คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6808/2559 ฉบับเต็ม

#604325
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6808/2559 แอกทิวเอต อินเตอร์เนชั่นแนล เอส เอ อาร์ แอล โจทก์ บริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 183, มาตรา 225 วรรคหนึ่ง เมื่อตามคำฟ้องโจทก์กล่าวอ้างว่าโจทก์ได้รับสิทธิมาโดยการเข้าซื้อกิจการของบริษัท ซ. มิใช่อ้างว่าได้สิทธิมาโดยการรับโอนสิทธิเรียกร้อง แม้จำเลยจะให้การต่อสู้ว่า โจทก์ไม่ได้บอกกล่าวการโอนสิทธิเรียกร้องให้จำเลยทราบ ทำนองว่าการโอนสิทธิเรียกร้องระหว่างบริษัท ซ. กับโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย คดีก็ไม่มีประเด็นข้อพิพาทเรื่องการโอนสิทธิเรียกร้อง ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า การโอนสิทธิเรียกร้องระหว่างโจทก์กับบริษัท ซ. กับโจทก์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ แล้ววินิจฉัยว่า การโอนสิทธิเรียกร้องดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องแล้วพิพากษายกฟ้องจึงไม่ชอบ อุทธรณ์ของโจทก์ในปัญหานี้จึงถือเป็นข้อเท็จจริงที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ไม่ชอบด้วย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 38 (เดิม) ประกอบ ป.วิ.พ. มาตรา 225 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศไม่รับวินิจฉัย ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 848,242 ดอลลาร์สิงคโปร์ และจำนวน 2,000,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระครบถ้วนแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่โจทก์จำเลยไม่โต้เถียงกันในชั้นอุทธรณ์รับฟังว่า บริษัทซีนอส กรุ๊ป อิงค์. ทำสัญญาอนุญาตให้จำเลยใช้สิทธิในซอฟต์แวร์ชื่อ ดี2อี แพลตฟอร์ม ต่อมาเดือนมิถุนายน 2553 จำเลยเลิกใช้ซอฟต์แวร์และขอซื้อซอฟต์แวร์ใหม่ของบริษัทซีนอส กรุ๊ป อิงค์. ชื่อ ดี2อี วิชั่น (D2E Vision) โดยใช้ข้อสัญญาเดิม แต่มีข้อจำกัดการใช้สิทธิในซอฟต์แวร์ว่า ใช้สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มี "One Windows Server maximum 2 processors Cores" ต่อมาวันที่ 24 มีนาคม 2555 ซึ่งอยู่ระหว่างสัญญา โจทก์มีหนังสือแจ้งจำเลยว่า โจทก์ได้ควบรวมกิจการกับบริษัทซีนอส กรุ๊ป อิงค์. ทราบว่าจำเลยกำลังใช้งานซอฟต์แวร์ ดี2อี วิชั่น กับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีหน่วยประมวลผลย่อยหรือคอร์จำนวน 12 ซีพียู คอร์ ไม่ใช่ 2 ซีพียู คอร์ ตามที่ตกลงกันไว้ ขอให้จำเลยชำระค่าใช้สิทธิเพิ่มอีกจำนวน 10 ซีพียู คอร์ ที่โจทก์อุทธรณ์ว่า การโอนสิทธิเรียกร้องระหว่างโจทก์กับบริษัทซีนอส กรุ๊ป อิงค์. ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์มีอำนาจฟ้องนั้น เห็นว่า คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยทำสัญญาอนุญาตให้ใช้ซอฟต์แวร์ ดี2อี วิชั่น กับบริษัทซีนอส กรุ๊ป อิงค์. เจ้าของผลิตภัณฑ์ ต่อมาโจทก์เข้าซื้อกิจการของบริษัทซีนอส กรุ๊ป อิงค์. โจทก์จึงได้รับสิทธิต่าง ๆ จากบริษัทมาโดยชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งรวมถึงสัญญาอนุญาตให้ใช้ซอฟต์แวร์ในคดีนี้ด้วยและอ้างว่าสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิจำกัดการใช้งานซอฟต์แวร์ของจำเลยไว้เพียง 2 ซีพียู คอร์ แต่จำเลยกลับใช้งานซอฟต์แวร์บน 12 ซีพียู คอร์ อันเป็นการทำผิดสัญญา ทำให้โจทก์ขาดรายได้จากค่าธรรมเนียมการใช้ซอฟต์แวร์ส่วนที่เกิน ขอให้บังคับจำเลยใช้ค่าเสียหาย จำเลยให้การว่า จำเลยทำสัญญาอนุญาตให้ใช้ซอฟต์แวร์กับบริษัทสตรีม ไอ.ที. คอนซัลติ้ง จำกัด ตัวแทนของบริษัทซีนอส กรุ๊ป อิงค์. จำเลยไม่ได้ผิดสัญญาเนื่องจากตามสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ คำว่า 2 โปรเซสเซอร์ คอร์ หมายถึง การอนุญาตให้ใช้ซอฟต์แวร์กับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ขนาด 2 ซีพียู โดยไม่กำหนดจำนวนคอร์ หากโจทก์เข้าซื้อหุ้นของบริษัทซีนอส กรุ๊ป อิงค์. การฟ้องคดีต้องกระทำโดยบริษัทซีนอส กรุ๊ป อิงค์. เท่านั้น โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ด้วยตนเอง เมื่อตามคำฟ้องโจทก์กล่าวอ้างว่าโจทก์ได้รับสิทธิมาโดยการเข้าซื้อกิจการของบริษัทซีนอส กรุ๊ป อิงค์. มิใช่อ้างว่าได้สิทธิมาโดยการรับโอนสิทธิเรียกร้อง แม้จำเลยจะให้การต่อสู้ว่า โจทก์ไม่ได้บอกกล่าวการโอนสิทธิเรียกร้องให้จำเลยทราบ ทำนองว่าการโอนสิทธิเรียกร้องระหว่างบริษัทซีนอส กรุ๊ป อิงค์. กับโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย คดีก็ไม่มีประเด็นข้อพิพาทเรื่องการโอนสิทธิเรียกร้อง ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า การโอนสิทธิเรียกร้องระหว่างโจทก์กับบริษัทซีนอส กรุ๊ป อิงค์. ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ และได้วินิจฉัยว่า การโอนสิทธิเรียกร้องดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องแล้วพิพากษายกฟ้อง จึงไม่ชอบ อุทธรณ์ของโจทก์ในปัญหานี้ จึงถือเป็นข้อเท็จจริงที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง อุทธรณ์ของโจทก์ข้อนี้ไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 38 (เดิม) ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศไม่รับวินิจฉัย พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ (สุวัฒน์ วรรธนะหทัย-ปริญญา ดีผดุง-นวลน้อย ผลทวี) ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นายสุธี ปิ่นนิกร แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ทกป.78/2557 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น ทป89/2555 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น ทป124/2556 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
604325
courts
[
    {
        "court": "ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง",
        "judge": "นายสุธี ปิ่นนิกร"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081963047"
    }
}
date
2559
deka_no
6808/2559
deka_running_no
6808
deka_year
2559
department
แผนก
judges
[
    "สุวัฒน์ วรรธนะหทัย",
    "ปริญญา ดีผดุง",
    "นวลน้อย ผลทวี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 183",
            "ม. 225 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "แอกทิวเอต อินเตอร์เนชั่นแนล เอส เอ อาร์ แอล"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 848,242 ดอลลาร์สิงคโปร์ และจำนวน 2,000,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระครบถ้วนแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่โจทก์จำเลยไม่โต้เถียงกันในชั้นอุทธรณ์รับฟังว่า บริษัทซีนอส กรุ๊ป อิงค์. ทำสัญญาอนุญาตให้จำเลยใช้สิทธิในซอฟต์แวร์ชื่อ ดี2อี แพลตฟอร์ม ต่อมาเดือนมิถุนายน 2553 จำเลยเลิกใช้ซอฟต์แวร์และขอซื้อซอฟต์แวร์ใหม่ของบริษัทซีนอส กรุ๊ป อิงค์. ชื่อ ดี2อี วิชั่น (D2E Vision) โดยใช้ข้อสัญญาเดิม แต่มีข้อจำกัดการใช้สิทธิในซอฟต์แวร์ว่า ใช้สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มี "One Windows Server maximum 2 processors Cores" ต่อมาวันที่ 24 มีนาคม 2555 ซึ่งอยู่ระหว่างสัญญา โจทก์มีหนังสือแจ้งจำเลยว่า โจทก์ได้ควบรวมกิจการกับบริษัทซีนอส กรุ๊ป อิงค์. ทราบว่าจำเลยกำลังใช้งานซอฟต์แวร์ ดี2อี วิชั่น กับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีหน่วยประมวลผลย่อยหรือคอร์จำนวน 12 ซีพียู คอร์ ไม่ใช่ 2 ซีพียู คอร์ ตามที่ตกลงกันไว้ ขอให้จำเลยชำระค่าใช้สิทธิเพิ่มอีกจำนวน 10 ซีพียู คอร์

ที่โจทก์อุทธรณ์ว่า การโอนสิทธิเรียกร้องระหว่างโจทก์กับบริษัทซีนอส กรุ๊ป อิงค์. ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์มีอำนาจฟ้องนั้น เห็นว่า คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยทำสัญญาอนุญาตให้ใช้ซอฟต์แวร์ ดี2อี วิชั่น กับบริษัทซีนอส กรุ๊ป อิงค์. เจ้าของผลิตภัณฑ์ ต่อมาโจทก์เข้าซื้อกิจการของบริษัทซีนอส กรุ๊ป อิงค์. โจทก์จึงได้รับสิทธิต่าง ๆ จากบริษัทมาโดยชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งรวมถึงสัญญาอนุญาตให้ใช้ซอฟต์แวร์ในคดีนี้ด้วยและอ้างว่าสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิจำกัดการใช้งานซอฟต์แวร์ของจำเลยไว้เพียง 2 ซีพียู คอร์ แต่จำเลยกลับใช้งานซอฟต์แวร์บน 12 ซีพียู คอร์ อันเป็นการทำผิดสัญญา ทำให้โจทก์ขาดรายได้จากค่าธรรมเนียมการใช้ซอฟต์แวร์ส่วนที่เกิน ขอให้บังคับจำเลยใช้ค่าเสียหาย จำเลยให้การว่า จำเลยทำสัญญาอนุญาตให้ใช้ซอฟต์แวร์กับบริษัทสตรีม ไอ.ที. คอนซัลติ้ง จำกัด ตัวแทนของบริษัทซีนอส กรุ๊ป อิงค์. จำเลยไม่ได้ผิดสัญญาเนื่องจากตามสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ คำว่า 2 โปรเซสเซอร์ คอร์ หมายถึง การอนุญาตให้ใช้ซอฟต์แวร์กับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ขนาด 2 ซีพียู โดยไม่กำหนดจำนวนคอร์ หากโจทก์เข้าซื้อหุ้นของบริษัทซีนอส กรุ๊ป อิงค์. การฟ้องคดีต้องกระทำโดยบริษัทซีนอส กรุ๊ป อิงค์. เท่านั้น โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ด้วยตนเอง เมื่อตามคำฟ้องโจทก์กล่าวอ้างว่าโจทก์ได้รับสิทธิมาโดยการเข้าซื้อกิจการของบริษัทซีนอส กรุ๊ป อิงค์. มิใช่อ้างว่าได้สิทธิมาโดยการรับโอนสิทธิเรียกร้อง แม้จำเลยจะให้การต่อสู้ว่า โจทก์ไม่ได้บอกกล่าวการโอนสิทธิเรียกร้องให้จำเลยทราบ ทำนองว่าการโอนสิทธิเรียกร้องระหว่างบริษัทซีนอส กรุ๊ป อิงค์. กับโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย คดีก็ไม่มีประเด็นข้อพิพาทเรื่องการโอนสิทธิเรียกร้อง ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า การโอนสิทธิเรียกร้องระหว่างโจทก์กับบริษัทซีนอส กรุ๊ป อิงค์. ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ และได้วินิจฉัยว่า การโอนสิทธิเรียกร้องดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องแล้วพิพากษายกฟ้อง จึงไม่ชอบ อุทธรณ์ของโจทก์ในปัญหานี้ จึงถือเป็นข้อเท็จจริงที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง อุทธรณ์ของโจทก์ข้อนี้ไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 38 (เดิม) ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศไม่รับวินิจฉัย

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
ทป89/2555
primary_red_case_no
ทป124/2556
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000211.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ทกป.78/2557
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2559