คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4215/2559 ฉบับเต็ม

#604330
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4215/2559 นิติบุคคลอาคารชุด บ้านกลางกรุง สยาม - ปทุมวัน กับพวก โจทก์ นายวรวิทย์ อนิวรรตวงศ์ กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง (เดิม) พระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 23 วรรคหนึ่ง ฎีกาของโจทก์ทั้งสองที่ว่า โจทก์ทั้งสองฟ้องว่าการจัดประชุมใหญ่วิสามัญเจ้าของร่วมของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ตกเป็นโมฆะ และจำเลยทั้งห้าดำเนินการจดทะเบียนตามมติที่ประชุมใหญ่อันเป็นโมฆะดังกล่าว โจทก์ทั้งสองไม่จำต้องฟ้องนิติบุคคลอาคารชุดเป็นจำเลยด้วย ฟ้องโจทก์ทั้งสองเป็นฟ้องที่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เป็นฎีกาโต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เฉพาะส่วนที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์ที่ 2 โดยไม่ได้โต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่วินิจฉัยเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์ที่ 1 ว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ถูกต้องอย่างไร ถือว่าฎีกาในส่วนของโจทก์ที่ 1 เป็นฎีกาไม่ชัดแจ้ง ไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง (เดิม) ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ส่วนฎีกาในเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์ที่ 2 นั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายซึ่งศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยไว้ถูกต้องแล้ว ศาลฎีกาจึงไม่รับไว้พิจารณาพิพากษา ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 23 วรรคหนึ่ง ___________________________ โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้มีคำสั่งหรือคำพิพากษาให้การประชุมใหญ่วิสามัญเจ้าของร่วมที่จัดขึ้นในวันที่ 29 มิถุนายน 2557 เป็นโมฆะ ไม่ให้จำเลยที่ 3 ปฏิบัติหน้าที่ผู้จัดการโจทก์ที่ 1 ไม่ให้จำเลยที่ 4 ปฏิบัติหน้าที่กรรมการและประธานกรรมการโจทก์ที่ 1 และไม่ให้จำเลยที่ 5 จดทะเบียนแก้ไขกรรมการและผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดตามรายงานการประชุมดังกล่าว จำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 ให้การขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณา จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์ทั้งสอง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว เห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ จึงให้งดชี้สองสถาน แล้วพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฎีกาของโจทก์ทั้งสองที่ว่า โจทก์ทั้งสองฟ้องว่าการจัดประชุมใหญ่วิสามัญเจ้าของร่วมของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ตกเป็นโมฆะ และจำเลยทั้งห้าดำเนินการจดทะเบียนตามมติที่ประชุมใหญ่อันเป็นโมฆะดังกล่าว โจทก์ทั้งสองไม่จำต้องฟ้องนิติบุคคลอาคารชุดเป็นจำเลยด้วย ฟ้องโจทก์ทั้งสองเป็นฟ้องที่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่า เป็นฎีกาโต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เฉพาะส่วนที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์ที่ 2 โดยไม่ได้โต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่วินิจฉัยเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์ที่ 1 ว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ถูกต้องอย่างไร ถือว่าฎีกาในส่วนของโจทก์ที่ 1 เป็นฎีกาไม่ชัดแจ้ง ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง (เดิม) ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ส่วนฎีกาในเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์ที่ 2 นั้น เห็นว่า เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายซึ่งศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยไว้ถูกต้องแล้ว ศาลฎีกาจึงไม่รับคดีไว้พิจารณาพิพากษา ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 23 วรรคหนึ่ง จึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความศาลฎีกา คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดให้แก่โจทก์ทั้งสอง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกานอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ (วัชรินทร์ สุขเกื้อ-วาสนา หงส์เจริญ-ประสิทธิ์ สนามชวด) ศาลแพ่ง - นายสัณห์พิชญ์ ลิขิตกายแก้ว ศาลอุทธรณ์ - นายไชยยศ วรนันท์ศิริ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.268/2559 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ2834/2557 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ3678/2557 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
604330
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายสัณห์พิชญ์ ลิขิตกายแก้ว"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายไชยยศ วรนันท์ศิริ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081963995"
    }
}
date
2559
deka_no
4215/2559
deka_running_no
4215
deka_year
2559
department
แผนก
judges
[
    "วัชรินทร์ สุขเกื้อ",
    "วาสนา หงส์เจริญ",
    "ประสิทธิ์ สนามชวด"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 249 วรรคหนึ่ง (เดิม)"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระธรรมนูญศาลยุติธรรม",
        "law_abbr": "พระธรรมนูญศาลยุติธรรม",
        "sections": [
            "ม. 23 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "",
        "name": "นิติบุคคลอาคารชุด"
    },
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บ้านกลางกรุง สยาม - ปทุมวัน กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายวรวิทย์ อนิวรรตวงศ์ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้มีคำสั่งหรือคำพิพากษาให้การประชุมใหญ่วิสามัญเจ้าของร่วมที่จัดขึ้นในวันที่ 29 มิถุนายน 2557 เป็นโมฆะ ไม่ให้จำเลยที่ 3 ปฏิบัติหน้าที่ผู้จัดการโจทก์ที่ 1 ไม่ให้จำเลยที่ 4 ปฏิบัติหน้าที่กรรมการและประธานกรรมการโจทก์ที่ 1 และไม่ให้จำเลยที่ 5 จดทะเบียนแก้ไขกรรมการและผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดตามรายงานการประชุมดังกล่าว

จำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 ให้การขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณา จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์ทั้งสอง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว เห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ จึงให้งดชี้สองสถาน แล้วพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฎีกาของโจทก์ทั้งสองที่ว่า โจทก์ทั้งสองฟ้องว่าการจัดประชุมใหญ่วิสามัญเจ้าของร่วมของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ตกเป็นโมฆะ และจำเลยทั้งห้าดำเนินการจดทะเบียนตามมติที่ประชุมใหญ่อันเป็นโมฆะดังกล่าว โจทก์ทั้งสองไม่จำต้องฟ้องนิติบุคคลอาคารชุดเป็นจำเลยด้วย ฟ้องโจทก์ทั้งสองเป็นฟ้องที่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่า เป็นฎีกาโต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เฉพาะส่วนที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์ที่ 2 โดยไม่ได้โต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่วินิจฉัยเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์ที่ 1 ว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ถูกต้องอย่างไร ถือว่าฎีกาในส่วนของโจทก์ที่ 1 เป็นฎีกาไม่ชัดแจ้ง ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง (เดิม) ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ส่วนฎีกาในเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์ที่ 2 นั้น เห็นว่า เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายซึ่งศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยไว้ถูกต้องแล้ว ศาลฎีกาจึงไม่รับคดีไว้พิจารณาพิพากษา ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 23 วรรคหนึ่ง

จึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความศาลฎีกา คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดให้แก่โจทก์ทั้งสอง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกานอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ2834/2557
primary_red_case_no
พ3678/2557
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000219.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.268/2559
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2559