คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6688/2559 ฉบับเต็ม

#604489
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6688/2559 นางสาวอิศราภรณ์ แสงดี โจทก์ นายมาโนชญ์ ธนานนท์ กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 887 ป.วิ.พ. มาตรา 172 วรรคสอง คำฟ้องของโจทก์บรรยายพอเข้าใจได้ว่า จำเลยที่ 2 เป็นผู้รับประกันภัยรถแท็กซี่คันที่จำเลยที่ 1 ขับโดยประมาทมาชนรถยนต์ของโจทก์ได้รับความเสียหาย จึงเป็นการบรรยายฟ้องที่ชัดแจ้ง ทั้งจำเลยที่ 2 ก็ให้การยอมรับว่าเป็นผู้รับประกันภัยรถแท็กซี่คันดังกล่าว แต่ปฏิเสธความรับผิดโดยกล่าวอ้างว่าคนขับรถของโจทก์เป็นฝ่ายขับรถโดยประมาทโดยการเปลี่ยนช่องเดินรถเข้ามาในช่องเดินรถที่จำเลยที่ 1 ขับทำให้เกิดเฉี่ยวชนกัน การที่จำเลยที่ 2 ให้การเช่นนี้ถือว่าจำเลยที่ 2 สามารถเข้าใจคำฟ้องของโจทก์ได้ดี จึงสามารถให้การต่อสู้คดีได้ คำฟ้องของโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ 2 จึงไม่เคลือบคลุม ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 270,871 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2554) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 4,000 บาท จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังว่า โจทก์เป็นเจ้าของรถยนต์หมายเลขทะเบียน สฉ 9519 กรุงเทพมหานคร จำเลยที่ 1 ขับรถแท็กซี่หมายเลขทะเบียน ทว 257 กรุงเทพมหานคร ซึ่งจำเลยที่ 2 เป็นผู้รับประกันภัยด้วยความประมาท เฉี่ยวชนท้ายรถยนต์ของโจทก์ซึ่งขณะเกิดเหตุมีนายอานนท์ เป็นผู้ขับและโจทก์นั่งโดยสารมาเป็นเหตุให้รถยนต์ของโจทก์ได้รับความเสียหายและโจทก์ได้รับบาดเจ็บ คดีสำหรับจำเลยที่ 1 ยุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ที่ต้องวินิจฉัยข้อแรกว่า ฟ้องของโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 เคลือบคลุมหรือไม่ โจทก์บรรยายคำฟ้องเกี่ยวกับจำเลยที่ 2 ว่า จำเลยที่ 2 เป็นผู้รับประกันภัยรถแท็กซี่หมายเลขทะเบียน ทว 257 กรุงเทพมหานคร ในวันเกิดเหตุจำเลยที่ 1 ขับรถแท็กซี่ด้วยความเร็วสูงและความประมาทชนท้ายรถยนต์ของโจทก์และรถยนต์ของโจทก์แล่นไถลไปกระแทกกับรถกระบะหมายเลขทะเบียน วล 7025 กรุงเทพมหานคร ซึ่งประสบอุบัติเหตุอยู่ด้านหน้า ทำให้รถยนต์ของโจทก์เสียหายทางด้านท้ายและด้านหน้าและโจทก์ได้รับบาดเจ็บ โดยโจทก์ขอคิดค่าเสียหายจากจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 300,000 บาท จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้รับประกันภัยประเภท 3 คุ้มครองรถแท็กซี่มีหน้าที่ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ในการใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ก่อนฟ้องโจทก์ได้ร้องขอความเป็นธรรมต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยจังหวัดนนทบุรี จำเลยที่ 2 รับว่าเป็นผู้รับประกันภัยจริง แต่ไม่ยอมชดใช้ค่าสินไหมทดแทนโดยอ้างว่าผู้ขับรถยนต์ของโจทก์เป็นฝ่ายประมาท เห็นว่า คำฟ้องของโจทก์บรรยายพอเข้าใจได้ว่า จำเลยที่ 2 เป็นผู้รับประกันภัยรถแท็กซี่คันที่จำเลยที่ 1 เป็นผู้ขับโดยประมาทมาชนรถยนต์ของโจทก์ได้รับความเสียหายจึงเป็นการบรรยายฟ้องที่ชัดแจ้ง ทั้งจำเลยที่ 2 ก็ให้การยอมรับว่าเป็นผู้รับประกันภัยรถแท็กซี่ แต่ปฏิเสธความรับผิดโดยกล่าวอ้างว่าคนขับรถของโจทก์เป็นฝ่ายขับรถโดยประมาท โดยการเปลี่ยนช่องเดินรถเข้ามาในช่องเดินรถที่จำเลยที่ 1 ขับทำให้เกิดเฉี่ยวชนกัน การที่จำเลยที่ 2 ให้การเช่นนี้ถือว่าจำเลยที่ 2 สามารถเข้าใจคำฟ้องของโจทก์ได้ดีจึงสามารถให้การต่อสู้คดีได้ คำฟ้องของโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ 2 จึงไม่เคลือบคลุม ฎีกาข้อนี้ของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (ศรีอัมพร ศาลิคุปต์-เกษม เกษมปัญญา-เมทินี ชโลธร) ศาลแขวงพระนครศรีอยุธยา - นายอัษฎาวุธ สรหงษ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายศักดิ์ชัย รังษีวงศ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก พาณิชย์และเศรษฐกิจ หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พณ.337/2556 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ116/2554 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ293/2555 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
604489
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงพระนครศรีอยุธยา",
        "judge": "นายอัษฎาวุธ สรหงษ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นายศักดิ์ชัย รังษีวงศ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081963057"
    }
}
date
2559
deka_no
6688/2559
deka_running_no
6688
deka_year
2559
department
พาณิชย์และเศรษฐกิจ
judges
[
    "ศรีอัมพร ศาลิคุปต์",
    "เกษม เกษมปัญญา",
    "เมทินี ชโลธร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 887"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 172 วรรคสอง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสาวอิศราภรณ์ แสงดี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายมาโนชญ์ ธนานนท์ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 270,871 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2554) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 4,000 บาท

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังว่า โจทก์เป็นเจ้าของรถยนต์หมายเลขทะเบียน สฉ 9519 กรุงเทพมหานคร จำเลยที่ 1 ขับรถแท็กซี่หมายเลขทะเบียน ทว 257 กรุงเทพมหานคร ซึ่งจำเลยที่ 2 เป็นผู้รับประกันภัยด้วยความประมาท เฉี่ยวชนท้ายรถยนต์ของโจทก์ซึ่งขณะเกิดเหตุมีนายอานนท์ เป็นผู้ขับและโจทก์นั่งโดยสารมาเป็นเหตุให้รถยนต์ของโจทก์ได้รับความเสียหายและโจทก์ได้รับบาดเจ็บ คดีสำหรับจำเลยที่ 1 ยุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1

มีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ที่ต้องวินิจฉัยข้อแรกว่า ฟ้องของโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 เคลือบคลุมหรือไม่ โจทก์บรรยายคำฟ้องเกี่ยวกับจำเลยที่ 2 ว่า จำเลยที่ 2 เป็นผู้รับประกันภัยรถแท็กซี่หมายเลขทะเบียน ทว 257 กรุงเทพมหานคร ในวันเกิดเหตุจำเลยที่ 1 ขับรถแท็กซี่ด้วยความเร็วสูงและความประมาทชนท้ายรถยนต์ของโจทก์และรถยนต์ของโจทก์แล่นไถลไปกระแทกกับรถกระบะหมายเลขทะเบียน วล 7025 กรุงเทพมหานคร ซึ่งประสบอุบัติเหตุอยู่ด้านหน้า ทำให้รถยนต์ของโจทก์เสียหายทางด้านท้ายและด้านหน้าและโจทก์ได้รับบาดเจ็บ โดยโจทก์ขอคิดค่าเสียหายจากจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 300,000 บาท จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้รับประกันภัยประเภท 3 คุ้มครองรถแท็กซี่มีหน้าที่ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ในการใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ก่อนฟ้องโจทก์ได้ร้องขอความเป็นธรรมต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยจังหวัดนนทบุรี จำเลยที่ 2 รับว่าเป็นผู้รับประกันภัยจริง แต่ไม่ยอมชดใช้ค่าสินไหมทดแทนโดยอ้างว่าผู้ขับรถยนต์ของโจทก์เป็นฝ่ายประมาท เห็นว่า คำฟ้องของโจทก์บรรยายพอเข้าใจได้ว่า จำเลยที่ 2 เป็นผู้รับประกันภัยรถแท็กซี่คันที่จำเลยที่ 1 เป็นผู้ขับโดยประมาทมาชนรถยนต์ของโจทก์ได้รับความเสียหายจึงเป็นการบรรยายฟ้องที่ชัดแจ้ง ทั้งจำเลยที่ 2 ก็ให้การยอมรับว่าเป็นผู้รับประกันภัยรถแท็กซี่ แต่ปฏิเสธความรับผิดโดยกล่าวอ้างว่าคนขับรถของโจทก์เป็นฝ่ายขับรถโดยประมาท โดยการเปลี่ยนช่องเดินรถเข้ามาในช่องเดินรถที่จำเลยที่ 1 ขับทำให้เกิดเฉี่ยวชนกัน การที่จำเลยที่ 2 ให้การเช่นนี้ถือว่าจำเลยที่ 2 สามารถเข้าใจคำฟ้องของโจทก์ได้ดีจึงสามารถให้การต่อสู้คดีได้ คำฟ้องของโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ 2 จึงไม่เคลือบคลุม ฎีกาข้อนี้ของโจทก์ฟังขึ้น

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ116/2554
primary_red_case_no
พ293/2555
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000211.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พณ.337/2556
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2559