ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4807/2559
นางสำอางค์ แต้โสภา
โจทก์
นายธนกฤช ทัพพะรังสี
จำเลย
ป.วิ.พ. มาตรา 84 (3), มาตรา 177 วรรคสอง
โจทก์บรรยายฟ้องว่าโจทก์มอบอำนาจให้ พ. ดำเนินคดีแทน แต่จำเลยมิได้ให้การปฏิเสธว่าโจทก์มิได้มอบอำนาจดังกล่าว คดีจึงไม่มีประเด็นที่โจทก์จะต้องนำสืบหนังสือมอบอำนาจเป็นพยานหลักฐานอีกว่าถูกต้องหรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังยุติได้ว่าโจทก์มอบอำนาจให้ฟ้องคดีโดยชอบแล้ว
___________________________
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระเงิน 524,554 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 500,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 524,554 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 500,000 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2556) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 6,000 บาท
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ข้อแรกว่า การมอบอำนาจให้ฟ้องคดีของโจทก์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์มอบอำนาจให้นายพรชัย ดำเนินคดีนี้แทนโจทก์ จำเลยมิได้ให้การปฏิเสธว่า โจทก์มิได้มอบอำนาจดังกล่าวไว้ คดีจึงไม่มีประเด็นที่โจทก์จะต้องนำสืบหนังสือมอบอำนาจเป็นพยานหลักฐานอีกว่าถูกต้องหรือไม่ และข้อเท็จจริงฟังยุติได้ว่า โจทก์มอบอำนาจให้ผู้รับมอบอำนาจฟ้องคดีโดยชอบแล้ว โจทก์มีอำนาจฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า หนังสือมอบอำนาจปิดอากรแสตมป์ไม่บริบูรณ์ไม่อาจใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่ง โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องตามอุทธรณ์ของจำเลยนั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้น
พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้จำเลยชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาแทนโจทก์ กำหนดค่าทนายความ 4,000 บาท
(ปิยกุล บุญเพิ่ม-สุรางคนา กมลละคร-ไพโรจน์ นวานุช)
ศาลจังหวัดมีนบุรี - นางสาวปรียานาถ เผือกสุวรรณ
ศาลอุทธรณ์ - นายประคอง เตกฉัตร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.2024/2558
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
ย29/2556
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
ย30/2557
หมายเหตุ