คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6893/2559 ฉบับเต็ม

#604490
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6893/2559 นางพงษ์จันทร์ ภมรบุตร ในฐานะผู้จัดการมรดก ของนางเทียมจันทร์ สุริโย โจทก์ บริษัทกรุงเทพประกันชีวิต จำกัด จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 4, มาตรา 374, มาตรา 889, มาตรา 1599 โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของ ท. การที่ ส. ทำสัญญาประกันชีวิตกับจำเลยโดยระบุให้ ท. เป็นผู้รับประโยชน์เป็นสัญญาเพื่อประโยชน์บุคคลภายนอก เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ส. และ ท. ต่างถึงแก่ความตายซึ่งไม่ว่า ท. จะถึงแก่ความตายก่อนหรือหลัง ส. ท. ก็ถึงแก่ความตายเช่นเดียวกัน เมื่อ ท. ผู้รับประโยชน์ถึงแก่ความตายจึงไม่อาจเข้ารับประโยชน์ตามสัญญาประกันชีวิตของ ส. ได้ ดังนั้นจึงไม่อาจถือว่า ท. จะได้รับประโยชน์จากการจ่ายเงินตามเงื่อนไขของกรมธรรม์และไม่ถือว่าเงินตามกรมธรรม์ที่จำเลยจะต้องจ่ายให้แก่ ท. ซึ่งเป็นผู้รับประโยชน์นั้นตกเป็นของกองมรดก ท. กรณีต้องถือว่า ท. ผู้รับประโยชน์ไม่อาจเข้าถือเอาประโยชน์ตามสัญญาประกันชีวิตของ ส. ดังนั้นประโยชน์ที่จะได้รับจากสัญญาประกันชีวิตจึงต้องตกแก่ทายาทโดยธรรมของ ส. ผู้เอาประกันภัยเสมือนหนึ่งเป็นทรัพย์มรดกซึ่งผู้จัดการมรดกของ ส. หรือทายาทโดยธรรมจึงจะมีสิทธิเรียกร้องเอาเงินตามเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันชีวิตของ ส. เมื่อโจทก์เป็นเพียงผู้จัดการมรดกของ ท. จึงไม่มีสิทธิฟ้องเรียกให้จำเลยชำระเงินตามกรมธรรม์ประกันชีวิตของ ส. ได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 8,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 6 ต่อปี ของต้นเงิน 5,000,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้แย้งกันในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติได้ว่า เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2539 นายสุรศักดิ์ ทำสัญญาประกันชีวิตกับจำเลยจำนวนเงินเอาประกันภัย 5,000,000 บาท กำหนดให้นางเทียมจันทร์ ป็นผู้รับประโยชน์ปรากฏตามตารางแห่งกรมธรรม์ประกันชีวิต นายสุรศักดิ์ผู้เอาประกันจดทะเบียนสมรสกับนางเทียมจันทร์เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2532 ปรากฏตามสำเนาทะเบียนการสมรส เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2540 นายสุรศักดิ์และนางเทียมจันทร์ถึงแก่ความตายภายในห้องพักเดียวกันด้วยสาเหตุกระสุนปืนทำลายสมอง โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของนางเทียมจันทร์ตามคำสั่งศาล โจทก์เรียกร้องให้จำเลยในฐานะผู้รับประกันชีวิตของนายสุรศักดิ์ชำระเงินตามสัญญาประกันชีวิตแก่โจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกของนางเทียมจันทร์ แต่จำเลยปฏิเสธความรับผิดโดยกล่าวอ้างว่านางเทียมจันทร์ผู้รับประโยชน์ถึงแก่ความตายก่อนที่นายสุรศักดิ์ผู้เอาประกันจะถึงแก่ความตาย โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกให้จำเลยชำระเงินตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ดังกล่าว และจำเลยได้ขอบอกล้างสัญญาประกันชีวิตแล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การที่นายสุรศักดิ์ ถึงแก่ความตายนั้น นางเทียมจันทร์ ในฐานะผู้รับประโยชน์มีสิทธิเรียกให้จำเลยผู้รับประกันชีวิตจ่ายเงินตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันชีวิตหรือไม่ โจทก์ฎีกาว่า จากการตรวจศพของผู้เชี่ยวชาญพบว่าเลือดของนายสุรศักดิ์มีเชื้อโรคทำให้เกิดการเน่าก่อนนางเทียมจันทร์ จึงแปลความได้ว่านายสุรศักดิ์ถึงแก่ความตายก่อนนางเทียมจันทร์ดังนั้นนางเทียมจันทร์ผู้รับประโยชน์จึงมีสิทธิได้รับเงินค่าประกันชีวิตตามสัญญาประกันชีวิตของนายสุรศักดิ์ เห็นว่า การที่นายสุรศักดิ์ทำสัญญาประกันชีวิตกับจำเลยโดยระบุให้นางเทียมจันทร์เป็นผู้รับประโยชน์เป็นสัญญาเพื่อประโยชน์บุคคลภายนอก เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า นายสุรศักดิ์และนางเทียมจันทร์ต่างถึงแก่ความตาย ซึ่งไม่ว่านางเทียมจันทร์จะถึงแก่ความตายก่อนหรือหลังนายสุรศักดิ์นางเทียมจันทร์ก็ถึงแก่ความตายเช่นเดียวกัน ดังนั้น เมื่อนางเทียมจันทร์ผู้รับประโยชน์ถึงแก่ความตายจึงไม่อาจเข้ารับประโยชน์ตามสัญญาประกันชีวิตของนายสุรศักดิ์ได้ ดังนั้นจึงไม่อาจถือว่านางเทียมจันทร์จะได้รับประโยชน์จากการจ่ายเงินตามเงื่อนไขของกรมธรรม์และไม่ถือว่าเงินตามกรมธรรม์ที่จำเลยจะต้องจ่ายให้แก่นางเทียมจันทร์ซึ่งเป็นผู้รับประโยชน์นั้นตกเป็นของกองมรดกนางเทียมจันทร์ กรณีต้องถือว่านางเทียมจันทร์ผู้รับประโยชน์ไม่อาจเข้าถือเอาประโยชน์ตามสัญญาประกันชีวิตของนายสุรศักดิ์ ดังนั้นประโยชน์ที่จะได้รับจากสัญญาประกันชีวิตจึงต้องตกแก่ทายาทโดยธรรมของนายสุรศักดิ์ผู้เอาประกันภัยเสมือนหนึ่งเป็นทรัพย์มรดกซึ่งผู้จัดการมรดกของนายสุรศักดิ์หรือทายาทโดยธรรมจึงจะมีสิทธิเรียกร้องเอาเงินตามเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันชีวิตของนายสุรศักดิ์ เมื่อโจทก์เป็นเพียงผู้จัดการมรดกของนางเทียมจันทร์ โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องเรียกให้จำเลยชำระเงินตามกรมธรรม์ประกันชีวิตของนายสุรศักดิ์ได้ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (ศรีอัมพร ศาลิคุปต์-เกษม เกษมปัญญา-เมทินี ชโลธร) ศาลแพ่ง - นางพิทยลักษณ์ บุญชู สุวรรณรัตน์ ศาลอุทธรณ์ - นายโสภณ พรหมสุวรรณ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก พาณิชย์และเศรษฐกิจ หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พณ.451/2556 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ3884/2550 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ4163/2552 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
604490
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นางพิทยลักษณ์ บุญชู สุวรรณรัตน์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายโสภณ พรหมสุวรรณ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081962952"
    }
}
date
2559
deka_no
6893/2559
deka_running_no
6893
deka_year
2559
department
พาณิชย์และเศรษฐกิจ
judges
[
    "ศรีอัมพร ศาลิคุปต์",
    "เกษม เกษมปัญญา",
    "เมทินี ชโลธร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 4",
            "ม. 374",
            "ม. 889",
            "ม. 1599"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "",
        "name": "นางพงษ์จันทร์ ภมรบุตร ในฐานะผู้จัดการมรดก"
    },
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ของนางเทียมจันทร์ สุริโย"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทกรุงเทพประกันชีวิต จำกัด"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 8,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 6 ต่อปี ของต้นเงิน 5,000,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้แย้งกันในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติได้ว่า เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2539 นายสุรศักดิ์ ทำสัญญาประกันชีวิตกับจำเลยจำนวนเงินเอาประกันภัย 5,000,000 บาท กำหนดให้นางเทียมจันทร์ ป็นผู้รับประโยชน์ปรากฏตามตารางแห่งกรมธรรม์ประกันชีวิต นายสุรศักดิ์ผู้เอาประกันจดทะเบียนสมรสกับนางเทียมจันทร์เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2532 ปรากฏตามสำเนาทะเบียนการสมรส เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2540 นายสุรศักดิ์และนางเทียมจันทร์ถึงแก่ความตายภายในห้องพักเดียวกันด้วยสาเหตุกระสุนปืนทำลายสมอง โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของนางเทียมจันทร์ตามคำสั่งศาล โจทก์เรียกร้องให้จำเลยในฐานะผู้รับประกันชีวิตของนายสุรศักดิ์ชำระเงินตามสัญญาประกันชีวิตแก่โจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกของนางเทียมจันทร์ แต่จำเลยปฏิเสธความรับผิดโดยกล่าวอ้างว่านางเทียมจันทร์ผู้รับประโยชน์ถึงแก่ความตายก่อนที่นายสุรศักดิ์ผู้เอาประกันจะถึงแก่ความตาย โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกให้จำเลยชำระเงินตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ดังกล่าว และจำเลยได้ขอบอกล้างสัญญาประกันชีวิตแล้ว

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การที่นายสุรศักดิ์ ถึงแก่ความตายนั้น นางเทียมจันทร์ ในฐานะผู้รับประโยชน์มีสิทธิเรียกให้จำเลยผู้รับประกันชีวิตจ่ายเงินตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันชีวิตหรือไม่ โจทก์ฎีกาว่า จากการตรวจศพของผู้เชี่ยวชาญพบว่าเลือดของนายสุรศักดิ์มีเชื้อโรคทำให้เกิดการเน่าก่อนนางเทียมจันทร์ จึงแปลความได้ว่านายสุรศักดิ์ถึงแก่ความตายก่อนนางเทียมจันทร์ดังนั้นนางเทียมจันทร์ผู้รับประโยชน์จึงมีสิทธิได้รับเงินค่าประกันชีวิตตามสัญญาประกันชีวิตของนายสุรศักดิ์ เห็นว่า การที่นายสุรศักดิ์ทำสัญญาประกันชีวิตกับจำเลยโดยระบุให้นางเทียมจันทร์เป็นผู้รับประโยชน์เป็นสัญญาเพื่อประโยชน์บุคคลภายนอก เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า นายสุรศักดิ์และนางเทียมจันทร์ต่างถึงแก่ความตาย ซึ่งไม่ว่านางเทียมจันทร์จะถึงแก่ความตายก่อนหรือหลังนายสุรศักดิ์นางเทียมจันทร์ก็ถึงแก่ความตายเช่นเดียวกัน ดังนั้น เมื่อนางเทียมจันทร์ผู้รับประโยชน์ถึงแก่ความตายจึงไม่อาจเข้ารับประโยชน์ตามสัญญาประกันชีวิตของนายสุรศักดิ์ได้ ดังนั้นจึงไม่อาจถือว่านางเทียมจันทร์จะได้รับประโยชน์จากการจ่ายเงินตามเงื่อนไขของกรมธรรม์และไม่ถือว่าเงินตามกรมธรรม์ที่จำเลยจะต้องจ่ายให้แก่นางเทียมจันทร์ซึ่งเป็นผู้รับประโยชน์นั้นตกเป็นของกองมรดกนางเทียมจันทร์ กรณีต้องถือว่านางเทียมจันทร์ผู้รับประโยชน์ไม่อาจเข้าถือเอาประโยชน์ตามสัญญาประกันชีวิตของนายสุรศักดิ์ ดังนั้นประโยชน์ที่จะได้รับจากสัญญาประกันชีวิตจึงต้องตกแก่ทายาทโดยธรรมของนายสุรศักดิ์ผู้เอาประกันภัยเสมือนหนึ่งเป็นทรัพย์มรดกซึ่งผู้จัดการมรดกของนายสุรศักดิ์หรือทายาทโดยธรรมจึงจะมีสิทธิเรียกร้องเอาเงินตามเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันชีวิตของนายสุรศักดิ์ เมื่อโจทก์เป็นเพียงผู้จัดการมรดกของนางเทียมจันทร์ โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องเรียกให้จำเลยชำระเงินตามกรมธรรม์ประกันชีวิตของนายสุรศักดิ์ได้ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ3884/2550
primary_red_case_no
พ4163/2552
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000210.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พณ.451/2556
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2559