คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5884/2559 ฉบับเต็ม

#601868
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5884/2559 หม่อมหลวงศักดิ์สิริ กฤดากร โจทก์ นายอเล็กซิส เวนทูราส จำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 24 วรรคสอง (เดิม) พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 8 (8) อุทธรณ์ของจำเลยเป็นการโต้แย้งคำสั่งของศาลล้มละลายกลางเกี่ยวกับการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลในการสืบพยานโจทก์และการรับฟังพยานหลักฐานโจทก์ เมื่อคำสั่งของศาลล้มละลายกลางดังกล่าวมิใช่คำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดที่ยกเว้นให้อุทธรณ์ได้ ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 24 วรรคสอง (1) ถึง (5) อุทธรณ์ของจำเลยดังกล่าวจึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ ทั้งศาลฎีกาพิจารณาแล้วไม่มีกรณีจำเป็นต้องแก้ไขข้อผิดพลาดตามมาตรา 26 วรรคสี่ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ตามสำเนาสัญญาประนีประนอมยอมความฉบับลงวันที่ 10 กันยายน 2552 ซึ่งศาลจังหวัดพระโขนงพิพากษาตามยอม รวม 4 คดี จำเลยตกลงยินยอมชดใช้เงินพร้อมดอกเบี้ยและค่าทนายความแก่โจทก์และเจ้าหนี้อื่นอีก 3 ราย ภายในวันที่ 10 กันยายน 2557 ซึ่งเป็นระยะเวลา 5 ปี นับแต่วันที่ทำสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าว ถือได้ว่าเป็นการที่จำเลยเสนอคำขอประนอมหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ตั้งแต่สองคนขึ้นไป กรณีต้องด้วยข้อสันนิษฐานตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 8 (8) ว่าจำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัว ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดและพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย จำเลยไม่ยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 14 และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยหักจากกองทรัพย์สินของจำเลย เฉพาะค่าทนายความให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กำหนดตามที่เห็นสมควร จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งอนุญาต จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง จำเลยขาดนัดพิจารณา ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 14 และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยหักจากกองทรัพย์สินของจำเลย เฉพาะค่าทนายความให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กำหนดตามที่เห็นสมควร จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า ที่จำเลยอุทธรณ์ว่าวันนัดพิจารณาคดีในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2556 มีการเลื่อนคดีซึ่งทนายโจทก์และทนายจำเลยขอกำหนดวันนัดพิจารณาคดีที่เลื่อนไปเป็นวันที่ 22 พฤษภาคม 2556 มิใช่วันที่ 22 เมษายน 2556 ซึ่งต่อมามีการสืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียว จำเลยมิได้จงใจขาดนัดพิจารณาและโจทก์มิได้ส่งสำเนาบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงหรือความเห็นของพยานโจทก์ให้จำเลยก่อนการสืบพยาน เป็นการไม่ชอบและไม่อาจรับฟังเป็นพยานได้ กรณีต้องย้อนสำนวนแล้วให้โจทก์ส่งสำเนาบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงหรือความเห็นของพยานโจทก์และให้จำเลยนำพยานเข้าสืบนั้น เห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยเป็นการโต้แย้งคำสั่งของศาลล้มละลายกลางเกี่ยวกับการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลในการสืบพยานโจทก์และการรับฟังพยานหลักฐานโจทก์ เมื่อคำสั่งของศาลล้มละลายกลางดังกล่าวมิใช่คำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดที่ยกเว้นให้อุทธรณ์ได้ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 24 วรรคสอง (1) ถึง (5) อุทธรณ์ของจำเลยดังกล่าวจึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ ทั้งศาลฎีกาพิจารณาแล้วไม่มีกรณีจำเป็นต้องแก้ไขข้อผิดพลาดตามมาตรา 26 วรรคสี่ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยต่อไปมีว่า จำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือไม่ ข้อเท็จจริงได้ความตามพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบว่า จำเลยเป็นหนี้โจทก์และเจ้าหนี้อื่นอีก 3 ราย ในมูลหนี้ตามคำพิพากษาตามยอมของศาลจังหวัดพระโขนง รวม 4 คดี จำนวนหนี้รวมเป็นเงิน 14,750,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยและค่าทนายความตามสำเนาคำพิพากษาตามยอม สำเนาสัญญาประนีประนอมยอมความและสำเนารายงานกระบวนพิจารณา เห็นว่า ตามสำเนาสัญญาประนีประนอมยอมความฉบับลงวันที่ 10 กันยายน 2552 ซึ่งศาลจังหวัดพระโขนงพิพากษาตามยอม รวม 4 คดี จำเลยตกลงยินยอมชดใช้เงินพร้อมดอกเบี้ยและค่าทนายความแก่โจทก์และเจ้าหนี้อื่นอีก 3 ราย ภายในวันที่ 10 กันยายน 2557 ซึ่งเป็นระยะเวลา 5 ปี นับแต่วันที่ทำสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าว ถือได้ว่าเป็นการที่จำเลยเสนอคำขอประนอมหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ตั้งแต่สองคนขึ้นไป กรณีต้องด้วยข้อสันนิษฐานตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 8 (8) ว่าจำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัว จำเลยมีหน้าที่นำพยานหลักฐานมาสืบหักล้างข้อสันนิษฐานดังกล่าว แต่จำเลยขาดนัดพิจารณา จึงไม่มีพยานหลักฐานมาสืบ ที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ (ชัยยุทธ ศรีจำนงค์-ทัศนีย์ จั่นสัญจัย ธรรมเกณฑ์-ปิยกุล บุญเพิ่ม) ศาลล้มละลายกลาง - นางสาวภารดี เพ็ญเจริญ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก ล้มละลาย หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ล.549/2556 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น ล3475/2554 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น ล9997/2554 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
601868
courts
[
    {
        "court": "ศาลล้มละลายกลาง",
        "judge": "นางสาวภารดี เพ็ญเจริญ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081963405"
    }
}
date
2559
deka_no
5884/2559
deka_running_no
5884
deka_year
2559
department
ล้มละลาย
judges
[
    "ชัยยุทธ ศรีจำนงค์",
    "ทัศนีย์ จั่นสัญจัย ธรรมเกณฑ์",
    "ปิยกุล บุญเพิ่ม"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542",
        "sections": [
            "ม. 24 วรรคสอง (เดิม)"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "sections": [
            "ม. 8 (8)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "หม่อมหลวงศักดิ์สิริ กฤดากร"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายอเล็กซิส เวนทูราส"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดและพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย

จำเลยไม่ยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 14 และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยหักจากกองทรัพย์สินของจำเลย เฉพาะค่าทนายความให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กำหนดตามที่เห็นสมควร

จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งอนุญาต

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

จำเลยขาดนัดพิจารณา

ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 14 และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยหักจากกองทรัพย์สินของจำเลย เฉพาะค่าทนายความให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กำหนดตามที่เห็นสมควร

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า ที่จำเลยอุทธรณ์ว่าวันนัดพิจารณาคดีในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2556 มีการเลื่อนคดีซึ่งทนายโจทก์และทนายจำเลยขอกำหนดวันนัดพิจารณาคดีที่เลื่อนไปเป็นวันที่ 22 พฤษภาคม 2556 มิใช่วันที่ 22 เมษายน 2556 ซึ่งต่อมามีการสืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียว จำเลยมิได้จงใจขาดนัดพิจารณาและโจทก์มิได้ส่งสำเนาบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงหรือความเห็นของพยานโจทก์ให้จำเลยก่อนการสืบพยาน เป็นการไม่ชอบและไม่อาจรับฟังเป็นพยานได้ กรณีต้องย้อนสำนวนแล้วให้โจทก์ส่งสำเนาบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงหรือความเห็นของพยานโจทก์และให้จำเลยนำพยานเข้าสืบนั้น เห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยเป็นการโต้แย้งคำสั่งของศาลล้มละลายกลางเกี่ยวกับการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลในการสืบพยานโจทก์และการรับฟังพยานหลักฐานโจทก์ เมื่อคำสั่งของศาลล้มละลายกลางดังกล่าวมิใช่คำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดที่ยกเว้นให้อุทธรณ์ได้ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 24 วรรคสอง (1) ถึง (5) อุทธรณ์ของจำเลยดังกล่าวจึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ ทั้งศาลฎีกาพิจารณาแล้วไม่มีกรณีจำเป็นต้องแก้ไขข้อผิดพลาดตามมาตรา 26 วรรคสี่ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยต่อไปมีว่า จำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือไม่ ข้อเท็จจริงได้ความตามพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบว่า จำเลยเป็นหนี้โจทก์และเจ้าหนี้อื่นอีก 3 ราย ในมูลหนี้ตามคำพิพากษาตามยอมของศาลจังหวัดพระโขนง รวม 4 คดี จำนวนหนี้รวมเป็นเงิน 14,750,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยและค่าทนายความตามสำเนาคำพิพากษาตามยอม สำเนาสัญญาประนีประนอมยอมความและสำเนารายงานกระบวนพิจารณา เห็นว่า ตามสำเนาสัญญาประนีประนอมยอมความฉบับลงวันที่ 10 กันยายน 2552 ซึ่งศาลจังหวัดพระโขนงพิพากษาตามยอม รวม 4 คดี จำเลยตกลงยินยอมชดใช้เงินพร้อมดอกเบี้ยและค่าทนายความแก่โจทก์และเจ้าหนี้อื่นอีก 3 ราย ภายในวันที่ 10 กันยายน 2557 ซึ่งเป็นระยะเวลา 5 ปี นับแต่วันที่ทำสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าว ถือได้ว่าเป็นการที่จำเลยเสนอคำขอประนอมหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ตั้งแต่สองคนขึ้นไป กรณีต้องด้วยข้อสันนิษฐานตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 8 (8) ว่าจำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัว จำเลยมีหน้าที่นำพยานหลักฐานมาสืบหักล้างข้อสันนิษฐานดังกล่าว แต่จำเลยขาดนัดพิจารณา จึงไม่มีพยานหลักฐานมาสืบ ที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
ล3475/2554
primary_red_case_no
ล9997/2554
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000214.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ล.549/2556
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2559