คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8286/2559 ฉบับเต็ม

#604354
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8286/2559 พนักงานอัยการจังหวัดวิเชียรบุรี โจทก์ นายสุรศักดิ์ จันทร์เกตุ กับพวก จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 176, มาตรา 193, มาตรา 216 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 เข้ามาใหม่ โดยให้จำหน่ายคดีชั่วคราวเฉพาะจำเลยที่ 2 และจำหน่ายคดีเด็ดขาดเมื่อโจทก์ฟ้องหรือไม่ฟ้องภายในเวลาที่ศาลกำหนด จึงไม่มีคดีของจำเลยที่ 2 ในระหว่างพิจารณาที่จำเลยที่ 2 จะอุทธรณ์คำสั่งขอให้รวมการพิจารณาคดี คำสั่งขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ หรือคำพิพากษาของศาลชั้นต้นได้ จำเลยที่ 2 จึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งและคำพิพากษาดังกล่าว การที่ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 และศาลอุทธรณ์ภาค 6 วินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 จึงเป็นการไม่ชอบ และไม่ก่อสิทธิให้แก่จำเลยที่ 2 ที่จะฎีกา ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300, 390 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43, 157, 160 ตรี และพักใช้ใบอนุญาตขับรถของจำเลยที่ 1 มีกำหนดไม่น้อยกว่าหกเดือนหรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถของจำเลยที่ 1 ระหว่างพิจารณา จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้รวมการพิจารณาคดีนี้เข้ากับคดีอาญาหมายเลขดำที่ 205/2559 ของศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นยกคำร้อง จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ ส่วนจำเลยที่ 2 แถลงว่า ประสงค์จะต่อสู้คดี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 เข้ามาใหม่ภายในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559 โดยให้จำหน่ายคดีชั่วคราวเฉพาะจำเลยที่ 2 และจำหน่ายคดีเด็ดขาดเมื่อโจทก์ฟ้องหรือไม่ฟ้องภายในเวลาที่ศาลกำหนด ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (2), 160 ตรี (ที่ถูก มาตรา 160 ตรี วรรคหนึ่ง) จำคุก 2 เดือน และปรับ 12,000 บาท จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพเพราะจำนนต่อหลักฐาน จึงไม่ลดโทษให้ ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 พักใช้ใบอนุญาตขับรถของจำเลยที่ 1 มีกำหนด 6 เดือน ระหว่างอุทธรณ์ จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นยกคำร้อง จำเลยที่ 2 อุทธรณ์คำสั่งขอให้รวมการพิจารณาคดีและคำสั่งขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์กับคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้โจทก์ได้ฟ้องจำเลยที่ 2 เป็นจำเลยด้วย แต่เมื่อจำเลยที่ 2 แถลงว่าประสงค์จะต่อสู้คดี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 เข้ามาใหม่ โดยให้จำหน่ายคดีชั่วคราวเฉพาะจำเลยที่ 2 และจำหน่ายคดีเด็ดขาดเมื่อโจทก์ฟ้องหรือไม่ฟ้องภายในเวลาที่ศาลกำหนด จึงไม่มีคดีของจำเลยที่ 2 ในระหว่างพิจารณาที่จำเลยที่ 2 จะอุทธรณ์คำสั่งขอให้รวมการพิจารณาคดี คำสั่งขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ หรือคำพิพากษาของศาลชั้นต้นได้ จำเลยที่ 2 จึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งและคำพิพากษาดังกล่าว การที่ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 และศาลอุทธรณ์ภาค 6 วินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 จึงเป็นการไม่ชอบ และไม่ก่อสิทธิให้แก่จำเลยที่ 2 ที่จะฎีกา ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 กับยกอุทธรณ์และฎีกาของจำเลยที่ 2 (เทพ อิงคสิทธิ์-นิพนธ์ ใจสำราญ-ไมตรี สุเทพากุล) ศาลจังหวัดวิเชียรบุรี - นายนพรัตน์ เนียมคล้าย ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายศรศักดิ์ กุลจิตติบวร แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.2897/2559 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ242/2559 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ232/2559 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
604354
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดวิเชียรบุรี",
        "judge": "นายนพรัตน์ เนียมคล้าย"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 6",
        "judge": "นายศรศักดิ์ กุลจิตติบวร"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081962600"
    }
}
date
2559
deka_no
8286/2559
deka_running_no
8286
deka_year
2559
department
แผนก
judges
[
    "เทพ อิงคสิทธิ์",
    "นิพนธ์ ใจสำราญ",
    "ไมตรี สุเทพากุล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 176",
            "ม. 193",
            "ม. 216"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดวิเชียรบุรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสุรศักดิ์ จันทร์เกตุ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300, 390 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43, 157, 160 ตรี และพักใช้ใบอนุญาตขับรถของจำเลยที่ 1 มีกำหนดไม่น้อยกว่าหกเดือนหรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถของจำเลยที่ 1

ระหว่างพิจารณา จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้รวมการพิจารณาคดีนี้เข้ากับคดีอาญาหมายเลขดำที่ 205/2559 ของศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นยกคำร้อง

จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ ส่วนจำเลยที่ 2 แถลงว่า ประสงค์จะต่อสู้คดี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 เข้ามาใหม่ภายในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559 โดยให้จำหน่ายคดีชั่วคราวเฉพาะจำเลยที่ 2 และจำหน่ายคดีเด็ดขาดเมื่อโจทก์ฟ้องหรือไม่ฟ้องภายในเวลาที่ศาลกำหนด

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (2), 160 ตรี (ที่ถูก มาตรา 160 ตรี วรรคหนึ่ง) จำคุก 2 เดือน และปรับ 12,000 บาท จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพเพราะจำนนต่อหลักฐาน จึงไม่ลดโทษให้ ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 พักใช้ใบอนุญาตขับรถของจำเลยที่ 1 มีกำหนด 6 เดือน

ระหว่างอุทธรณ์ จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นยกคำร้อง

จำเลยที่ 2 อุทธรณ์คำสั่งขอให้รวมการพิจารณาคดีและคำสั่งขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์กับคำพิพากษา

ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน

จำเลยที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้โจทก์ได้ฟ้องจำเลยที่ 2 เป็นจำเลยด้วย แต่เมื่อจำเลยที่ 2 แถลงว่าประสงค์จะต่อสู้คดี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 เข้ามาใหม่ โดยให้จำหน่ายคดีชั่วคราวเฉพาะจำเลยที่ 2 และจำหน่ายคดีเด็ดขาดเมื่อโจทก์ฟ้องหรือไม่ฟ้องภายในเวลาที่ศาลกำหนด จึงไม่มีคดีของจำเลยที่ 2 ในระหว่างพิจารณาที่จำเลยที่ 2 จะอุทธรณ์คำสั่งขอให้รวมการพิจารณาคดี คำสั่งขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ หรือคำพิพากษาของศาลชั้นต้นได้ จำเลยที่ 2 จึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งและคำพิพากษาดังกล่าว การที่ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 และศาลอุทธรณ์ภาค 6 วินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 จึงเป็นการไม่ชอบ และไม่ก่อสิทธิให้แก่จำเลยที่ 2 ที่จะฎีกา ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 กับยกอุทธรณ์และฎีกาของจำเลยที่ 2
opensearch_id
primary_black_case_no
อ242/2559
primary_red_case_no
อ232/2559
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000207.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.2897/2559
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2559