คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7110/2559 ฉบับเต็ม

#603322
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7110/2559 พนักงานอัยการจังหวัดอ่างทอง โจทก์ นายอมร บุญมั่น จำเลย ป.อ. มาตรา 33 พ.ร.บ.ทางหลวง พ.ศ.2535 มาตรา 61 วรรคหนึ่ง, มาตรา 73/2 จำเลยใช้รถบรรทุกลากจูงและรถบรรทุกกึ่งพ่วงของกลางมีน้ำหนักบรรทุกรวมน้ำหนักรถเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้ถึง 10,400 กิโลกรัม เพื่อประโยชน์ส่วนตัว โดยไม่คำนึงถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นแก่ทางหลวงแผ่นดิน ทั้งยังมีผลกระทบต่อผู้ร่วมใช้เส้นทางสัญจรไปมาที่ต้องเสี่ยงต่ออันตรายอันเกิดจากสภาพแห่งท้องถนนที่ได้รับความเสียหาย ทำให้ยากต่อการควบคุมให้รถแล่นไปได้อย่างปลอดภัย ซึ่งอาจมีผลก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้อื่นได้ ดังนั้น รถบรรทุกลากจูงและรถบรรทุกกึ่งพ่วงของกลางซึ่งใช้ในการกระทำความผิดจึงเป็นทรัพย์ที่สมควรต้องริบ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ.2535 มาตรา 61, 73/2 ริบรถบรรทุกลากจูงและรถบรรทุกกึ่งพ่วงของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535 มาตรา 61 วรรคหนึ่ง, 73/2 จำคุก 3 เดือน และปรับ 10,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 เดือน 15 วันและปรับ 5,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบรถบรรทุกลากจูง หมายเลขทะเบียน 80 - 6344 อ่างทอง และรถบรรทุกกึ่งพ่วง หมายเลขทะเบียน 80 - 7300 อ่างทอง ของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้คืนรถบรรทุกลากจูงและรถบรรทุกกึ่งพ่วงของกลางแก่เจ้าของ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา โดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า สมควรริบรถบรรทุกลากจูงและรถบรรทุกกึ่งพ่วงของกลางหรือไม่ เห็นว่า จำเลยใช้รถบรรทุกลากจูงและรถบรรทุกกึ่งพ่วงของกลางมีน้ำหนักบรรทุก รวมน้ำหนักรถเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้ถึง 10,400 กิโลกรัม เพื่อประโยชน์ส่วนตัว โดยไม่คำนึงถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นแก่ทางหลวงแผ่นดิน ทั้งยังมีผลกระทบต่อผู้ร่วมใช้เส้นทางสัญจรไปมาที่ต้องเสี่ยงต่ออันตรายอันเกิดจากสภาพแห่งท้องถนนที่ได้รับความเสียหาย ทำให้ยากต่อการควบคุมให้รถแล่นไปได้อย่างปลอดภัย ซึ่งอาจมีผลก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้อื่นได้ ดังนั้น รถบรรทุกลากจูงและรถบรรทุกกึ่งพ่วงของกลางซึ่งใช้ในการกระทำความผิดจึงเป็นทรัพย์ที่สมควรต้องริบ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ใช้ดุลพินิจไม่ริบรถบรรทุกลากจูงและรถบรรทุกกึ่งพ่วงของกลางนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ริบรถบรรทุกลากจูงและรถบรรทุกกึ่งพ่วงของกลาง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 (สุรางคนา กมลละคร-ปิยกุล บุญเพิ่ม-ไพโรจน์ นวานุช) ศาลจังหวัดอ่างทอง - นางวิไล อรุณเรืองศิริเลิศ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายนาถพงษ์ สุขะปุณณพันธ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.2316/2559 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อย1549/2558 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ1523/2558 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
603322
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดอ่างทอง",
        "judge": "นางวิไล อรุณเรืองศิริเลิศ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นายนาถพงษ์ สุขะปุณณพันธ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081962835"
    }
}
date
2559
deka_no
7110/2559
deka_running_no
7110
deka_year
2559
department
แผนก
judges
[
    "สุรางคนา กมลละคร",
    "ปิยกุล บุญเพิ่ม",
    "ไพโรจน์ นวานุช"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 33"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ.2535",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ทางหลวง พ.ศ.2535",
        "sections": [
            "ม. 61 วรรคหนึ่ง",
            "ม. 73/2"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดอ่างทอง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายอมร บุญมั่น"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ.2535 มาตรา 61, 73/2 ริบรถบรรทุกลากจูงและรถบรรทุกกึ่งพ่วงของกลาง

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535 มาตรา 61 วรรคหนึ่ง, 73/2 จำคุก 3 เดือน และปรับ 10,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 เดือน 15 วันและปรับ 5,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบรถบรรทุกลากจูง หมายเลขทะเบียน 80 - 6344 อ่างทอง และรถบรรทุกกึ่งพ่วง หมายเลขทะเบียน 80 - 7300 อ่างทอง ของกลาง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้คืนรถบรรทุกลากจูงและรถบรรทุกกึ่งพ่วงของกลางแก่เจ้าของ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา โดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า สมควรริบรถบรรทุกลากจูงและรถบรรทุกกึ่งพ่วงของกลางหรือไม่ เห็นว่า จำเลยใช้รถบรรทุกลากจูงและรถบรรทุกกึ่งพ่วงของกลางมีน้ำหนักบรรทุก รวมน้ำหนักรถเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้ถึง 10,400 กิโลกรัม เพื่อประโยชน์ส่วนตัว โดยไม่คำนึงถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นแก่ทางหลวงแผ่นดิน ทั้งยังมีผลกระทบต่อผู้ร่วมใช้เส้นทางสัญจรไปมาที่ต้องเสี่ยงต่ออันตรายอันเกิดจากสภาพแห่งท้องถนนที่ได้รับความเสียหาย ทำให้ยากต่อการควบคุมให้รถแล่นไปได้อย่างปลอดภัย ซึ่งอาจมีผลก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้อื่นได้ ดังนั้น รถบรรทุกลากจูงและรถบรรทุกกึ่งพ่วงของกลางซึ่งใช้ในการกระทำความผิดจึงเป็นทรัพย์ที่สมควรต้องริบ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ใช้ดุลพินิจไม่ริบรถบรรทุกลากจูงและรถบรรทุกกึ่งพ่วงของกลางนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ริบรถบรรทุกลากจูงและรถบรรทุกกึ่งพ่วงของกลาง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1
opensearch_id
primary_black_case_no
อย1549/2558
primary_red_case_no
อ1523/2558
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000209.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.2316/2559
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2559