คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7807/2559 ฉบับเต็ม

#604328
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7807/2559 นางพรพรรณ โคสิงห์ โจทก์ สิบเอกณัฐดนัย บัวโค กับพวก จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4), มาตรา 5 (2), มาตรา 44/1 ป.วิ.พ. มาตรา 148 ป.พ.พ. มาตรา 420 ในคดีก่อนโจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลที่พิจารณาคดีอาญาขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ในฐานะที่โจทก์เป็นผู้เสียหายผู้มีอำนาจจัดการแทนผู้ตายตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4), 5 (2) และ 44/1 ซึ่งถือเป็นคำฟ้องในคดีส่วนแพ่ง แต่ศาลพิพากษายกคำร้องโดยวินิจฉัยตามข้อเท็จจริงที่พนักงานอัยการโจทก์บรรยายฟ้องคดีส่วนอาญาว่า ผู้ตายมีส่วนกระทำความผิดขับรถโดยประมาทด้วย ผู้ตายจึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย โจทก์เป็นมารดาผู้ตายย่อมไม่มีอำนาจจัดการแทนผู้ตายตาม ป.วิ.อ. มาตรา 5 (2) จึงไม่มีอำนาจยื่นคำร้อง ซึ่งเป็นการวินิจฉัยเรื่องอำนาจในการจัดการแทนผู้ตายของโจทก์ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย โดยศาลยังไม่ได้วินิจฉัยเนื้อหาแห่งคดีตามประเด็นที่โจทก์ยกขึ้นอ้างอาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาในการฟ้องคดีส่วนแพ่ง จำเลยที่ 2 ไม่ได้ถูกฟ้องในคดีก่อน จึงไม่ได้เป็นคู่ความเดียวกันกับคดีก่อน การที่โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นคดีนี้ จึงไม่ใช่เป็นการรื้อร้องฟ้องกันอีกในประเด็นที่ศาลได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน ฟ้องโจทก์จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าสินไหมทดแทน 288,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การทำนองเดียวกันขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าสินไหมทดแทน 190,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 24 ธันวาคม 2557) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 8,000 บาท จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองเพียงประการเดียวว่า ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำกับคดีส่วนแพ่งในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1384/2557 ของศาลชั้นต้น หรือไม่ เห็นว่า ในคดีก่อนโจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลที่พิจารณาคดีอาญาขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ในฐานะที่โจทก์เป็นผู้เสียหายผู้มีอำนาจจัดการแทนผู้ตายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4), 5 (2) และ 44/1 ซึ่ง ถือเป็นคำฟ้องในคดีส่วนแพ่ง แต่ศาลพิพากษายกคำร้องโดยวินิจฉัยตามข้อเท็จจริงที่พนักงานอัยการโจทก์บรรยายฟ้องคดีส่วนอาญาว่า ผู้ตายมีส่วนกระทำความผิดขับรถโดยประมาทด้วย ผู้ตายจึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย โจทก์เป็นมารดาผู้ตายย่อมไม่มีอำนาจจัดการแทนผู้ตายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 5 (2) จึงไม่มีอำนาจยื่นคำร้อง ซึ่งเป็นการวินิจฉัยเรื่องอำนาจในการจัดการแทนผู้ตายของโจทก์ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย โดยศาลยังไม่ได้วินิจฉัยเนื้อหาแห่งคดีตามประเด็นที่โจทก์ยกขึ้นอ้างอาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาในการฟ้องคดีส่วนแพ่ง สำหรับจำเลยที่ 2 ไม่ได้ถูกฟ้องในคดีก่อน จำเลยที่ 2 จึงไม่ได้เป็นคู่ความเดียวกันกับคดีก่อน การที่โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นคดีนี้จึงไม่ใช่เป็นการรื้อร้องฟ้องกันอีกในประเด็นที่ศาลได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน ฟ้องโจทก์จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 วินิจฉัยว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น อนึ่ง ที่จำเลยทั้งสองเสียค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาโดยคำนวณดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นหลังจากวันฟ้องรวมเป็นทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาด้วยนั้นไม่ถูกต้อง เพราะทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาต้องถือตามจำนวนทุนทรัพย์ ที่คำนวณถึงวันฟ้องเท่านั้น ทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาจึงมีเพียง 190,000 บาท จำเลยทั้งสองต้องเสียค่าขึ้นศาลชั้นฎีกา 3,800 บาท จำเลยทั้งสองเสียเกินมา 689 บาท จึงต้องคืนให้แก่จำเลยทั้งสอง พิพากษายืน คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาที่เสียเกินมา 689 บาท ให้แก่จำเลยทั้งสอง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกานอกนั้นให้เป็นพับ (ชัยเจริญ ดุษฎีพร-ธีระพงศ์ จิระภาค-ชูชีพ ปิณฑะสิริ) ศาลจังหวัดสว่างแดนดิน - นายสังกาส เนาวรัตนพันธ์ หาธรรม ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายสมบูรณ์ จิตรพัฒนากุล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.1877/2559 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ1190/2557 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ733/2558 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
604328
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสว่างแดนดิน",
        "judge": "นายสังกาส เนาวรัตนพันธ์ หาธรรม"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 4",
        "judge": "นายสมบูรณ์ จิตรพัฒนากุล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081962710"
    }
}
date
2559
deka_no
7807/2559
deka_running_no
7807
deka_year
2559
department
แผนก
judges
[
    "ชัยเจริญ ดุษฎีพร",
    "ธีระพงศ์ จิระภาค",
    "ชูชีพ ปิณฑะสิริ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 2 (4)",
            "ม. 5 (2)",
            "ม. 44/1"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 148"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 420"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางพรพรรณ โคสิงห์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "สิบเอกณัฐดนัย บัวโค กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าสินไหมทดแทน 288,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การทำนองเดียวกันขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าสินไหมทดแทน 190,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 24 ธันวาคม 2557) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 8,000 บาท

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองเพียงประการเดียวว่า ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำกับคดีส่วนแพ่งในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1384/2557 ของศาลชั้นต้น หรือไม่ เห็นว่า ในคดีก่อนโจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลที่พิจารณาคดีอาญาขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ในฐานะที่โจทก์เป็นผู้เสียหายผู้มีอำนาจจัดการแทนผู้ตายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4), 5 (2) และ 44/1 ซึ่ง ถือเป็นคำฟ้องในคดีส่วนแพ่ง แต่ศาลพิพากษายกคำร้องโดยวินิจฉัยตามข้อเท็จจริงที่พนักงานอัยการโจทก์บรรยายฟ้องคดีส่วนอาญาว่า ผู้ตายมีส่วนกระทำความผิดขับรถโดยประมาทด้วย ผู้ตายจึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย โจทก์เป็นมารดาผู้ตายย่อมไม่มีอำนาจจัดการแทนผู้ตายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 5 (2) จึงไม่มีอำนาจยื่นคำร้อง ซึ่งเป็นการวินิจฉัยเรื่องอำนาจในการจัดการแทนผู้ตายของโจทก์ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย โดยศาลยังไม่ได้วินิจฉัยเนื้อหาแห่งคดีตามประเด็นที่โจทก์ยกขึ้นอ้างอาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาในการฟ้องคดีส่วนแพ่ง สำหรับจำเลยที่ 2 ไม่ได้ถูกฟ้องในคดีก่อน จำเลยที่ 2 จึงไม่ได้เป็นคู่ความเดียวกันกับคดีก่อน การที่โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นคดีนี้จึงไม่ใช่เป็นการรื้อร้องฟ้องกันอีกในประเด็นที่ศาลได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน ฟ้องโจทก์จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 วินิจฉัยว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง ที่จำเลยทั้งสองเสียค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาโดยคำนวณดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นหลังจากวันฟ้องรวมเป็นทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาด้วยนั้นไม่ถูกต้อง เพราะทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาต้องถือตามจำนวนทุนทรัพย์ ที่คำนวณถึงวันฟ้องเท่านั้น ทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาจึงมีเพียง 190,000 บาท จำเลยทั้งสองต้องเสียค่าขึ้นศาลชั้นฎีกา 3,800 บาท จำเลยทั้งสองเสียเกินมา 689 บาท จึงต้องคืนให้แก่จำเลยทั้งสอง

พิพากษายืน คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาที่เสียเกินมา 689 บาท ให้แก่จำเลยทั้งสอง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกานอกนั้นให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ1190/2557
primary_red_case_no
พ733/2558
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000208.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.1877/2559
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2559