คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4750/2559 ฉบับเต็ม

#601544
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4750/2559 นายนัฐวัฒน์ สุขศรีวรรณ ผู้เยาว์ โจทก์ โดยนางประไพ สุขศรีวรรณ ผู้แทนโดยชอบธรรม กับพวก บริษัทประกันคุ้มภัย จำกัด (มหาชน) จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 238, มาตรา 247 คดีนี้ฎีกาได้แต่เฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาจำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวน ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 238 ประกอบมาตรา 247 โดยฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ที่ 2 นำรถจักรยานยนต์ไปประกันภัยกับจำเลยตามหนังสือรับรองการประกันภัย โจทก์ที่ 2 มอบให้โจทก์ที่ 1 ครอบครองใช้รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวขับไปโรงเรียน ต่อมาโจทก์ที่ 1 ขับรถจักรยานยนต์ประสบอุบัติเหตุทำให้ได้รับบาดเจ็บและทุพพลภาพ ตามหนังสือรับรองการประกันภัยระบุคุ้มครองถึงการสูญเสียชีวิต การสูญเสียสายตาและทุพพลภาพถาวร... ตามรายชื่อผู้ครอบครอง/ผู้เอาประกันภัยที่ระบุด้านล่าง... แสดงว่า หนังสือรับรองการประกันภัยดังกล่าวคุ้มครองเฉพาะบุคคลที่ระบุชื่อไว้ในช่องผู้ครอบครอง/ผู้เอาประกันภัยเท่านั้น เมื่อช่องผู้ครอบครอง/ผู้เอาประกันภัย ระบุชื่อโจทก์ที่ 2 เท่านั้น มิได้ระบุชื่อโจทก์ที่ 1 ด้วย แม้โจทก์ที่ 1 จะเป็นผู้ครอบครองใช้รถจักรยานยนต์ก็ไม่ได้รับความคุ้มครอง ___________________________ โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 103,750 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.4 ต่อปี ของต้นเงิน 100,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 1 หรือที่ 2 จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้จำเลยชำระเงินค่าเอาประกันภัยให้แก่โจทก์ที่ 1 หรือที่ 2 กรณีโจทก์ที่ 1 ทุพพลภาพถาวร จำนวน 100,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2549 จนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ทั้งสองแต่ดอกเบี้ยถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 3,750 บาท กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ทั้งสองโดยกำหนดค่าทนายความ 6,000บาท จำเลยฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยเฉพาะข้อกฎหมายว่า หนังสือรับรองการประกันภัยรถจักรยานยนต์มีผลคุ้มครองถึงการทุพพลภาพถาวรของโจทก์ที่ 1 จากการใช้รถจักรยานยนต์ดังกล่าวตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือไม่ คดีนี้ฎีกาได้แต่เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาจำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 238 ประกอบมาตรา 247 โดยฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ที่ 2 นำรถจักรยานยนต์ไปประกันภัยกับจำเลยตามหนังสือรับรองการประกันภัย โจทก์ที่ 2 มอบให้โจทก์ที่ 1 ครอบครองใช้รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวเพื่อขับรถไปโรงเรียน วันที่ 16 พฤศจิกายน 2549 โจทก์ที่ 1 ขับรถจักรยานยนต์ประสบอุบัติเหตุทำให้ได้รับบาดเจ็บและทุพพลภาพถาวร เห็นว่า ตามหนังสือรับรองการประกันภัยระบุคุ้มครองถึงการสูญเสียชีวิต การสูญเสียสายตาและทุพพลภาพถาวร... ตามรายชื่อผู้ครอบครอง/ผู้เอาประกันภัยที่ระบุด้านล่าง... แสดงว่า หนังสือรับรองการประกันภัยคุ้มครองเฉพาะบุคคลที่ระบุชื่อไว้ในช่องผู้ครอบครอง/ผู้เอาประกันภัยเท่านั้น เมื่อช่องผู้ครอบครอง/ผู้เอาประกันภัยตามหนังสือรับรองการประกันภัย ระบุชื่อโจทก์ที่ 2 เท่านั้น มิได้ระบุชื่อ โจทก์ที่ 1 ด้วย แม้โจทก์ที่ 1 จะเป็นผู้ครอบครองใช้รถจักรยานยนต์ก็ไม่ได้รับความคุ้มครองตามหนังสือรับรองการประกันภัย จำเลยไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ทั้งสอง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยชำระเงินให้โจทก์ทั้งสองมานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสอง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ (บุญไชย ธนาพันธ์สิน-เกษม เกษมปัญญา-ทองธาร เหลืองเรืองรอง) ศาลแขวงพระนครเหนือ - นางสาวสุธรรมา วรกานนท์ ศาลอุทธรณ์ - นายดลจรัส รัตนโศภิต แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก พาณิชย์และเศรษฐกิจ หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พณ.161/2555 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ13057/2551 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ4074/2552 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
601544
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงพระนครเหนือ",
        "judge": "นางสาวสุธรรมา วรกานนท์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายดลจรัส รัตนโศภิต"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081963765"
    }
}
date
2559
deka_no
4750/2559
deka_running_no
4750
deka_year
2559
department
พาณิชย์และเศรษฐกิจ
judges
[
    "บุญไชย ธนาพันธ์สิน",
    "เกษม เกษมปัญญา",
    "ทองธาร เหลืองเรืองรอง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 238",
            "ม. 247"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายนัฐวัฒน์ สุขศรีวรรณ ผู้เยาว์"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "โดยนางประไพ สุขศรีวรรณ ผู้แทนโดยชอบธรรม กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทประกันคุ้มภัย จำกัด (มหาชน)"
    }
]
long_text
โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 103,750 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.4 ต่อปี ของต้นเงิน 100,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 1 หรือที่ 2

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้จำเลยชำระเงินค่าเอาประกันภัยให้แก่โจทก์ที่ 1 หรือที่ 2 กรณีโจทก์ที่ 1 ทุพพลภาพถาวร จำนวน 100,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2549 จนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ทั้งสองแต่ดอกเบี้ยถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 3,750 บาท กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ทั้งสองโดยกำหนดค่าทนายความ 6,000บาท

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยเฉพาะข้อกฎหมายว่า หนังสือรับรองการประกันภัยรถจักรยานยนต์มีผลคุ้มครองถึงการทุพพลภาพถาวรของโจทก์ที่ 1 จากการใช้รถจักรยานยนต์ดังกล่าวตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือไม่ คดีนี้ฎีกาได้แต่เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาจำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 238 ประกอบมาตรา 247 โดยฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ที่ 2 นำรถจักรยานยนต์ไปประกันภัยกับจำเลยตามหนังสือรับรองการประกันภัย โจทก์ที่ 2 มอบให้โจทก์ที่ 1 ครอบครองใช้รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวเพื่อขับรถไปโรงเรียน วันที่ 16 พฤศจิกายน 2549 โจทก์ที่ 1 ขับรถจักรยานยนต์ประสบอุบัติเหตุทำให้ได้รับบาดเจ็บและทุพพลภาพถาวร เห็นว่า ตามหนังสือรับรองการประกันภัยระบุคุ้มครองถึงการสูญเสียชีวิต การสูญเสียสายตาและทุพพลภาพถาวร... ตามรายชื่อผู้ครอบครอง/ผู้เอาประกันภัยที่ระบุด้านล่าง... แสดงว่า หนังสือรับรองการประกันภัยคุ้มครองเฉพาะบุคคลที่ระบุชื่อไว้ในช่องผู้ครอบครอง/ผู้เอาประกันภัยเท่านั้น เมื่อช่องผู้ครอบครอง/ผู้เอาประกันภัยตามหนังสือรับรองการประกันภัย ระบุชื่อโจทก์ที่ 2 เท่านั้น มิได้ระบุชื่อ โจทก์ที่ 1 ด้วย แม้โจทก์ที่ 1 จะเป็นผู้ครอบครองใช้รถจักรยานยนต์ก็ไม่ได้รับความคุ้มครองตามหนังสือรับรองการประกันภัย จำเลยไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ทั้งสอง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยชำระเงินให้โจทก์ทั้งสองมานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น

พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสอง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ13057/2551
primary_red_case_no
พ4074/2552
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000217.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พณ.161/2555
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2559