คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4246/2559 ฉบับเต็ม

#601870
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4246/2559 บริษัทไทย - เยอรมัน โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) โจทก์ บริษัททุนธนชาต จำกัด (มหาชน) จำเลย พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/60 วรรคหนึ่ง, มาตรา 90/63 วรรคหนึ่ง หนี้ที่เจ้าหนี้นำมายื่นคำขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการเป็นสิทธิเรียกร้องที่บริษัทเงินทุน อ. เจ้าหนี้เดิม มีต่อลูกหนี้ในคดีหมายเลขแดงที่ ฟ.11/2542 ของศาลล้มละลายกลาง และสิทธิเรียกร้องดังกล่าวมีการแก้ไขแผนตามข้อเสนอขอแก้ไขแผนฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ครั้งที่ 3 ซึ่งศาลล้มละลายกลางให้ความเห็นชอบแล้วโดยกำหนดให้สิทธิเรียกร้องของเจ้าหนี้เดิมดังกล่าวได้รับการปลดหนี้ทั้งจำนวนตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคม 2547 เมื่อไม่ปรากฏว่ามีการอุทธรณ์คำสั่งเห็นชอบด้วยข้อเสนอขอแก้ไขแผนครั้งที่ 3 ของศาลล้มละลายกลาง คำสั่งดังกล่าวย่อมผูกพันเจ้าหนี้เดิมตามแผนฟื้นฟูกิจการ ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/60 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 90/63 วรรคหนึ่ง ดังนั้น เมื่อเจ้าหนี้ได้รับโอนสิทธิเรียกร้องดังกล่าวจากเจ้าหนี้เดิม ผลของคำสั่งในคดีหมายเลขแดงที่ ฟ.11/2542 ของศาลล้มละลายกลาง ย่อมผูกพันเจ้าหนี้ด้วยเช่นกัน เจ้าหนี้จึงไม่อาจนำหนี้ที่ได้รับการปลดหนี้แล้วมายื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีนี้อีกได้ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2553 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ และตั้งให้ลูกหนี้เป็นผู้ทำแผน ต่อมาวันที่ 27 เมษายน 2554 ศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้โดยมีลูกหนี้เป็นผู้บริหารแผน เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการเป็นเจ้าหนี้รายที่ 46 ในมูลหนี้หุ้นกู้เป็นเงินรวม 141,972,602.74 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงิน 80,000,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการจนกว่าจะได้รับชำระเสร็จสิ้น ในฐานะเจ้าหนี้ไม่มีประกัน รายละเอียดตามบัญชีแนบท้ายคำขอรับชำระหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ให้บรรดาเจ้าหนี้ ลูกหนี้ และผู้ทำแผนตรวจคำขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/29 แล้ว ผู้ทำแผนโต้แย้งคำขอรับชำระหนี้รายนี้ขอให้ยกคำขอรับชำระหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้วมีคำสั่งยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/32 วรรคสอง (1) เจ้าหนี้ยื่นคำร้องคัดค้านขอให้มีคำสั่งเปลี่ยนแปลงคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นอนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ตามคำขอรับชำระหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และผู้บริหารแผนยื่นคำคัดค้านในทำนองเดียวกันว่าขอให้ยกคำร้อง ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ เจ้าหนี้อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติว่า เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2542 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งในคดีหมายเลขแดงที่ ฟ.11/2542 ให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ วันที่ 18 พฤษภาคม 2543 มีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้โดยในแผนฟื้นฟูกิจการที่ศาลให้ความเห็นชอบมีกำหนดให้บริษัทเงินทุนเอกธนกิจ จำกัด (มหาชน) เจ้าหนี้เดิมอยู่ในเจ้าหนี้กลุ่มที่ 13 (เจ้าหนี้หุ้นกู้ด้อยสิทธิ) และหนี้ในกลุ่มดังกล่าวได้ถูกจัดให้อยู่ในประเภท ค. จำนวน 35,132,404 บาท จากจำนวนหนี้ประเภท ค. ทั้งหมดจำนวน 2,076,800,000 บาท ระหว่างดำเนินการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ในคดีดังกล่าวมีการแก้ไขแผนฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้หลายครั้ง โดยการแก้ไขแผนตามข้อเสนอขอแก้ไขแผนฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ครั้งที่ 3 ซึ่งศาลล้มละลายกลางให้ความเห็นชอบในวันที่ 23 กรกฎาคม 2547 กำหนดให้หนี้ประเภท ค. ดังกล่าวได้รับการปลดหนี้ทั้งจำนวนตั้งแต่วันที่ศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยข้อเสนอขอแก้ไขแผนฟื้นฟูกิจการต่อมาเจ้าหนี้เดิมถูกศาลพิพากษาให้ล้มละลาย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของเจ้าหนี้เดิมได้นำทรัพย์สินและสิทธิเรียกร้องของเจ้าหนี้เดิมออกประมูลขาย วันที่ 5 ตุลาคม 2548 เจ้าหนี้ได้ประมูลซื้อสิทธิเรียกร้องของเจ้าหนี้เดิมซึ่งรวมถึงสิทธิเรียกร้องที่เจ้าหนี้เดิมมีต่อลูกหนี้ในคดีหมายเลขแดงที่ ฟ.11/2542 ดังกล่าวด้วย วันที่ 30 พฤศจิกายน 2549 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ในคดีหมายเลขแดงที่ ฟ.11/2542 ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของเจ้าหนี้มีว่า เจ้าหนี้มีสิทธิได้รับชำระหนี้หรือไม่ เพียงใด เห็นว่า เมื่อหนี้ที่เจ้าหนี้นำมายื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีนี้เป็นสิทธิเรียกร้องที่บริษัทเงินทุนเอกธนกิจ จำกัด (มหาชน) เจ้าหนี้เดิมมีต่อลูกหนี้ในคดีหมายเลขแดงที่ ฟ.11/2542 ของศาลล้มละลายกลาง และสิทธิเรียกร้องดังกล่าวมีการแก้ไขแผนตามข้อเสนอขอแก้ไขแผนฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ครั้งที่ 3 ซึ่งศาลล้มละลายกลางให้ความเห็นชอบแล้วโดยกำหนดให้สิทธิเรียกร้องของเจ้าหนี้เดิมดังกล่าวได้รับการปลดหนี้ทั้งจำนวนตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคม 2547 เมื่อไม่ปรากฏว่ามีการอุทธรณ์คำสั่งเห็นชอบด้วยข้อเสนอขอแก้ไขแผนครั้งที่ 3 ของศาลล้มละลายกลาง คำสั่งดังกล่าวจึงย่อมผูกพันเจ้าหนี้เดิมตามแผนฟื้นฟูกิจการ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/60 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 90/63 วรรคหนึ่ง ดังนั้น เมื่อเจ้าหนี้ได้รับโอนสิทธิเรียกร้องดังกล่าวมาจากเจ้าหนี้เดิม ผลของคำสั่งในคดีหมายเลขแดงที่ ฟ.11/2542 ย่อมผูกพันเจ้าหนี้ด้วยเช่นกัน เจ้าหนี้จึงไม่อาจนำหนี้ที่ได้รับการปลดหนี้แล้ว มายื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีนี้อีกได้ อุทธรณ์ของเจ้าหนี้ฟังไม่ขึ้น ที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำร้องของเจ้าหนี้จึงชอบแล้ว กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ข้ออื่นอีกเพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไป พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ (อนันต์ วงษ์ประภารัตน์-ทัศนีย์ จั่นสัญจัย ธรรมเกณฑ์-อดิศักดิ์ ปัตรวลี) ศาลล้มละลายกลาง - นายพิชัย เตโชพิทยากูล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก ล้มละลาย หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ลฟ.1034/2555 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น สฟ44/2554 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น สฟ12/2555 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
601870
courts
[
    {
        "court": "ศาลล้มละลายกลาง",
        "judge": "นายพิชัย เตโชพิทยากูล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081963992"
    }
}
date
2559
deka_no
4246/2559
deka_running_no
4246
deka_year
2559
department
ล้มละลาย
judges
[
    "อนันต์ วงษ์ประภารัตน์",
    "ทัศนีย์ จั่นสัญจัย ธรรมเกณฑ์",
    "อดิศักดิ์ ปัตรวลี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "sections": [
            "ม. 90/60 วรรคหนึ่ง",
            "ม. 90/63 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทไทย - เยอรมัน โปรดักส์ จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัททุนธนชาต จำกัด (มหาชน)"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2553 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ และตั้งให้ลูกหนี้เป็นผู้ทำแผน ต่อมาวันที่ 27 เมษายน 2554 ศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้โดยมีลูกหนี้เป็นผู้บริหารแผน

เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการเป็นเจ้าหนี้รายที่ 46 ในมูลหนี้หุ้นกู้เป็นเงินรวม 141,972,602.74 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงิน 80,000,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการจนกว่าจะได้รับชำระเสร็จสิ้น ในฐานะเจ้าหนี้ไม่มีประกัน รายละเอียดตามบัญชีแนบท้ายคำขอรับชำระหนี้

เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ให้บรรดาเจ้าหนี้ ลูกหนี้ และผู้ทำแผนตรวจคำขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/29 แล้ว ผู้ทำแผนโต้แย้งคำขอรับชำระหนี้รายนี้ขอให้ยกคำขอรับชำระหนี้

เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้วมีคำสั่งยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/32 วรรคสอง (1)

เจ้าหนี้ยื่นคำร้องคัดค้านขอให้มีคำสั่งเปลี่ยนแปลงคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นอนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ตามคำขอรับชำระหนี้

เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และผู้บริหารแผนยื่นคำคัดค้านในทำนองเดียวกันว่าขอให้ยกคำร้อง

ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

เจ้าหนี้อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติว่า เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2542 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งในคดีหมายเลขแดงที่ ฟ.11/2542 ให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ วันที่ 18 พฤษภาคม 2543 มีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้โดยในแผนฟื้นฟูกิจการที่ศาลให้ความเห็นชอบมีกำหนดให้บริษัทเงินทุนเอกธนกิจ จำกัด (มหาชน) เจ้าหนี้เดิมอยู่ในเจ้าหนี้กลุ่มที่ 13 (เจ้าหนี้หุ้นกู้ด้อยสิทธิ) และหนี้ในกลุ่มดังกล่าวได้ถูกจัดให้อยู่ในประเภท ค. จำนวน 35,132,404 บาท จากจำนวนหนี้ประเภท ค. ทั้งหมดจำนวน 2,076,800,000 บาท ระหว่างดำเนินการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ในคดีดังกล่าวมีการแก้ไขแผนฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้หลายครั้ง โดยการแก้ไขแผนตามข้อเสนอขอแก้ไขแผนฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ครั้งที่ 3 ซึ่งศาลล้มละลายกลางให้ความเห็นชอบในวันที่ 23 กรกฎาคม 2547 กำหนดให้หนี้ประเภท ค. ดังกล่าวได้รับการปลดหนี้ทั้งจำนวนตั้งแต่วันที่ศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยข้อเสนอขอแก้ไขแผนฟื้นฟูกิจการต่อมาเจ้าหนี้เดิมถูกศาลพิพากษาให้ล้มละลาย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของเจ้าหนี้เดิมได้นำทรัพย์สินและสิทธิเรียกร้องของเจ้าหนี้เดิมออกประมูลขาย วันที่ 5 ตุลาคม 2548 เจ้าหนี้ได้ประมูลซื้อสิทธิเรียกร้องของเจ้าหนี้เดิมซึ่งรวมถึงสิทธิเรียกร้องที่เจ้าหนี้เดิมมีต่อลูกหนี้ในคดีหมายเลขแดงที่ ฟ.11/2542 ดังกล่าวด้วย วันที่ 30 พฤศจิกายน 2549 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ในคดีหมายเลขแดงที่ ฟ.11/2542

ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของเจ้าหนี้มีว่า เจ้าหนี้มีสิทธิได้รับชำระหนี้หรือไม่ เพียงใด เห็นว่า เมื่อหนี้ที่เจ้าหนี้นำมายื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีนี้เป็นสิทธิเรียกร้องที่บริษัทเงินทุนเอกธนกิจ จำกัด (มหาชน) เจ้าหนี้เดิมมีต่อลูกหนี้ในคดีหมายเลขแดงที่ ฟ.11/2542 ของศาลล้มละลายกลาง และสิทธิเรียกร้องดังกล่าวมีการแก้ไขแผนตามข้อเสนอขอแก้ไขแผนฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ครั้งที่ 3 ซึ่งศาลล้มละลายกลางให้ความเห็นชอบแล้วโดยกำหนดให้สิทธิเรียกร้องของเจ้าหนี้เดิมดังกล่าวได้รับการปลดหนี้ทั้งจำนวนตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคม 2547 เมื่อไม่ปรากฏว่ามีการอุทธรณ์คำสั่งเห็นชอบด้วยข้อเสนอขอแก้ไขแผนครั้งที่ 3 ของศาลล้มละลายกลาง คำสั่งดังกล่าวจึงย่อมผูกพันเจ้าหนี้เดิมตามแผนฟื้นฟูกิจการ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/60 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 90/63 วรรคหนึ่ง ดังนั้น เมื่อเจ้าหนี้ได้รับโอนสิทธิเรียกร้องดังกล่าวมาจากเจ้าหนี้เดิม ผลของคำสั่งในคดีหมายเลขแดงที่ ฟ.11/2542 ย่อมผูกพันเจ้าหนี้ด้วยเช่นกัน เจ้าหนี้จึงไม่อาจนำหนี้ที่ได้รับการปลดหนี้แล้ว มายื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีนี้อีกได้ อุทธรณ์ของเจ้าหนี้ฟังไม่ขึ้น ที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำร้องของเจ้าหนี้จึงชอบแล้ว กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ข้ออื่นอีกเพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไป

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
สฟ44/2554
primary_red_case_no
สฟ12/2555
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000219.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ลฟ.1034/2555
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2559