คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6905/2559 ฉบับเต็ม

#604355
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6905/2559 บริษัท อัคราไมนิ่ง จำกัด โจทก์ นายกิติพงษ์ คงสวัสดิ์ จำเลย ป.อ. มาตรา 157 ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4) ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการอนุญาตตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2543 มาตรา การที่โจทก์จะได้รับการอนุญาตหรือไม่ต้องเป็นไปตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการอนุญาตตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2543 แต่การที่จำเลยหน่วงเหนี่ยวไม่ปิดประกาศแบบ ท.ด.25 ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการเปิดเผยต่อสาธารณะให้ทราบทั่วกัน โดยเฉพาะราษฎรในพื้นที่ให้ทราบว่ามีผู้ขอใช้ทางสาธารณประโยชน์ หากราษฎรผู้ใดมีส่วนได้เสีย ก็สามารถคัดค้านหรือแสดงความคิดเห็นได้นั้น ย่อมเป็นเหตุให้นายอำเภอทับคล้อไม่สามารถรายงานความเห็นเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร เพื่อพิจารณาตามคำขออนุญาตของโจทก์ได้ตามขั้นตอนและตามกำหนดเวลา ก่อให้เกิดความเสียหายต่อโจทก์ผู้ยื่นคำขอที่ต้องได้รับผลกระทบต่อการดำเนินกิจการในความล่าช้าอันเกิดจากการกระทำของจำเลยที่จงใจขัดขวางการขออนุญาตใช้ทางสาธารณประโยชน์เพื่อสร้างบ่อเก็บกากแร่แห่งที่ 2 ให้เกิดอุปสรรคและความล่าช้าในการดำเนินการ โจทก์เป็นผู้ซึ่งได้รับความเสียหายโดยตรงจากการกระทำของจำเลย จึงเป็นผู้เสียหายมีอำนาจฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งการกระทำของจำเลยที่จงใจเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของนายอำเภอ เป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตาม ป.อ. มาตรา 157 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และ 157 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา โดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่โจทก์และจำเลยไม่โต้แย้งกันในชั้นฎีการับฟังได้ว่า จำเลยเป็นกำนันตำบลเขาเจ็ดลูก อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร เป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พุทธศักราช 2457 โจทก์ยื่นคำขออนุญาตใช้ทางสาธารณประโยชน์เพื่อสร้างบ่อเก็บกากแร่แห่งที่ 2 ในท้องที่ตำบลเขาเจ็ดลูกต่อนายอำเภอทับคล้อ ซึ่งเป็นการขออนุญาตประกอบกิจการในที่ดินของรัฐ ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9 นายอำเภอทับคล้อมอบหมายให้จำเลยปิดประกาศการขออนุญาตประกอบกิจการในที่ดินของรัฐของโจทก์หรือแบบ ท.ด.25 ไว้ในที่เปิดเผย ณ ที่ทำการกำนันและบริเวณที่ดินที่ขออนุญาตแห่งละหนึ่งฉบับ ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการอนุญาตตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2543 จำเลยได้รับประกาศนั้นแล้ว แต่มิได้นำไปปิดไว้ตามคำสั่งของนายอำเภอทับคล้อ นายอำเภอทับคล้อจึงมีหนังสือสอบถามรวมทั้งให้จำเลยชี้แจงเหตุผล จำเลยไม่ได้ชี้แจง ต่อมานายอำเภอทับคล้อออกประกาศฉบับใหม่ส่งให้จำเลยนำไปปิดประกาศอีกครั้ง จำเลยได้รับประกาศดังกล่าวแล้ว แต่ไม่นำไปปิดไว้ในที่ดังกล่าวตามคำสั่งนายอำเภอทับคล้อ จากนั้นนายอำเภอทับคล้อมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการไปดำเนินการปิดประกาศดังกล่าวแทนและสอบสวนลงโทษวินัยแก่จำเลย คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์เป็นผู้เสียหายมีอำนาจฟ้องหรือไม่ และการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 หรือไม่ เมื่อพิจารณาระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการอนุญาต ตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2543 ข้อ 17 วรรคหนึ่ง ซึ่งกำหนดว่า "เมื่อได้มีการชันสูตรสอบสวนแล้ว ให้นายอำเภอหรือปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอ หรือเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด หรือเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขา ประกาศการขออนุญาตประกอบกิจการในที่ดินของรัฐให้ทราบมีกำหนดสามสิบวันตามแบบ ท.ด.25 ประกาศนั้นให้ปิดไว้ในที่เปิดเผย ณ สำนักงานที่ดินจังหวัด หรือสำนักงานที่ดินจังหวัดสาขา ที่ว่าการอำเภอหรือกิ่งอำเภอ ที่ทำการกำนัน ที่ทำการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และบริเวณที่ดินที่ขออนุญาตแห่งละหนึ่งฉบับ" และวรรคสอง กำหนดว่า "เมื่อดำเนินการตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้ส่งเรื่องพร้อมรายงานและชี้แจงเหตุผลว่าสมควรจะอนุญาตหรือไม่ หรือสมควรจะอนุญาตภายในเขตกว้างยาวและเนื้อที่เท่าใด เนื่องจากเหตุผลประการใด เสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดภายในเจ็ดวันทำการ เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป" ปรากฏว่าหลังจากที่โจทก์ยื่นคำขออนุญาตประกอบกิจการในที่ดินของรัฐ ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9 และมีการชันสูตรสอบสวนที่ดินที่ขออนุญาตเสนอให้นายอำเภอทับคล้อประกาศตามแบบ ท.ด.25 โดยปิดไว้ที่ที่ว่าการอำเภอทับคล้อ และมีคำสั่งลงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2555 ให้จำเลยซึ่งเป็นกำนันตำบลเขาเจ็ดลูกปิดประกาศไว้ที่ทำการกำนันและบริเวณที่ดินที่ขออนุญาตเพื่อให้ประชาชนทราบทั่วกัน แต่จำเลยฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าวโดยมิได้ชี้แจงเหตุผล ทั้ง ๆ ที่นายอำเภอทับคล้อมีหนังสือทวงถามจำเลยที่เพิกเฉยไม่ปิดประกาศแบบ ท.ด.25 ตามคำสั่งถึง 3 ครั้ง โดยกำหนดให้จำเลยชี้แจงเหตุผลเป็นลายลักษณ์อักษร แต่จำเลยก็ยังเพิกเฉยไม่ชี้แจงเหตุผลแห่งการเพิกเฉยที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งให้ทราบแต่อย่างใด แม้ต่อมาจำเลยให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการสอบสวนวินัยตามรายงานการสอบสวนว่า สาเหตุที่ไม่ปิดประกาศแบบ ท.ด.25 เนื่องจากมีราษฎรจำนวนหนึ่งยื่นฟ้องต่อศาลปกครองพิษณุโลกว่า โจทก์ขัดขวางไม่ให้ราษฎรใช้เส้นทางและมีการขอออกโฉนดที่ดินทับเส้นทาง คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล จึงเกรงว่าหากปิดประกาศจะเป็นการละเมิดอำนาจศาล และสารประกอบจากแร่และน้ำเสียจะก่อให้เกิดมลภาวะและอันตรายต่อราษฎรในพื้นที่ และในชั้นพิจารณาจำเลยนำสืบว่า เหตุที่ไม่ปิดประกาศแบบ ท.ด.25 เนื่องจากราษฎรมาร้องคัดค้าน และจำเลยเข้าใจว่าการปิดประกาศเป็นหน้าที่ของนายอำเภอ หากจำเลยไม่ปิดประกาศ นายอำเภอสามารถปิดประกาศได้ จำเลยไม่ได้มีเจตนากลั่นแกล้งโจทก์ เห็นว่า วัตถุประสงค์ของการปิดประกาศแบบ ท.ด.25 เพื่อต้องการเปิดเผยต่อสาธารณะให้ทราบทั่วกัน โดยเฉพาะราษฎรในพื้นที่ให้ทราบว่ามีผู้ขออนุญาตใช้ทางสาธารณประโยชน์ หากราษฎรผู้ใดมีส่วนได้เสีย ก็สามารถคัดค้านหรือแสดงความคิดเห็นได้ ดังนั้น หากมีข้อเท็จจริงตามข้ออ้างของจำเลย จำเลยยิ่งสมควรปิดประกาศแบบ ท.ด.25 ทันทีที่ได้รับคำสั่ง เพื่อให้ราษฎรในพื้นที่รับรู้และดำเนินการคัดค้านหรือแสดงความคิดเห็นตามขั้นตอนเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาตตามคำขอของโจทก์ จำเลยจะอ้างว่าเข้าใจว่าเป็นหน้าที่ของนายอำเภอนั้นฟังไม่ขึ้น หรือมิฉะนั้นจำเลยก็ควรชี้แจงเหตุขัดข้องต่อนายอำเภอทับคล้อเพื่อจะให้พิจารณาแก้ไขข้อขัดข้องต่อไปตามลำดับชั้น การที่จำเลยเพิกเฉยโดยไม่ชี้แจงเหตุผลใด ๆ พยานหลักฐานของโจทก์จึงมีน้ำหนักและเหตุผลให้รับฟังได้ว่า จำเลยจงใจขัดขืนหรือหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของนายอำเภอทับคล้อที่ให้ปิดประกาศแบบ ท.ด.25 ตามคำขออนุญาตใช้ทางสาธารณประโยชน์เพื่อสร้างบ่อเก็บกากแร่แห่งที่ 2 ของโจทก์ แม้ว่าการที่โจทก์จะได้รับอนุญาตหรือไม่ได้รับอนุญาตตามคำขอต้องเป็นไปตามข้อกำหนดหรือเงื่อนไขที่กำหนดไว้ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการอนุญาตตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2543 โดยพิจารณาคุณสมบัติของโจทก์ผู้ขอ ที่ตั้ง สภาพและลักษณะของที่ดินที่ขอ รวมทั้งผลกระทบที่จะเกิดแก่สภาพแวดล้อมโดยรอบและข้อคัดค้านอื่นอีกหลายประการก็ตาม แต่การที่จำเลยหน่วงเหนี่ยวไม่ปิดประกาศแบบ ท.ด.25 ย่อมเป็นเหตุให้นายอำเภอทับคล้อไม่สามารถรายงานความเห็นเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร เพื่อพิจารณาตามคำขออนุญาตของโจทก์ได้ตามขั้นตอนและตามกำหนดเวลา ก่อให้เกิดความเสียหายต่อโจทก์ผู้ยื่นคำขอที่ต้องได้รับผลกระทบต่อการดำเนินกิจการในความล่าช้าอันเกิดจากการกระทำของจำเลยที่จงใจขัดขวางการขออนุญาตใช้ทางสาธารณประโยชน์เพื่อสร้างบ่อเก็บกากแร่แห่งที่ 2 ให้เกิดอุปสรรคและความล่าช้าในการดำเนินการ โจทก์เป็นผู้ซึ่งได้รับความเสียหายโดยตรงจากการกระทำดังกล่าวของจำเลย จึงเป็นผู้เสียหายซึ่งมีอำนาจฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ทั้งการกระทำของจำเลยที่จงใจเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของนายอำเภอดังกล่าว ทำให้ขั้นตอนตามระบบราชการเป็นไปด้วยความล่าช้านานกว่าปกติถึง 8 เดือนเศษ การทำงานต้องสะดุดหยุดลงไม่สามารถดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดต่อไปได้ นายอำเภอทับคล้อไม่สามารถทำรายงานความเห็นเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตรตามระยะเวลาและขั้นตอนตามกฎหมายได้ ทำให้ประชาชนขาดความเชื่อถือต่อระบบราชการและหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง การกระทำของจำเลยจึงเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ดังที่โจทก์ฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 จำคุก 1 ปี (ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์-ชัยยุทธ ศรีจำนงค์-วีระวัฒน์ ปวราจารย์) ศาลจังหวัดพิจิตร - นายกฤตย หงษ์สัมฤทธิ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายสมชาย กิจนพศรี แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.3212/2558 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ1307/2556 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ2652/2557 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
604355
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดพิจิตร",
        "judge": "นายกฤตย หงษ์สัมฤทธิ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 6",
        "judge": "นายสมชาย กิจนพศรี"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081962946"
    }
}
date
2559
deka_no
6905/2559
deka_running_no
6905
deka_year
2559
department
แผนก
judges
[
    "ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์",
    "ชัยยุทธ ศรีจำนงค์",
    "วีระวัฒน์ ปวราจารย์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 157"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 2 (4)"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการอนุญาตตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2543",
        "law_abbr": "ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการอนุญาตตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2543",
        "sections": []
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัท อัคราไมนิ่ง จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายกิติพงษ์ คงสวัสดิ์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และ 157

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา โดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่โจทก์และจำเลยไม่โต้แย้งกันในชั้นฎีการับฟังได้ว่า จำเลยเป็นกำนันตำบลเขาเจ็ดลูก อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร เป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พุทธศักราช 2457 โจทก์ยื่นคำขออนุญาตใช้ทางสาธารณประโยชน์เพื่อสร้างบ่อเก็บกากแร่แห่งที่ 2 ในท้องที่ตำบลเขาเจ็ดลูกต่อนายอำเภอทับคล้อ ซึ่งเป็นการขออนุญาตประกอบกิจการในที่ดินของรัฐ ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9 นายอำเภอทับคล้อมอบหมายให้จำเลยปิดประกาศการขออนุญาตประกอบกิจการในที่ดินของรัฐของโจทก์หรือแบบ ท.ด.25 ไว้ในที่เปิดเผย ณ ที่ทำการกำนันและบริเวณที่ดินที่ขออนุญาตแห่งละหนึ่งฉบับ ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการอนุญาตตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2543 จำเลยได้รับประกาศนั้นแล้ว แต่มิได้นำไปปิดไว้ตามคำสั่งของนายอำเภอทับคล้อ นายอำเภอทับคล้อจึงมีหนังสือสอบถามรวมทั้งให้จำเลยชี้แจงเหตุผล จำเลยไม่ได้ชี้แจง ต่อมานายอำเภอทับคล้อออกประกาศฉบับใหม่ส่งให้จำเลยนำไปปิดประกาศอีกครั้ง จำเลยได้รับประกาศดังกล่าวแล้ว แต่ไม่นำไปปิดไว้ในที่ดังกล่าวตามคำสั่งนายอำเภอทับคล้อ จากนั้นนายอำเภอทับคล้อมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการไปดำเนินการปิดประกาศดังกล่าวแทนและสอบสวนลงโทษวินัยแก่จำเลย

คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์เป็นผู้เสียหายมีอำนาจฟ้องหรือไม่ และการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 หรือไม่ เมื่อพิจารณาระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการอนุญาต ตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2543 ข้อ 17 วรรคหนึ่ง ซึ่งกำหนดว่า "เมื่อได้มีการชันสูตรสอบสวนแล้ว ให้นายอำเภอหรือปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอ หรือเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด หรือเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขา ประกาศการขออนุญาตประกอบกิจการในที่ดินของรัฐให้ทราบมีกำหนดสามสิบวันตามแบบ ท.ด.25 ประกาศนั้นให้ปิดไว้ในที่เปิดเผย ณ สำนักงานที่ดินจังหวัด หรือสำนักงานที่ดินจังหวัดสาขา ที่ว่าการอำเภอหรือกิ่งอำเภอ ที่ทำการกำนัน ที่ทำการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และบริเวณที่ดินที่ขออนุญาตแห่งละหนึ่งฉบับ" และวรรคสอง กำหนดว่า "เมื่อดำเนินการตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้ส่งเรื่องพร้อมรายงานและชี้แจงเหตุผลว่าสมควรจะอนุญาตหรือไม่ หรือสมควรจะอนุญาตภายในเขตกว้างยาวและเนื้อที่เท่าใด เนื่องจากเหตุผลประการใด เสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดภายในเจ็ดวันทำการ เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป" ปรากฏว่าหลังจากที่โจทก์ยื่นคำขออนุญาตประกอบกิจการในที่ดินของรัฐ ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9 และมีการชันสูตรสอบสวนที่ดินที่ขออนุญาตเสนอให้นายอำเภอทับคล้อประกาศตามแบบ ท.ด.25 โดยปิดไว้ที่ที่ว่าการอำเภอทับคล้อ และมีคำสั่งลงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2555 ให้จำเลยซึ่งเป็นกำนันตำบลเขาเจ็ดลูกปิดประกาศไว้ที่ทำการกำนันและบริเวณที่ดินที่ขออนุญาตเพื่อให้ประชาชนทราบทั่วกัน แต่จำเลยฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าวโดยมิได้ชี้แจงเหตุผล ทั้ง ๆ ที่นายอำเภอทับคล้อมีหนังสือทวงถามจำเลยที่เพิกเฉยไม่ปิดประกาศแบบ ท.ด.25 ตามคำสั่งถึง 3 ครั้ง โดยกำหนดให้จำเลยชี้แจงเหตุผลเป็นลายลักษณ์อักษร แต่จำเลยก็ยังเพิกเฉยไม่ชี้แจงเหตุผลแห่งการเพิกเฉยที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งให้ทราบแต่อย่างใด แม้ต่อมาจำเลยให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการสอบสวนวินัยตามรายงานการสอบสวนว่า สาเหตุที่ไม่ปิดประกาศแบบ ท.ด.25 เนื่องจากมีราษฎรจำนวนหนึ่งยื่นฟ้องต่อศาลปกครองพิษณุโลกว่า โจทก์ขัดขวางไม่ให้ราษฎรใช้เส้นทางและมีการขอออกโฉนดที่ดินทับเส้นทาง คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล จึงเกรงว่าหากปิดประกาศจะเป็นการละเมิดอำนาจศาล และสารประกอบจากแร่และน้ำเสียจะก่อให้เกิดมลภาวะและอันตรายต่อราษฎรในพื้นที่ และในชั้นพิจารณาจำเลยนำสืบว่า เหตุที่ไม่ปิดประกาศแบบ ท.ด.25 เนื่องจากราษฎรมาร้องคัดค้าน และจำเลยเข้าใจว่าการปิดประกาศเป็นหน้าที่ของนายอำเภอ หากจำเลยไม่ปิดประกาศ นายอำเภอสามารถปิดประกาศได้ จำเลยไม่ได้มีเจตนากลั่นแกล้งโจทก์ เห็นว่า วัตถุประสงค์ของการปิดประกาศแบบ ท.ด.25 เพื่อต้องการเปิดเผยต่อสาธารณะให้ทราบทั่วกัน โดยเฉพาะราษฎรในพื้นที่ให้ทราบว่ามีผู้ขออนุญาตใช้ทางสาธารณประโยชน์ หากราษฎรผู้ใดมีส่วนได้เสีย ก็สามารถคัดค้านหรือแสดงความคิดเห็นได้ ดังนั้น หากมีข้อเท็จจริงตามข้ออ้างของจำเลย จำเลยยิ่งสมควรปิดประกาศแบบ ท.ด.25 ทันทีที่ได้รับคำสั่ง เพื่อให้ราษฎรในพื้นที่รับรู้และดำเนินการคัดค้านหรือแสดงความคิดเห็นตามขั้นตอนเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาตตามคำขอของโจทก์ จำเลยจะอ้างว่าเข้าใจว่าเป็นหน้าที่ของนายอำเภอนั้นฟังไม่ขึ้น หรือมิฉะนั้นจำเลยก็ควรชี้แจงเหตุขัดข้องต่อนายอำเภอทับคล้อเพื่อจะให้พิจารณาแก้ไขข้อขัดข้องต่อไปตามลำดับชั้น การที่จำเลยเพิกเฉยโดยไม่ชี้แจงเหตุผลใด ๆ พยานหลักฐานของโจทก์จึงมีน้ำหนักและเหตุผลให้รับฟังได้ว่า จำเลยจงใจขัดขืนหรือหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของนายอำเภอทับคล้อที่ให้ปิดประกาศแบบ ท.ด.25 ตามคำขออนุญาตใช้ทางสาธารณประโยชน์เพื่อสร้างบ่อเก็บกากแร่แห่งที่ 2 ของโจทก์ แม้ว่าการที่โจทก์จะได้รับอนุญาตหรือไม่ได้รับอนุญาตตามคำขอต้องเป็นไปตามข้อกำหนดหรือเงื่อนไขที่กำหนดไว้ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการอนุญาตตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2543 โดยพิจารณาคุณสมบัติของโจทก์ผู้ขอ ที่ตั้ง สภาพและลักษณะของที่ดินที่ขอ รวมทั้งผลกระทบที่จะเกิดแก่สภาพแวดล้อมโดยรอบและข้อคัดค้านอื่นอีกหลายประการก็ตาม แต่การที่จำเลยหน่วงเหนี่ยวไม่ปิดประกาศแบบ ท.ด.25 ย่อมเป็นเหตุให้นายอำเภอทับคล้อไม่สามารถรายงานความเห็นเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร เพื่อพิจารณาตามคำขออนุญาตของโจทก์ได้ตามขั้นตอนและตามกำหนดเวลา ก่อให้เกิดความเสียหายต่อโจทก์ผู้ยื่นคำขอที่ต้องได้รับผลกระทบต่อการดำเนินกิจการในความล่าช้าอันเกิดจากการกระทำของจำเลยที่จงใจขัดขวางการขออนุญาตใช้ทางสาธารณประโยชน์เพื่อสร้างบ่อเก็บกากแร่แห่งที่ 2 ให้เกิดอุปสรรคและความล่าช้าในการดำเนินการ โจทก์เป็นผู้ซึ่งได้รับความเสียหายโดยตรงจากการกระทำดังกล่าวของจำเลย จึงเป็นผู้เสียหายซึ่งมีอำนาจฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ทั้งการกระทำของจำเลยที่จงใจเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของนายอำเภอดังกล่าว ทำให้ขั้นตอนตามระบบราชการเป็นไปด้วยความล่าช้านานกว่าปกติถึง 8 เดือนเศษ การทำงานต้องสะดุดหยุดลงไม่สามารถดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดต่อไปได้ นายอำเภอทับคล้อไม่สามารถทำรายงานความเห็นเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตรตามระยะเวลาและขั้นตอนตามกฎหมายได้ ทำให้ประชาชนขาดความเชื่อถือต่อระบบราชการและหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง การกระทำของจำเลยจึงเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ดังที่โจทก์ฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 จำคุก 1 ปี
opensearch_id
primary_black_case_no
อ1307/2556
primary_red_case_no
อ2652/2557
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000210.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.3212/2558
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2559