คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5263/2559 ฉบับเต็ม

#602813
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5263/2559 บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด นวเอก กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 1273/3 พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 14 ในวันที่โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยที่ 1 สถานะของจำเลยที่ 1 ตามหนังสือรับรองคือ ได้จดทะเบียนเลิกห้าง ซึ่งนายทะเบียนได้รับจดทะเบียนไว้แล้วเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2545 และขณะนี้ยังไม่ได้จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี ดังนั้น ในวันที่โจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้จำเลยที่ 1 จึงมีสภาพนิติบุคคล โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 และศาลล้มละลายกลางก็มีอำนาจที่จะพิจารณาคดีสำหรับจำเลยที่ 1 ได้ แม้ต่อมานายทะเบียนได้ขีดชื่อจำเลยที่ 1 ออกจากทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนร้าง ตามความใน ป.พ.พ. มาตรา 1273/3 เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2555 ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลล้มละลายกลางก็ตาม แต่เมื่อฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ชอบด้วยกฎหมาย การที่นายทะเบียนได้ขีดชื่อจำเลยที่ 1 ออกจากทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนร้าง ก็ไม่มีผลกระทบแก่การดำเนินกระบวนพิจารณาคดีล้มละลายที่มุ่งประสงค์ที่จะให้มีการจัดการทรัพย์สินของจำเลยที่มีหนี้สินล้นพ้นตัวตามกฎหมายล้มละลายเพื่อประโยชน์แก่เจ้าหนี้ทั้งหลายได้แม้จำเลยจะสิ้นสภาพนิติบุคคลตาม ป.พ.พ. ก็ตาม การดำเนินกระบวนพิจารณาและมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 1 เด็ดขาดของศาลล้มละลายกลางจึงชอบแล้ว ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งห้าเด็ดขาดและพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย จำเลยที่ 1 ที่ 2 ให้การขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 3 ถึงที่ 5 ไม่ให้การ ระหว่างการพิจารณา ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 และมีคำสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ออกเสียจากสารบบความ ศาลล้มละลายกลางพิจารณาแล้วมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 1เด็ดขาด ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 14 และให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยหักจากกองทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 เฉพาะค่าทนายความให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กำหนดตามที่เห็นสมควร จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นที่คู่ความมิได้อุทธรณ์โต้แย้งกันรับฟังเป็นยุติว่า จำเลยที่ 1 เป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาของศาลแพ่ง คดีหมายเลขแดงที่ ธ.3489/2545 แต่จำเลยที่ 1 และจำเลยอื่นในคดีดังกล่าวไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา เมื่อคำนวณภาระหนี้ตามคำพิพากษาจนถึงวันฟ้องคดีนี้หักราคาทรัพย์หลักประกันของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดและประเมินราคาไว้แล้ว จำเลยที่ 1 คงเป็นหนี้โจทก์เป็นเงิน 37,462,668.62 บาท ก่อนฟ้องคดีนี้โจทก์ตรวจสอบทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 แล้วไม่พบว่าจำเลยที่ 1 มีกรรมสิทธิ์ที่ดินแต่อย่างใด จำเลยที่ 1 มีหนี้สินล้นพ้นตัว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 เพียงว่า จำเลยที่ 1 อาจถูกศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดได้หรือไม่ เห็นว่า เมื่อพิจารณาหนังสือรับรองของจำเลยที่ 1 ที่ปรากฏในสำนวนคดีนี้พบว่า ในวันที่โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยที่ 1 สถานะของจำเลยที่ 1 ตามหนังสือรับรองคือ ได้จดทะเบียนเลิกห้าง ซึ่งนายทะเบียนได้รับจดทะเบียนไว้แล้วเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2545 และขณะนี้ยังไม่ได้จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีดังนั้น ในวันที่โจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้จำเลยที่ 1 จึงมีสภาพนิติบุคคล โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 และศาลล้มละลายกลางก็มีอำนาจที่จะพิจารณาคดีสำหรับจำเลยที่ 1 ได้แม้ต่อมานายทะเบียนได้ขีดชื่อจำเลยที่ 1 ออกจากทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนร้าง ตามความในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1273/3 เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2555 ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลล้มละลายกลางก็ตาม แต่เมื่อฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ชอบด้วยกฎหมาย การที่นายทะเบียนได้ขีดชื่อจำเลยที่ 1 ออกจากทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนร้าง ก็ไม่มีผลกระทบแก่การดำเนินกระบวนพิจารณาคดีล้มละลายที่มุ่งประสงค์ที่จะให้มีการจัดการทรัพย์สินของจำเลยที่มีหนี้สินล้นพ้นตัวตามกฎหมายล้มละลายเพื่อประโยชน์แก่เจ้าหนี้ทั้งหลายได้แม้จำเลยจะสิ้นสภาพนิติบุคคล ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ก็ตาม การดำเนินกระบวนพิจารณาและมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 1 เด็ดขาดของศาลล้มละลายกลางจึงชอบ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ (ชำนาญ รวิวรรณพงษ์-ทัศนีย์ จั่นสัญจัย ธรรมเกณฑ์-พีรศักดิ์ ไวกาสี) ศาลล้มละลายกลาง - นายสรายุทธ์ เตชะวุฒิพันธ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก ล้มละลาย หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ล.650/2556 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น ล3929/2554 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น ล2788/2556 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
602813
courts
[
    {
        "court": "ศาลล้มละลายกลาง",
        "judge": "นายสรายุทธ์ เตชะวุฒิพันธ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081963638"
    }
}
date
2559
deka_no
5263/2559
deka_running_no
5263
deka_year
2559
department
ล้มละลาย
judges
[
    "ชำนาญ รวิวรรณพงษ์",
    "ทัศนีย์ จั่นสัญจัย ธรรมเกณฑ์",
    "พีรศักดิ์ ไวกาสี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1273/3"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "sections": [
            "ม. 14"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "ห้างหุ้นส่วนจำกัด นวเอก กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งห้าเด็ดขาดและพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย

จำเลยที่ 1 ที่ 2 ให้การขอให้ยกฟ้อง

จำเลยที่ 3 ถึงที่ 5 ไม่ให้การ

ระหว่างการพิจารณา ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 และมีคำสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ออกเสียจากสารบบความ

ศาลล้มละลายกลางพิจารณาแล้วมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 1เด็ดขาด ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 14 และให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยหักจากกองทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 เฉพาะค่าทนายความให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กำหนดตามที่เห็นสมควร

จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นที่คู่ความมิได้อุทธรณ์โต้แย้งกันรับฟังเป็นยุติว่า จำเลยที่ 1 เป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาของศาลแพ่ง คดีหมายเลขแดงที่ ธ.3489/2545 แต่จำเลยที่ 1 และจำเลยอื่นในคดีดังกล่าวไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา เมื่อคำนวณภาระหนี้ตามคำพิพากษาจนถึงวันฟ้องคดีนี้หักราคาทรัพย์หลักประกันของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดและประเมินราคาไว้แล้ว จำเลยที่ 1 คงเป็นหนี้โจทก์เป็นเงิน 37,462,668.62 บาท ก่อนฟ้องคดีนี้โจทก์ตรวจสอบทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 แล้วไม่พบว่าจำเลยที่ 1 มีกรรมสิทธิ์ที่ดินแต่อย่างใด จำเลยที่ 1 มีหนี้สินล้นพ้นตัว

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 เพียงว่า จำเลยที่ 1 อาจถูกศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดได้หรือไม่ เห็นว่า เมื่อพิจารณาหนังสือรับรองของจำเลยที่ 1 ที่ปรากฏในสำนวนคดีนี้พบว่า ในวันที่โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยที่ 1 สถานะของจำเลยที่ 1 ตามหนังสือรับรองคือ ได้จดทะเบียนเลิกห้าง ซึ่งนายทะเบียนได้รับจดทะเบียนไว้แล้วเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2545 และขณะนี้ยังไม่ได้จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีดังนั้น ในวันที่โจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้จำเลยที่ 1 จึงมีสภาพนิติบุคคล โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 และศาลล้มละลายกลางก็มีอำนาจที่จะพิจารณาคดีสำหรับจำเลยที่ 1 ได้แม้ต่อมานายทะเบียนได้ขีดชื่อจำเลยที่ 1 ออกจากทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนร้าง ตามความในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1273/3 เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2555 ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลล้มละลายกลางก็ตาม แต่เมื่อฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ชอบด้วยกฎหมาย การที่นายทะเบียนได้ขีดชื่อจำเลยที่ 1 ออกจากทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนร้าง ก็ไม่มีผลกระทบแก่การดำเนินกระบวนพิจารณาคดีล้มละลายที่มุ่งประสงค์ที่จะให้มีการจัดการทรัพย์สินของจำเลยที่มีหนี้สินล้นพ้นตัวตามกฎหมายล้มละลายเพื่อประโยชน์แก่เจ้าหนี้ทั้งหลายได้แม้จำเลยจะสิ้นสภาพนิติบุคคล ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ก็ตาม การดำเนินกระบวนพิจารณาและมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 1 เด็ดขาดของศาลล้มละลายกลางจึงชอบ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
ล3929/2554
primary_red_case_no
ล2788/2556
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000216.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ล.650/2556
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2559