คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7068/2559 ฉบับเต็ม

#604322
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7068/2559 บริษัทเอ็กเซลเลนซ์ สปอร์ต จำกัด โจทก์ บริษัทอรสาสินทวี จำกัด จำเลย พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 44, มาตรา 68 วรรคสอง ตามสภาพแห่งข้อหาของโจทก์ดังกล่าวเป็นการอ้างว่าโจทก์เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าคำว่า "VANS" แต่ผู้เดียวในประเทศไทย โดยบริษัท ว. เจ้าของเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนคำว่า "VANS" มีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในอันที่จะใช้เครื่องหมายการค้านั้นสำหรับสินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้ในราชอาณาจักรตามมาตรา 44 แห่ง พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 เมื่อปัจจุบันยังไม่มีการจดทะเบียนอนุญาตให้บุคคลใดใช้เครื่องหมายการค้าคำว่า "VANS" ในประเทศไทย ดังนั้น ทั้งบริษัท อ. และโจทก์จึงมิใช่ผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิโดยเด็ดขาด (Exclusive Licensee) จากเจ้าของเครื่องหมายการค้าที่จะมีอำนาจฟ้องผู้กระทำละเมิดเครื่องหมายการค้าของตนหรือที่ตนได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิโดยเด็ดขาดตามมาตรา 68 วรรคสอง โจทก์เป็นเพียงตัวแทนจำหน่ายสินค้าภายใต้เครื่องหมายการค้าคำว่า "VANS" แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เมื่อสัญญาแต่งตั้งโจทก์เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยมิใช่สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในเครื่องหมายการค้าคำว่า "VANS" สัญญาดังกล่าวจึงเป็นเพียงสัญญาที่ให้สิทธิแก่โจทก์ในการเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าภายใต้เครื่องหมายการค้าคำว่า "VANS" ที่ทำขึ้นระหว่างบริษัท อ. กับโจทก์ โดยจำเลยมิได้เป็นคู่สัญญาดังกล่าวด้วย จำเลยจึงหาจำต้องผูกพันตามสัญญาดังกล่าวไม่ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีในนามของตนเองเพื่อให้จำเลยรับผิดต่อโจทก์ฐานละเมิดเครื่องหมายการค้าคำว่า "VANS" ตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 44 การขายสินค้าโดยลดราคาของจำเลยเป็นเพียงการขายสินค้าที่ยังเหลือจากการเป็นตัวแทนจำหน่ายเท่านั้น การขายสินค้าโดยลดราคาดังกล่าวจึงเป็นการใช้สิทธิตามปกติในทางการค้า มิใช่การใช้สิทธิซึ่งมีแต่จะทำให้เกิดความเสียหายแก่ธุรกิจการเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าภายใต้เครื่องหมายการค้าคำว่า "VANS" ของโจทก์ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นการละเมิดสิทธิหรือผิดสัญญาใด ๆ ต่อโจทก์ ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอคิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินทั้งสองจำนวนดังกล่าวนับแต่วันที่ทำละเมิดจนถึงวันฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 3,517,871 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวนดังกล่าวนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และชำระเงินค่าขาดรายได้ในอัตราเดือนละ 600,000 บาท จนกว่าจำเลยจะหยุดทำละเมิด ให้ยึดหรืออายัดและมีคำสั่งห้ามชั่วคราวมิให้จำเลยโอน ขาย ยักย้าย หรือจำหน่ายสินค้าที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของจำเลยทั้งหมดรวมทั้งสินค้าของจำเลยที่อยู่ในความครอบครองของบุคคลภายนอก จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันในชั้นอุทธรณ์รับฟังได้ว่า โจทก์ได้รับแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ใช้เครื่องหมายการค้าคำว่า "VANS" แต่ผู้เดียวในประเทศไทย จึงเห็นควรวินิจฉัยก่อนว่า โจทก์มีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในอันที่จะใช้เครื่องหมายการค้าพิพาทในประเทศไทย และมีอำนาจฟ้องจำเลยว่ากระทำละเมิดเครื่องหมายการค้าคำว่า "VANS" หรือไม่ โจทก์บรรยายฟ้องว่า "...บริษัทแวนส์ อิงค์. เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าคำว่า "VANS" ใช้กับสินค้าประเภทรองเท้าโดยจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวในประเทศไทย และบริษัทวี เอฟ ฮ่องกง ลิมิเต็ด ได้รับอนุญาตให้เป็นตัวแทนเจ้าของเครื่องหมายการค้าดังกล่าว และทำสัญญาแต่งตั้งให้โจทก์เป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้าคำว่า "VANS" แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย..." จำเลยให้การว่า "แวนส์ อิงค์." มิได้นำสัญญาอนุญาตให้บุคคลอื่นใช้เครื่องหมายการค้าไปจดทะเบียนต่อนายทะเบียน โจทก์มิใช่ผู้มีสิทธิใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวโดยถูกต้องตามกฎหมาย สัญญาเป็นตัวแทนจำหน่ายมิชอบด้วยกฎหมายเป็นโมฆะ เห็นว่า ตามสภาพแห่งข้อหาของโจทก์ดังกล่าวเป็นการอ้างว่าโจทก์เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าคำว่า "VANS" แต่ผู้เดียวในประเทศไทย โดยบริษัทแวนส์ อิงค์. เจ้าของเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนคำว่า "VANS" มีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในอันที่จะใช้เครื่องหมายการค้านั้นสำหรับสินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้ในราชอาณาจักรตามมาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 แต่ปรากฏจากคำเบิกความนายสมชาย นักวิชาการ กรมทรัพย์สินทางปัญญาว่า ปัจจุบันยังไม่มีการจดทะเบียนอนุญาตให้บุคคลใดใช้เครื่องหมายการค้าคำว่า "VANS" ในประเทศไทย ดังนั้น ทั้งบริษัทวี เอฟ ฮ่องกง ลิมิเต็ด และโจทก์จึงมิใช่ผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิโดยเด็ดขาด (Exclusive Licensee) จากเจ้าของเครื่องหมายการค้าที่จะมีอำนาจฟ้องผู้กระทำละเมิดเครื่องหมายการค้าของตนหรือที่ตนได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิโดยเด็ดขาดตามมาตรา 68 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวได้ พยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบมาจึงรับฟังได้ว่าโจทก์เป็นเพียงตัวแทนจำหน่ายสินค้าภายใต้เครื่องหมายการค้าคำว่า "VANS" แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เมื่อสัญญาแต่งตั้งโจทก์เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยมิใช่สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในเครื่องหมายการค้าคำว่า "VANS" ดังที่วินิจฉัยไปข้างต้น สัญญาดังกล่าวจึงเป็นเพียงสัญญาที่ให้สิทธิแก่โจทก์ในการเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าภายใต้เครื่องหมายการค้า คำว่า "VANS" ที่ทำขึ้นระหว่างบริษัทวี เอฟ ฮ่องกง ลิมิเต็ด กับโจทก์ โดยจำเลยมิได้เป็นคู่สัญญาดังกล่าวด้วย จำเลยจึงหาจำต้องผูกพันตามสัญญาดังกล่าวไม่ การที่โจทก์นำสืบว่า จำเลยยังฝ่าฝืนขายสินค้าหลังจากสัญญาตัวแทนระหว่างบริษัทวี เอฟ ฮ่องกง ลิมิเต็ด กับจำเลยสิ้นสุดลง ก็เป็นการกล่าวอ้างว่าจำเลยผิดสัญญาตัวแทนที่ทำไว้กับบริษัทวี เอฟ ฮ่องกง ลิมิเต็ด มิใช่ผิดสัญญาต่อโจทก์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีในนามของตนเองเพื่อให้จำเลยรับผิดต่อโจทก์ฐานละเมิดเครื่องหมายการค้าคำว่า "VANS" ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 44 ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์มีว่า การที่จำเลยขายสินค้าภายใต้เครื่องหมายการค้าคำว่า "VANS" โดยลดราคาลงร้อยละ 40 ถึง 50 เป็นการใช้สิทธิซึ่งมีแต่จะทำให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์เป็นการละเมิดต่อโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 421 หรือไม่ เห็นว่า ปรากฏจากคำเบิกความของนายสินทวี กรรมการบริษัทจำเลยตอบทนายโจทก์ถามค้านว่า สินค้าที่จำเลยจำหน่ายเป็นสินค้าที่จำเลยสั่งซื้อมาจากเจ้าของเครื่องหมายการค้า สินค้าดังกล่าวจึงเป็นสินค้าที่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยจึงมีสิทธิจำหน่ายสินค้าดังกล่าวได้ ส่วนที่จำเลยขายสินค้าโดยลดราคาลงร้อยละ 40 ถึง 50 นั้น นายสินทวีเบิกความตอบทนายโจทก์ถามค้านว่า ส่วนที่ลดราคาลงประมาณร้อยละ 40 เป็นสินค้าที่มีตำหนิ หรือเป็นสินค้าที่จำเลยต้องการขายให้หมดไป เช่น เหลือ 1 หรือ 2 คู่ จะลดราคาลงถึงร้อยละ 70 ดังนั้น การขายสินค้าโดยลดราคาในลักษณะดังกล่าวจึงเป็นเพียงการขายสินค้าที่ยังเหลือจากการเป็นตัวแทนจำหน่ายเท่านั้นการขายสินค้าโดยลดราคาดังกล่าวจึงเป็นการใช้สิทธิตามปกติในทางการค้า มิใช่การใช้สิทธิซึ่งมีแต่จะทำให้เกิดความเสียหายแก่ธุรกิจการเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าภายใต้เครื่องหมายการค้าคำว่า "VANS" ของโจทก์ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นการละเมิดสิทธิหรือผิดสัญญาใด ๆ ต่อโจทก์ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้องมานั้น ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความ 5,000 บาทแทนจำเลย (ไมตรี สุเทพากุล-ปริญญา ดีผดุง-ไพจิตร สวัสดิสาร) ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นายชัชวาลย์ สุวรรณศักดิ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ทกป.11/2556 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น ทป90/2554 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น ทป59/2555 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
604322
courts
[
    {
        "court": "ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง",
        "judge": "นายชัชวาลย์ สุวรรณศักดิ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081962934"
    }
}
date
2559
deka_no
7068/2559
deka_running_no
7068
deka_year
2559
department
แผนก
judges
[
    "ไมตรี สุเทพากุล",
    "ปริญญา ดีผดุง",
    "ไพจิตร สวัสดิสาร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534",
        "sections": [
            "ม. 44",
            "ม. 68 วรรคสอง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทเอ็กเซลเลนซ์ สปอร์ต จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทอรสาสินทวี จำกัด"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอคิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินทั้งสองจำนวนดังกล่าวนับแต่วันที่ทำละเมิดจนถึงวันฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 3,517,871 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวนดังกล่าวนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และชำระเงินค่าขาดรายได้ในอัตราเดือนละ 600,000 บาท จนกว่าจำเลยจะหยุดทำละเมิด ให้ยึดหรืออายัดและมีคำสั่งห้ามชั่วคราวมิให้จำเลยโอน ขาย ยักย้าย หรือจำหน่ายสินค้าที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของจำเลยทั้งหมดรวมทั้งสินค้าของจำเลยที่อยู่ในความครอบครองของบุคคลภายนอก

จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันในชั้นอุทธรณ์รับฟังได้ว่า โจทก์ได้รับแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ใช้เครื่องหมายการค้าคำว่า "VANS" แต่ผู้เดียวในประเทศไทย จึงเห็นควรวินิจฉัยก่อนว่า โจทก์มีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในอันที่จะใช้เครื่องหมายการค้าพิพาทในประเทศไทย และมีอำนาจฟ้องจำเลยว่ากระทำละเมิดเครื่องหมายการค้าคำว่า "VANS" หรือไม่ โจทก์บรรยายฟ้องว่า "...บริษัทแวนส์ อิงค์. เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าคำว่า "VANS" ใช้กับสินค้าประเภทรองเท้าโดยจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวในประเทศไทย และบริษัทวี เอฟ ฮ่องกง ลิมิเต็ด ได้รับอนุญาตให้เป็นตัวแทนเจ้าของเครื่องหมายการค้าดังกล่าว และทำสัญญาแต่งตั้งให้โจทก์เป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้าคำว่า "VANS" แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย..." จำเลยให้การว่า "แวนส์ อิงค์." มิได้นำสัญญาอนุญาตให้บุคคลอื่นใช้เครื่องหมายการค้าไปจดทะเบียนต่อนายทะเบียน โจทก์มิใช่ผู้มีสิทธิใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวโดยถูกต้องตามกฎหมาย สัญญาเป็นตัวแทนจำหน่ายมิชอบด้วยกฎหมายเป็นโมฆะ เห็นว่า ตามสภาพแห่งข้อหาของโจทก์ดังกล่าวเป็นการอ้างว่าโจทก์เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าคำว่า "VANS" แต่ผู้เดียวในประเทศไทย โดยบริษัทแวนส์ อิงค์. เจ้าของเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนคำว่า "VANS" มีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในอันที่จะใช้เครื่องหมายการค้านั้นสำหรับสินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้ในราชอาณาจักรตามมาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 แต่ปรากฏจากคำเบิกความนายสมชาย นักวิชาการ กรมทรัพย์สินทางปัญญาว่า ปัจจุบันยังไม่มีการจดทะเบียนอนุญาตให้บุคคลใดใช้เครื่องหมายการค้าคำว่า "VANS" ในประเทศไทย ดังนั้น ทั้งบริษัทวี เอฟ ฮ่องกง ลิมิเต็ด และโจทก์จึงมิใช่ผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิโดยเด็ดขาด (Exclusive Licensee) จากเจ้าของเครื่องหมายการค้าที่จะมีอำนาจฟ้องผู้กระทำละเมิดเครื่องหมายการค้าของตนหรือที่ตนได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิโดยเด็ดขาดตามมาตรา 68 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวได้ พยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบมาจึงรับฟังได้ว่าโจทก์เป็นเพียงตัวแทนจำหน่ายสินค้าภายใต้เครื่องหมายการค้าคำว่า "VANS" แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เมื่อสัญญาแต่งตั้งโจทก์เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยมิใช่สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในเครื่องหมายการค้าคำว่า "VANS" ดังที่วินิจฉัยไปข้างต้น สัญญาดังกล่าวจึงเป็นเพียงสัญญาที่ให้สิทธิแก่โจทก์ในการเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าภายใต้เครื่องหมายการค้า คำว่า "VANS" ที่ทำขึ้นระหว่างบริษัทวี เอฟ ฮ่องกง ลิมิเต็ด กับโจทก์ โดยจำเลยมิได้เป็นคู่สัญญาดังกล่าวด้วย จำเลยจึงหาจำต้องผูกพันตามสัญญาดังกล่าวไม่ การที่โจทก์นำสืบว่า จำเลยยังฝ่าฝืนขายสินค้าหลังจากสัญญาตัวแทนระหว่างบริษัทวี เอฟ ฮ่องกง ลิมิเต็ด กับจำเลยสิ้นสุดลง ก็เป็นการกล่าวอ้างว่าจำเลยผิดสัญญาตัวแทนที่ทำไว้กับบริษัทวี เอฟ ฮ่องกง ลิมิเต็ด มิใช่ผิดสัญญาต่อโจทก์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีในนามของตนเองเพื่อให้จำเลยรับผิดต่อโจทก์ฐานละเมิดเครื่องหมายการค้าคำว่า "VANS" ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 44

ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์มีว่า การที่จำเลยขายสินค้าภายใต้เครื่องหมายการค้าคำว่า "VANS" โดยลดราคาลงร้อยละ 40 ถึง 50 เป็นการใช้สิทธิซึ่งมีแต่จะทำให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์เป็นการละเมิดต่อโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 421 หรือไม่ เห็นว่า ปรากฏจากคำเบิกความของนายสินทวี กรรมการบริษัทจำเลยตอบทนายโจทก์ถามค้านว่า สินค้าที่จำเลยจำหน่ายเป็นสินค้าที่จำเลยสั่งซื้อมาจากเจ้าของเครื่องหมายการค้า สินค้าดังกล่าวจึงเป็นสินค้าที่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยจึงมีสิทธิจำหน่ายสินค้าดังกล่าวได้ ส่วนที่จำเลยขายสินค้าโดยลดราคาลงร้อยละ 40 ถึง 50 นั้น นายสินทวีเบิกความตอบทนายโจทก์ถามค้านว่า ส่วนที่ลดราคาลงประมาณร้อยละ 40 เป็นสินค้าที่มีตำหนิ หรือเป็นสินค้าที่จำเลยต้องการขายให้หมดไป เช่น เหลือ 1 หรือ 2 คู่ จะลดราคาลงถึงร้อยละ 70 ดังนั้น การขายสินค้าโดยลดราคาในลักษณะดังกล่าวจึงเป็นเพียงการขายสินค้าที่ยังเหลือจากการเป็นตัวแทนจำหน่ายเท่านั้นการขายสินค้าโดยลดราคาดังกล่าวจึงเป็นการใช้สิทธิตามปกติในทางการค้า มิใช่การใช้สิทธิซึ่งมีแต่จะทำให้เกิดความเสียหายแก่ธุรกิจการเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าภายใต้เครื่องหมายการค้าคำว่า "VANS" ของโจทก์ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นการละเมิดสิทธิหรือผิดสัญญาใด ๆ ต่อโจทก์ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้องมานั้น ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความ 5,000 บาทแทนจำเลย
opensearch_id
primary_black_case_no
ทป90/2554
primary_red_case_no
ทป59/2555
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000210.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ทกป.11/2556
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2559