คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6328/2559 ฉบับเต็ม

#602803
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6328/2559 ไอพี โฮลดิ้งส์ แอลแอลซี โจทก์ กรมทรัพย์สินทางปัญญา จำเลย นายบวร บัณฑิตชุติกุล จำเลยร่วม ป.พ.พ. มาตรา 193/3 วรรคสอง พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 63, มาตรา 65, มาตรา 67 พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มิได้มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการนับระยะเวลาไว้เป็นพิเศษ การนับระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติดังกล่าวจึงต้องบังคับตาม ป.พ.พ. บรรพ 1 ลักษณะ 5 เรื่องระยะเวลา อันเป็นบทบัญญัติทั่วไป ซึ่งตามมาตรา 193/3 วรรคสอง บัญญัติว่า "ถ้ากำหนดระยะเวลาเป็นวัน สัปดาห์ เดือนหรือปี มิให้นับวันแรกแห่งระยะเวลานั้นรวมเข้าด้วยกัน เว้นแต่จะเริ่มการในงานนั้นเองตั้งแต่เวลาที่ถือได้ว่าเป็นเวลาเริ่มต้นทำการงานกันตามประเพณี" เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าโจทก์รับหนังสือแจ้งคำสั่งของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าวันที่ 5 สิงหาคม 2553 โจทก์จึงมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อศาลภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งดังกล่าวตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 65 วรรคสอง โดยการนับระยะเวลานั้นตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/3 วรรคสอง อันเป็นบทบัญญัติทั่วไปมิให้นับวันแรกแห่งระยะเวลานั้นคือวันที่ 5 สิงหาคม 2553 รวมเข้าด้วยกัน จึงต้องเริ่มนับระยะเวลา 90 วัน โดยนับวันที่ 6 สิงหาคม 2553 เป็นวันแรก ซึ่งจะครบกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์คำสั่งในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2553 เมื่อโจทก์นำคดีมาฟ้องต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2553 จึงเป็นการใช้สิทธิอุทธรณ์ภายในกำหนดเวลา 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าตามมาตรา 65 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 แล้ว เมื่อเครื่องหมายการค้าของโจทก์ยังไม่ได้จดทะเบียนในประเทศไทย โจทก์จึงอยู่ในฐานะเจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ยังไม่ได้จดทะเบียน หากโจทก์เห็นว่าโจทก์มีสิทธิในเครื่องหมายการค้าของโจทก์ดีกว่าจำเลยร่วม โจทก์ต้องฟ้องจำเลยร่วมเข้ามาในคดีเพื่อขอให้เพิกถอนทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น ตามมาตรา 67 แห่ง พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 ด้วยตั้งแต่ต้น เพราะผู้โต้แย้งสิทธิของโจทก์ในกรณีที่โจทก์อ้างว่ามีสิทธิดีกว่าในเครื่องหมายการค้าที่พิพาทคือจำเลยร่วมหาใช่จำเลยไม่ แม้จำเลยร่วมยื่นคำร้องขอเข้ามาเป็นคู่ความร่วมกับจำเลยภายหลังก็ไม่ทำให้คำฟ้องของโจทก์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายกลับกลายเป็นคำฟ้องที่ชอบด้วยกฎหมายแต่อย่างใด ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าที่ 9/2553 และเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามคำขอเลขที่ 438795 จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณา นายบวร ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นจำเลยร่วมศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งอนุญาต จำเลยร่วมให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าที่ 9/2553 และเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามคำขอเลขที่ 438795 ทะเบียนเลขที่ ค 176600 ให้จำเลยร่วมใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 20,000 บาท ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยให้เป็นพับ จำเลยและจำเลยร่วมอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้แย้งกันในชั้นอุทธรณ์รับฟังเป็นยุติว่า เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2540 ไบรท์ สตาร์ ฟุตแวร์ อิงค์. ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า "candie's" เพื่อใช้กับสินค้าจำพวก 25 รายการสินค้า ชุดอาบน้ำถุงเท้า เข็มขัด เสื้อประเภทต่างๆ กางเกง และเครื่องแต่งกายอีกหลายรายการตามคำขอเลขที่ 345313 ต่อมาวันที่ 24 กรกฎาคม 2543 นายทะเบียนมีคำสั่งให้ไบรท์ สตาร์ ฟุตแวร์ อิงค์. ผู้ขอดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องเกี่ยวกับรายการสินค้าและชำระค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม โดยแจ้งคำสั่งไปยังบริษัทติลลิกี แอนด์ กิบบินส์ จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทนเดิมของผู้ขอ หลังจากนั้นวันที่ 17 พฤศจิกายน 2543 จำเลยร่วมยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า คำว่า "CANDIE'S" ตามคำขอเลขที่ 438795 เพื่อใช้กับสินค้าจำพวก 25 รายการสินค้า กางเกงยีน นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าพิจารณาแล้วเห็นว่าเครื่องหมายการค้าที่จำเลยร่วมยื่นขอจดทะเบียนเหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าคำว่า "candie's" ของไบรท์ สตาร์ ฟุตแวร์ อิงค์. ผู้ขอที่ยื่นคำขอจดทะเบียนไว้แล้วตามคำขอเลขที่ 345313 ต่อมาวันที่ 14 ธันวาคม 2544 นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าเห็นว่าไบรท์ สตาร์ ฟุตแวร์ อิงค์. ผู้ขอทิ้งคำขอ จึงมีคำสั่งจำหน่ายคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ 345313 ของผู้ขอ และวันที่ 26 กันยายน 2545 ตัวแทนของไบรท์ สตาร์ ฟุตแวร์ อิงค์. ผู้ขอจดทะเบียนมีหนังสือแจ้งนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าว่าผู้ขอมิได้มีเจตนาละทิ้งคำขอจดทะเบียน แต่นายทะเบียนเครื่องหมายการค้ามีหนังสือให้ผู้ขอชำระค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมไปยังตัวแทนเดิม ผู้ขอจึงยังไม่ทราบ แต่นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าเห็นว่าผู้ขอไม่ได้ปฏิบัติตามกฎกระทรวงว่าด้วยการแต่งตั้งตัวแทนคนใหม่ โดยไม่ยื่นแบบ ก.60 (คำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลง) คำสั่งให้จำหน่ายคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของผู้ขอจึงชอบแล้ว ต่อมาวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2546 นายทะเบียนเครื่องหมายการค้ามีคำสั่งรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า "CANDIE'S " ของจำเลยร่วมสำหรับสินค้าจำพวก 25 รายการสินค้า กางเกงยีนเป็นทะเบียนเลขที่ ค 176600 หลังจากนั้นวันที่ 6 มีนาคม 2550 โจทก์ได้ควบรวมกิจการกับไบรท์ สตาร์ ฟุตแวร์ อิงค์. และวันที่ 3 มีนาคม 2551 โจทก์ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามคำขอที่ 438795 ทะเบียนเลขที่ ค 176600 ของจำเลยร่วมต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า แต่คณะกรรมการเครื่องหมายการค้ามีคำสั่งไม่เพิกถอนตามคำสั่งของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า โดยวินิจฉัยว่าโจทก์ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยร่วมเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2551 แต่หนังสือรับโอนสิทธิในเครื่องหมายการค้าของโจทก์ทำขึ้นวันที่ 26 ตุลาคม 2552 จึงรับฟังไม่ได้ว่าขณะยื่นคำร้องโจทก์เป็นผู้รับโอนสิทธิในเครื่องหมายการค้าที่พิพาทและเป็นผู้มีส่วนได้เสียซึ่งมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยร่วมได้ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 63 มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยร่วมว่า โจทก์อุทธรณ์คำสั่งของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าที่ 9/2553 ภายในกำหนด 90 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าตามมาตรา 65 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 หรือไม่ เห็นว่า พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มิได้มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการนับระยะเวลาไว้เป็นพิเศษ การนับระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติดังกล่าวจึงต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 1 ลักษณะ 5 เรื่องระยะเวลา อันเป็นบทบัญญัติทั่วไป ซึ่งตามมาตรา 193/3 วรรคสอง บัญญัติว่า "ถ้ากำหนดระยะเวลาเป็นวัน สัปดาห์ เดือนหรือปี มิให้นับวันแรกแห่งระยะเวลานั้นรวมเข้าด้วยกันเว้นแต่จะเริ่มการในงานนั้นเองตั้งแต่เวลาที่ถือได้ว่าเป็นเวลาเริ่มต้นทำการงานกันตามประเพณี" เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าโจทก์รับหนังสือแจ้งคำสั่งของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าวันที่ 5 สิงหาคม 2553 โจทก์จึงมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อศาลภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งดังกล่าวตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 65 วรรคสอง โดยการนับระยะเวลานั้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/3 วรรคสอง อันเป็นบทบัญญัติทั่วไปมิให้นับวันแรกแห่งระยะเวลานั้นคือวันที่ 5 สิงหาคม 2553 รวมเข้าด้วยกัน จึงต้องเริ่มนับระยะเวลา 90 วัน โดยนับวันที่ 6 สิงหาคม 2553 เป็นวันแรก ซึ่งจะครบกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์คำสั่งในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2553 เมื่อโจทก์นำคดีมาฟ้องต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางในวันที่ 3 พฤศจิกายน2553 จึงเป็นการใช้สิทธิอุทธรณ์ภายในกำหนดเวลา 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าตามมาตรา 65 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 แล้ว อุทธรณ์ของจำเลยร่วมข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ส่วนปัญหาที่จำเลยร่วมอุทธรณ์ว่าโจทก์มีสิทธิในเครื่องหมายการค้าที่พิพาทดีกว่าจำเลยร่วมซึ่งเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าที่พิพาทที่ได้รับการจดทะเบียนในประเทศไทยหรือไม่นั้น เมื่อเครื่องหมายการค้าของโจทก์ยังไม่ได้จดทะเบียนในประเทศไทย โจทก์จึงอยู่ในฐานะเจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ยังไม่ได้จดทะเบียนหากโจทก์เห็นว่าโจทก์มีสิทธิในเครื่องหมายการค้าของโจทก์ดีกว่าจำเลยร่วม โจทก์ต้องฟ้องจำเลยร่วมเข้ามาในคดีเพื่อขอให้เพิกถอนทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น ตามมาตรา 67 แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 ด้วยตั้งแต่ต้น เพราะผู้โต้แย้งสิทธิของโจทก์ในกรณีที่โจทก์อ้างว่ามีสิทธิดีกว่าในเครื่องหมายการค้าที่พิพาทคือจำเลยร่วมหาใช่จำเลยไม่ แม้จำเลยร่วมยื่นคำร้องขอเข้ามาเป็นคู่ความร่วมกับจำเลยภายหลังก็ไม่ทำให้คำฟ้องของโจทก์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายกลับกลายเป็นคำฟ้องที่ชอบด้วยกฎหมายแต่อย่างใด ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าที่ 9/2553 และให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามคำขอที่ 438795 ทะเบียนเลขที่ ค 176600 ของจำเลยร่วมนั้น ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยและจำเลยร่วมฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ (ธัชพันธ์ ประพุทธนิติสาร-นวลน้อย ผลทวี-ปริญญา ดีผดุง) ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นายนทดล กิติกัมรา แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ทกป.322/2555 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น ทป115/2553 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น ทป30/2555 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
602803
courts
[
    {
        "court": "ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง",
        "judge": "นายนทดล กิติกัมรา"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081963178"
    }
}
date
2559
deka_no
6328/2559
deka_running_no
6328
deka_year
2559
department
แผนก
judges
[
    "ธัชพันธ์ ประพุทธนิติสาร",
    "นวลน้อย ผลทวี",
    "ปริญญา ดีผดุง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 193/3 วรรคสอง"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534",
        "sections": [
            "ม. 63",
            "ม. 65",
            "ม. 67"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ไอพี โฮลดิ้งส์ แอลแอลซี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "กรมทรัพย์สินทางปัญญา"
    },
    {
        "role": "จำเลยร่วม",
        "name": "นายบวร บัณฑิตชุติกุล"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าที่ 9/2553 และเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามคำขอเลขที่ 438795

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณา นายบวร ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นจำเลยร่วมศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งอนุญาต

จำเลยร่วมให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าที่ 9/2553 และเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามคำขอเลขที่ 438795 ทะเบียนเลขที่ ค 176600 ให้จำเลยร่วมใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 20,000 บาท ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยให้เป็นพับ

จำเลยและจำเลยร่วมอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้แย้งกันในชั้นอุทธรณ์รับฟังเป็นยุติว่า เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2540 ไบรท์ สตาร์ ฟุตแวร์ อิงค์. ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า "candie's" เพื่อใช้กับสินค้าจำพวก 25 รายการสินค้า ชุดอาบน้ำถุงเท้า เข็มขัด เสื้อประเภทต่างๆ กางเกง และเครื่องแต่งกายอีกหลายรายการตามคำขอเลขที่ 345313 ต่อมาวันที่ 24 กรกฎาคม 2543 นายทะเบียนมีคำสั่งให้ไบรท์ สตาร์ ฟุตแวร์ อิงค์. ผู้ขอดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องเกี่ยวกับรายการสินค้าและชำระค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม โดยแจ้งคำสั่งไปยังบริษัทติลลิกี แอนด์ กิบบินส์ จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทนเดิมของผู้ขอ หลังจากนั้นวันที่ 17 พฤศจิกายน 2543 จำเลยร่วมยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า คำว่า "CANDIE'S" ตามคำขอเลขที่ 438795 เพื่อใช้กับสินค้าจำพวก 25 รายการสินค้า กางเกงยีน นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าพิจารณาแล้วเห็นว่าเครื่องหมายการค้าที่จำเลยร่วมยื่นขอจดทะเบียนเหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าคำว่า "candie's" ของไบรท์ สตาร์ ฟุตแวร์ อิงค์. ผู้ขอที่ยื่นคำขอจดทะเบียนไว้แล้วตามคำขอเลขที่ 345313 ต่อมาวันที่ 14 ธันวาคม 2544 นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าเห็นว่าไบรท์ สตาร์ ฟุตแวร์ อิงค์. ผู้ขอทิ้งคำขอ จึงมีคำสั่งจำหน่ายคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ 345313 ของผู้ขอ และวันที่ 26 กันยายน 2545 ตัวแทนของไบรท์ สตาร์ ฟุตแวร์ อิงค์. ผู้ขอจดทะเบียนมีหนังสือแจ้งนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าว่าผู้ขอมิได้มีเจตนาละทิ้งคำขอจดทะเบียน แต่นายทะเบียนเครื่องหมายการค้ามีหนังสือให้ผู้ขอชำระค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมไปยังตัวแทนเดิม ผู้ขอจึงยังไม่ทราบ แต่นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าเห็นว่าผู้ขอไม่ได้ปฏิบัติตามกฎกระทรวงว่าด้วยการแต่งตั้งตัวแทนคนใหม่ โดยไม่ยื่นแบบ ก.60 (คำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลง) คำสั่งให้จำหน่ายคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของผู้ขอจึงชอบแล้ว ต่อมาวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2546 นายทะเบียนเครื่องหมายการค้ามีคำสั่งรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า "CANDIE'S " ของจำเลยร่วมสำหรับสินค้าจำพวก 25 รายการสินค้า กางเกงยีนเป็นทะเบียนเลขที่ ค 176600 หลังจากนั้นวันที่ 6 มีนาคม 2550 โจทก์ได้ควบรวมกิจการกับไบรท์ สตาร์ ฟุตแวร์ อิงค์. และวันที่ 3 มีนาคม 2551 โจทก์ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามคำขอที่ 438795 ทะเบียนเลขที่ ค 176600 ของจำเลยร่วมต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า แต่คณะกรรมการเครื่องหมายการค้ามีคำสั่งไม่เพิกถอนตามคำสั่งของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า โดยวินิจฉัยว่าโจทก์ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยร่วมเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2551 แต่หนังสือรับโอนสิทธิในเครื่องหมายการค้าของโจทก์ทำขึ้นวันที่ 26 ตุลาคม 2552 จึงรับฟังไม่ได้ว่าขณะยื่นคำร้องโจทก์เป็นผู้รับโอนสิทธิในเครื่องหมายการค้าที่พิพาทและเป็นผู้มีส่วนได้เสียซึ่งมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยร่วมได้ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 63

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยร่วมว่า โจทก์อุทธรณ์คำสั่งของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าที่ 9/2553 ภายในกำหนด 90 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าตามมาตรา 65 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 หรือไม่ เห็นว่า พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มิได้มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการนับระยะเวลาไว้เป็นพิเศษ การนับระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติดังกล่าวจึงต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 1 ลักษณะ 5 เรื่องระยะเวลา อันเป็นบทบัญญัติทั่วไป ซึ่งตามมาตรา 193/3 วรรคสอง บัญญัติว่า "ถ้ากำหนดระยะเวลาเป็นวัน สัปดาห์ เดือนหรือปี มิให้นับวันแรกแห่งระยะเวลานั้นรวมเข้าด้วยกันเว้นแต่จะเริ่มการในงานนั้นเองตั้งแต่เวลาที่ถือได้ว่าเป็นเวลาเริ่มต้นทำการงานกันตามประเพณี" เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าโจทก์รับหนังสือแจ้งคำสั่งของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าวันที่ 5 สิงหาคม 2553 โจทก์จึงมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อศาลภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งดังกล่าวตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 65 วรรคสอง โดยการนับระยะเวลานั้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/3 วรรคสอง อันเป็นบทบัญญัติทั่วไปมิให้นับวันแรกแห่งระยะเวลานั้นคือวันที่ 5 สิงหาคม 2553 รวมเข้าด้วยกัน จึงต้องเริ่มนับระยะเวลา 90 วัน โดยนับวันที่ 6 สิงหาคม 2553 เป็นวันแรก ซึ่งจะครบกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์คำสั่งในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2553 เมื่อโจทก์นำคดีมาฟ้องต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางในวันที่ 3 พฤศจิกายน2553 จึงเป็นการใช้สิทธิอุทธรณ์ภายในกำหนดเวลา 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าตามมาตรา 65 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 แล้ว อุทธรณ์ของจำเลยร่วมข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

ส่วนปัญหาที่จำเลยร่วมอุทธรณ์ว่าโจทก์มีสิทธิในเครื่องหมายการค้าที่พิพาทดีกว่าจำเลยร่วมซึ่งเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าที่พิพาทที่ได้รับการจดทะเบียนในประเทศไทยหรือไม่นั้น เมื่อเครื่องหมายการค้าของโจทก์ยังไม่ได้จดทะเบียนในประเทศไทย โจทก์จึงอยู่ในฐานะเจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ยังไม่ได้จดทะเบียนหากโจทก์เห็นว่าโจทก์มีสิทธิในเครื่องหมายการค้าของโจทก์ดีกว่าจำเลยร่วม โจทก์ต้องฟ้องจำเลยร่วมเข้ามาในคดีเพื่อขอให้เพิกถอนทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น ตามมาตรา 67 แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 ด้วยตั้งแต่ต้น เพราะผู้โต้แย้งสิทธิของโจทก์ในกรณีที่โจทก์อ้างว่ามีสิทธิดีกว่าในเครื่องหมายการค้าที่พิพาทคือจำเลยร่วมหาใช่จำเลยไม่ แม้จำเลยร่วมยื่นคำร้องขอเข้ามาเป็นคู่ความร่วมกับจำเลยภายหลังก็ไม่ทำให้คำฟ้องของโจทก์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายกลับกลายเป็นคำฟ้องที่ชอบด้วยกฎหมายแต่อย่างใด ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าที่ 9/2553 และให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามคำขอที่ 438795 ทะเบียนเลขที่ ค 176600 ของจำเลยร่วมนั้น ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยและจำเลยร่วมฟังขึ้น

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
ทป115/2553
primary_red_case_no
ทป30/2555
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000212.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ทกป.322/2555
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2559