คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8054/2559 ฉบับเต็ม

#604477
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8054/2559 บริษัทวีอาร์ไพล์ จำกัด โจทก์ นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ลัดดารมย์ วัชรพล เฟส 2 จำเลย พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543 มาตรา 44, มาตรา 48, มาตรา 49 เมื่อนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรจัดตั้งขึ้นแล้ว ย่อมมีอำนาจหน้าที่จัดการและบำรุงรักษาสาธารณูปโภคได้ และมีอำนาจหน้าที่เรียกเก็บเงินค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภคจากสมาชิก จำเลยซึ่งเป็นนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรจัดการและบำรุงรักษาสาธารณูปโภค จึงมีอำนาจหน้าที่เรียกเก็บค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภคจากสมาชิกของจำเลย โจทก์ซึ่งเป็นผู้ซื้อที่ดินจัดสรรและเป็นสมาชิกของจำเลย มีหน้าที่ต้องออกค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภคสำหรับที่ดินที่ตนซื้อแก่จำเลย ตามความในมาตรา 49 แห่ง พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543 ส่วนการที่ผู้จัดสรรที่ดินยังไม่จดทะเบียนโอนที่ดินและทรัพย์สินอื่นอันเป็นสาธารณูปโภคแก่จำเลยนั้น เป็นคนละกรณีที่โจทก์ไม่อาจยกขึ้นเป็นข้ออ้างเพื่อปฏิเสธหน้าที่ต้องชำระค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภคแก่จำเลย ___________________________ โจทก์ฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 42,180.15 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติในเบื้องต้นได้ว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จำเลยเป็นนิติบุคคลประเภทหมู่บ้านจัดสรร ใช้ชื่อว่า นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ลัดดารมย์ วัชรพล เฟส 2 โจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 208765 ตำบลท่าแร้ง อำเภอบางเขน กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้าง เลขที่ 48/15 หมู่ที่ 2 ถนนสุขาภิบาล 5 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่ในโครงการหมู่บ้านจัดสรร ลัดดารมย์ วัชรพล เฟส 2 โดยซื้อมาจากบริษัทควอลิตี้เฮาส์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้จัดสรรที่ดิน เดิมโจทก์ชำระค่าบริการสาธารณะ (ค่าส่วนกลาง) แก่ผู้จัดสรรที่ดิน ในอัตราตารางวาละ 18 บาท จำเลยจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ที่สำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขาบางเขน เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2554 โจทก์เป็นสมาชิกของจำเลยโดยผลของกฎหมาย มติที่ประชุมใหญ่ของสมาชิกจำเลยกำหนดให้เรียกเก็บค่าส่วนกลางในอัตราตารางวาละ 25 บาท โจทก์ชำระค่าสาธารณูปโภคให้แก่จำเลย 42,180.15 บาท เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2555 ตามสำเนาใบเสร็จรับเงิน จำเลยยังไม่ได้รับโอนที่ดินและทรัพย์สินอื่นอันเป็นสาธารณูปโภคจากผู้จัดสรรที่ดินเนื่องจากมีข้อขัดแย้งกัน คดีมีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า จำเลยต้องคืนเงินค่าบำรุงรักษาสาธารณูปโภคตามฟ้องแก่โจทก์หรือไม่ เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543 เดิมก่อนมีการแก้ไข มาตรา 44 วรรคหนึ่ง บัญญัติความว่า ผู้จัดสรรที่ดินจะพ้นจากหน้าที่บำรุงรักษาสาธารณูปโภค ตามมาตรา 43 เมื่อได้ดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด ภายหลังครบกำหนดระยะที่ผู้จัดสรรที่ดินรับผิดชอบการบำรุงรักษาสาธารณูปโภคตามมาตรา 23 (5) แล้วตามลำดับ ดังต่อไปนี้ (1) ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรตามพระราชบัญญัตินี้ หรือนิติบุคคลตามกฎหมายอื่นเพื่อรับโอนทรัพย์สินดังกล่าวไปจัดการและดูแลบำรุงรักษา ภายในเวลาที่ผู้จัดสรรที่ดินกำหนดซึ่งต้องไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากผู้จัดสรรที่ดิน (2) ... มาตรา 48 บัญญัติความว่า เพื่อประโยชน์ของผู้ซื้อที่ดินจัดสรร ให้นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (3) เรียกเก็บเงินค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภคในส่วนที่นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรมีหน้าที่บำรุงรักษาจากสมาชิก และมาตรา 49 วรรคสี่ บัญญัติความว่า ให้เริ่มเก็บค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภคเมื่อเริ่มจัดตั้งนิติบุคคลตามมาตรา 44 (1) ... ตามบทบัญญัติดังกล่าว เมื่อนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรจัดตั้งขึ้นแล้ว ย่อมมีอำนาจหน้าที่จัดการและบำรุงรักษาสาธารณูปโภคได้ และมีอำนาจหน้าที่เรียกเก็บเงินค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภคจากสมาชิก จำเลยซึ่งเป็นนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรจัดการและบำรุงรักษาสาธารณูปโภค จึงมีอำนาจหน้าที่เรียกเก็บค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภคจากสมาชิกของจำเลย โจทก์ซึ่งเป็นผู้ซื้อที่ดินจัดสรรและเป็นสมาชิกของจำเลย มีหน้าที่ต้องออกค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภคสำหรับที่ดินที่ตนซื้อแก่จำเลย ตามความในมาตรา 49 ส่วนการที่ผู้จัดสรรที่ดินยังไม่จดทะเบียนโอนที่ดินและทรัพย์สินอื่นอันเป็นสาธารณูปโภคแก่จำเลยนั้น เป็นคนละกรณีที่โจทก์ไม่อาจยกขึ้นเป็นข้ออ้างเพื่อปฏิเสธหน้าที่ต้องชำระค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภคแก่จำเลย ดังนี้ เงินค่าสาธารณูปโภคที่จำเลยได้รับจากโจทก์จึงไม่ใช่กรณีที่จำเลยได้รับมาโดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายได้ ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ (ถมรัตน์ เลิศไพรวัน-สมจิตร์ ทองศรี-ธนาพนธ์ ชวรุ่ง) ศาลจังหวัดมีนบุรี - นายกิตติ บุญธรรม แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.1744/2559 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น ม858/2557 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น ม402/2558 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
604477
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดมีนบุรี",
        "judge": "นายกิตติ บุญธรรม"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081962702"
    }
}
date
2559
deka_no
8054/2559
deka_running_no
8054
deka_year
2559
department
แผนก
judges
[
    "ถมรัตน์ เลิศไพรวัน",
    "สมจิตร์ ทองศรี",
    "ธนาพนธ์ ชวรุ่ง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543",
        "sections": [
            "ม. 44",
            "ม. 48",
            "ม. 49"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทวีอาร์ไพล์ จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ลัดดารมย์ วัชรพล เฟส 2"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 42,180.15 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติในเบื้องต้นได้ว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จำเลยเป็นนิติบุคคลประเภทหมู่บ้านจัดสรร ใช้ชื่อว่า นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ลัดดารมย์ วัชรพล เฟส 2 โจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 208765 ตำบลท่าแร้ง อำเภอบางเขน กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้าง เลขที่ 48/15 หมู่ที่ 2 ถนนสุขาภิบาล 5 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่ในโครงการหมู่บ้านจัดสรร ลัดดารมย์ วัชรพล เฟส 2 โดยซื้อมาจากบริษัทควอลิตี้เฮาส์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้จัดสรรที่ดิน เดิมโจทก์ชำระค่าบริการสาธารณะ (ค่าส่วนกลาง) แก่ผู้จัดสรรที่ดิน ในอัตราตารางวาละ 18 บาท จำเลยจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ที่สำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขาบางเขน เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2554 โจทก์เป็นสมาชิกของจำเลยโดยผลของกฎหมาย มติที่ประชุมใหญ่ของสมาชิกจำเลยกำหนดให้เรียกเก็บค่าส่วนกลางในอัตราตารางวาละ 25 บาท โจทก์ชำระค่าสาธารณูปโภคให้แก่จำเลย 42,180.15 บาท เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2555 ตามสำเนาใบเสร็จรับเงิน จำเลยยังไม่ได้รับโอนที่ดินและทรัพย์สินอื่นอันเป็นสาธารณูปโภคจากผู้จัดสรรที่ดินเนื่องจากมีข้อขัดแย้งกัน

คดีมีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า จำเลยต้องคืนเงินค่าบำรุงรักษาสาธารณูปโภคตามฟ้องแก่โจทก์หรือไม่ เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543 เดิมก่อนมีการแก้ไข มาตรา 44 วรรคหนึ่ง บัญญัติความว่า ผู้จัดสรรที่ดินจะพ้นจากหน้าที่บำรุงรักษาสาธารณูปโภค ตามมาตรา 43 เมื่อได้ดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด ภายหลังครบกำหนดระยะที่ผู้จัดสรรที่ดินรับผิดชอบการบำรุงรักษาสาธารณูปโภคตามมาตรา 23 (5) แล้วตามลำดับ ดังต่อไปนี้ (1) ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรตามพระราชบัญญัตินี้ หรือนิติบุคคลตามกฎหมายอื่นเพื่อรับโอนทรัพย์สินดังกล่าวไปจัดการและดูแลบำรุงรักษา ภายในเวลาที่ผู้จัดสรรที่ดินกำหนดซึ่งต้องไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากผู้จัดสรรที่ดิน (2) ... มาตรา 48 บัญญัติความว่า เพื่อประโยชน์ของผู้ซื้อที่ดินจัดสรร ให้นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (3) เรียกเก็บเงินค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภคในส่วนที่นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรมีหน้าที่บำรุงรักษาจากสมาชิก และมาตรา 49 วรรคสี่ บัญญัติความว่า ให้เริ่มเก็บค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภคเมื่อเริ่มจัดตั้งนิติบุคคลตามมาตรา 44 (1) ... ตามบทบัญญัติดังกล่าว เมื่อนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรจัดตั้งขึ้นแล้ว ย่อมมีอำนาจหน้าที่จัดการและบำรุงรักษาสาธารณูปโภคได้ และมีอำนาจหน้าที่เรียกเก็บเงินค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภคจากสมาชิก จำเลยซึ่งเป็นนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรจัดการและบำรุงรักษาสาธารณูปโภค จึงมีอำนาจหน้าที่เรียกเก็บค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภคจากสมาชิกของจำเลย โจทก์ซึ่งเป็นผู้ซื้อที่ดินจัดสรรและเป็นสมาชิกของจำเลย มีหน้าที่ต้องออกค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภคสำหรับที่ดินที่ตนซื้อแก่จำเลย ตามความในมาตรา 49 ส่วนการที่ผู้จัดสรรที่ดินยังไม่จดทะเบียนโอนที่ดินและทรัพย์สินอื่นอันเป็นสาธารณูปโภคแก่จำเลยนั้น เป็นคนละกรณีที่โจทก์ไม่อาจยกขึ้นเป็นข้ออ้างเพื่อปฏิเสธหน้าที่ต้องชำระค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภคแก่จำเลย ดังนี้ เงินค่าสาธารณูปโภคที่จำเลยได้รับจากโจทก์จึงไม่ใช่กรณีที่จำเลยได้รับมาโดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายได้ ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
ม858/2557
primary_red_case_no
ม402/2558
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000208.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.1744/2559
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2559