบูรณ์ จิตรพัฒนากุล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.969/2559 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ2155/2550 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ2356/2551 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
601155
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดชลบุรี",
        "judge": "นายรักกิจ วิริยะประเสริฐ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 2",
        "judge": "นายสมบูรณ์ จิตรพัฒนากุล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081963877"
    }
}
date
2559
deka_no
4526/2559
deka_running_no
4526
deka_year
2559
department
แผนก
judges
[
    "ธีระ เบญจรัศมีโรจน์",
    "สรรทัศน์ เอี่ยมวรชัย",
    "สมศรี หรูจิตตวิวัฒน์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 176 วรรคหนึ่ง"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 335 ทวิ วรรคหนึ่ง",
            "ม. 357 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดชลบุรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายพิชัยหรือไฮ้ เงินโต กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 335, 335 ทวิ, 336 ทวิ, 357 และนับโทษต่อจากโทษของจำเลยทั้งสองในคดีดังกล่าว

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยทั้งสองในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ แต่ก่อนสืบพยาน จำเลยที่ 1 ขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็นรับสารภาพฐานรับของโจร

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคสาม จำคุก 10 ปี จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 5 ปี นับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษของจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2035/2551 ของศาลชั้นต้น ข้อหาและคำขออื่นสำหรับจำเลยที่ 1 ให้ยก กับให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2

โจทก์และจำเลยที่ 1 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์และจำเลยที่ 1 แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคหนึ่ง (ที่ถูก จำคุก 3 ปี) ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกา โดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดฐานรับของโจรโดยมีเหตุฉกรรจ์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคสาม ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ เห็นว่า แม้โจทก์บรรยายฟ้องว่า องค์เทพเจ้าทั้งสามองค์พร้อมอุปกรณ์ของกลางที่จำเลยที่ 1 รับของโจรไว้ เป็นวัตถุในทางศาสนาพุทธก็ตาม แต่เมื่อโจทก์นำพยานเข้าสืบ โจทก์มีเพียงนายไพชยนต์ ผู้เสียหาย เป็นพยานเบิกความว่า องค์เทพเจ้าทั้งสามองค์ดังกล่าวเป็นที่เคารพของประชาชนทั่วไป และประชาชนทั่วไปจะมากราบไหว้ขอพรเพื่อให้ได้สิ่งที่ตนประสงค์ แต่โจทก์มิได้นำสืบให้ได้ความโดยชัดแจ้งว่า องค์เทพเจ้าทั้งสามองค์พร้อมอุปกรณ์ของกลางเป็นวัตถุในทางศาสนาพุทธหรือศาสนาใด เพราะเหตุใด และมีความเกี่ยวข้องกับทางศาสนาพุทธหรือศาสนาใด เพราะเหตุใด อย่างไร คดีจึงยังรับฟังไม่ได้ว่า องค์เทพเจ้าทั้งสามองค์พร้อมอุปกรณ์ของกลางดังกล่าวเป็นวัตถุในทางศาสนา แม้จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพในความผิดฐานรับของโจรตามฟ้องดังที่โจทก์ฎีกา แต่ความผิดฐานรับของโจรโดยมีเหตุฉกรรจ์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคสาม กฎหมายกำหนดอัตราโทษอย่างต่ำไว้ให้จำคุกตั้งแต่ห้าปีขึ้นไป ศาลต้องฟังพยานโจทก์จนกว่าจะพอใจว่า จำเลยที่ 1 ได้กระทำผิดจริงจึงจะลงโทษได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 176 วรรคหนึ่ง เมื่อข้อเท็จจริงตามทางพิจารณายังรับฟังไม่ได้ว่า องค์เทพเจ้าทั้งสามองค์พร้อมอุปกรณ์ของกลางเป็นวัตถุในทางศาสนาตามที่กล่าวแล้ว ย่อมไม่อาจลงโทษจำเลยที่ 1 ในความผิดฐานรับของโจรโดยมีเหตุฉกรรจ์ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 357 วรรคสาม ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 ในความผิดฐานรับของโจร ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 357 วรรคหนึ่งนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ2155/2550
primary_red_case_no
อ2356/2551
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000218.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.969/2559
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2559