คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5632/2559 ฉบับเต็ม

#604499
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5632/2559 นายมนัส ยิ้มวิหค โจทก์ บริษัทสุรสีห์สยาม จำกัด จำเลย พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 67, มาตรา 119 การที่โจทก์เบิกทองคำซึ่งเป็นลวดที่ใช้ในการทำงานไปเกินกว่าปริมาณงานในแต่ละครั้งเพราะโจทก์ทำงานกับจำเลยมานานและมีความเชี่ยวชาญจึงสามารถทำชิ้นงานได้มากกว่าคนอื่น เมื่อไม่ได้ความว่าโจทก์เอาลวดทองคำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว และในการคืนผงทองคำตลอดเวลาหลายสิบปีจะมีส่วนเกินไปบ้างหรือขาดไปบ้างก็มีขั้นตอนการดำเนินการ เช่น ในกรณีที่ขาดก็จะต้องหักเป็นเงินทุกครั้งเสมอมา ก่อนเดือนที่จะถูกเลิกจ้างโจทก์ไม่เคยมีปัญหาหรือขัดแย้งกับจำเลยเกี่ยวกับเรื่องการคืนเศษทองคำขาดหรือเกิน คงมีปัญหาเฉพาะเดือนสุดท้ายที่ถูกเลิกจ้างเท่านั้น และเป็นการเลิกจ้างโจทก์โดยกะทันหันโจทก์จึงไม่มีโอกาสเข้าไปเคลียร์งานหรือคืนผงทองคำให้แก่จำเลยได้ ส่วนที่จำเลยขายซิงค์น้ำพร้อมอุปกรณ์ให้แก่โจทก์ แต่โจทก์หยิบอันอื่นผิดไปจากที่ตกลงกัน ซึ่งต่อมาโจทก์ได้นำมาคืนจำเลยแล้ว และโจทก์กระทำในฐานะที่เป็นผู้ซื้อหรือลูกค้าไม่ใช่ในฐานะลูกจ้างกระทำต่อนายจ้าง ตามพฤติการณ์แห่งคดียังถือไม่ได้ว่าโจทก์ทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดอาญาฐานลักทรัพย์โดยเจตนาแก่นายจ้างหรือจงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหายหรือฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกรณีที่ร้ายแรง การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ด้วยเหตุดังกล่าวจึงไม่เข้ากรณีที่นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีและค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 67 และมาตรา 119 จำเลยจึงต้องจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีและค่าชดเชยให้แก่โจทก์ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 23,333 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ค่าชดเชย 250,000 บาท และค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีตามส่วน 3,333 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ดอกเบี้ยทุกรายการนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี 3,333 บาท และค่าชดเชย 250,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ดอกเบี้ยทุกรายการนับแต่วันที่ 9 ธันวาคม 2553 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า การที่โจทก์นำผงทองคำและซิ้งค์น้ำพร้อมอุปกรณ์ของจำเลยไปเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ กระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย หรือฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกรณีที่ร้ายแรงหรือไม่ เห็นว่า ในส่วนของผงทองคำนั้นข้อเท็จจริงยุติตามที่ศาลแรงงานกลางฟังและวินิจฉัยมาแล้วว่าในการทำงานโจทก์จะเบิกทองคำไปเกินกว่าปริมาณงานในแต่ละครั้งสืบเนื่องมาจากการที่โจทก์ทำงานกับจำเลยมานานและมีความเชี่ยวชาญจึงสามารถทำชิ้นงานได้มากจึงจำเป็นต้องเบิกไปมากกว่าคนอื่นหรือมากกว่าปริมาณงานในแต่ละครั้งที่ได้รับไปจากจำเลย ทางพิจารณาไม่ได้ความว่าโจทก์เอาลวดทองคำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวแต่อย่างใด นอกจากนี้ในการคืนผงทองคำตลอดเวลาที่ทำงานมาก่อนหน้านั้นหลายสิบปีก็มีการเคลียร์กันทุกหนึ่งหรือสองเดือน แม้เคลียร์กันแล้วมีส่วนเกินไปบ้างหรือขาดไปบ้างก็มีขั้นตอนการดำเนินการ เช่น ในกรณีที่ขาดก็จะต้องหักเป็นเงินทุกครั้งเสมอมา เป็นต้น ก่อนเดือนที่จะถูกเลิกจ้างโจทก์ไม่เคยมีปัญหาหรือขัดแย้งกับจำเลยเกี่ยวกับเรื่องการคืนเศษทองคำขาดหรือเกิน คงมีปัญหาเฉพาะเดือนสุดท้ายที่ถูกเลิกจ้างเท่านั้น และเป็นการเลิกจ้างโจทก์โดยกะทันหันโจทก์จึงไม่มีโอกาสเข้าไปเคลียร์งานหรือคืนผงทองคำให้แก่จำเลยได้ ในส่วนของซิ้งค์น้ำพร้อมอุปกรณ์นั้นเมื่อข้อเท็จจริงยุติตามที่ศาลแรงงานกลางฟังและวินิจฉัยว่าจำเลยขายให้แก่โจทก์ แต่โจทก์หยิบอันอื่นผิดไปจากที่ตกลงกันเท่านั้นและโจทก์ได้นำมาคืนจำเลยแล้ว ซึ่งการที่โจทก์หยิบซิงค์น้ำพร้อมอุปกรณ์ผิดไปดังกล่าว เป็นกรณีที่โจทก์กระทำในฐานะที่เป็นผู้ซื้อหรือลูกค้าไม่ใช่ในฐานะลูกจ้างกระทำต่อนายจ้าง ตามพฤติการณ์แห่งคดียังถือไม่ได้ว่าโจทก์ทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดอาญาฐานลักทรัพย์โดยเจตนาแก่นายจ้างหรือจงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหายหรือฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกรณีที่ร้ายแรง การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ด้วยเหตุดังกล่าวจึงไม่เข้ากรณีที่นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีและค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้าง ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 67 และ มาตรา 119 จำเลยจึงต้องจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีและค่าชดเชยให้แก่โจทก์ ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (อนันต์ ชุมวิสูตร-นิยุต สุภัทรพาหิรผล-ธีระพงศ์ จิระภาค) ศาลแรงงานกลาง - นายยงยุทธ สมัย แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก แรงงาน หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ร.412/2554 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น มบ327/2553 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น มบ18/2554 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
604499
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง",
        "judge": "นายยงยุทธ สมัย"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081963516"
    }
}
date
2559
deka_no
5632/2559
deka_running_no
5632
deka_year
2559
department
แรงงาน
judges
[
    "อนันต์ ชุมวิสูตร",
    "นิยุต สุภัทรพาหิรผล",
    "ธีระพงศ์ จิระภาค"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541",
        "sections": [
            "ม. 67",
            "ม. 119"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายมนัส ยิ้มวิหค"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทสุรสีห์สยาม จำกัด"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 23,333 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ค่าชดเชย 250,000 บาท และค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีตามส่วน 3,333 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ดอกเบี้ยทุกรายการนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี 3,333 บาท และค่าชดเชย 250,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ดอกเบี้ยทุกรายการนับแต่วันที่ 9 ธันวาคม 2553 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขออื่นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า การที่โจทก์นำผงทองคำและซิ้งค์น้ำพร้อมอุปกรณ์ของจำเลยไปเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ กระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย หรือฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกรณีที่ร้ายแรงหรือไม่ เห็นว่า ในส่วนของผงทองคำนั้นข้อเท็จจริงยุติตามที่ศาลแรงงานกลางฟังและวินิจฉัยมาแล้วว่าในการทำงานโจทก์จะเบิกทองคำไปเกินกว่าปริมาณงานในแต่ละครั้งสืบเนื่องมาจากการที่โจทก์ทำงานกับจำเลยมานานและมีความเชี่ยวชาญจึงสามารถทำชิ้นงานได้มากจึงจำเป็นต้องเบิกไปมากกว่าคนอื่นหรือมากกว่าปริมาณงานในแต่ละครั้งที่ได้รับไปจากจำเลย ทางพิจารณาไม่ได้ความว่าโจทก์เอาลวดทองคำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวแต่อย่างใด นอกจากนี้ในการคืนผงทองคำตลอดเวลาที่ทำงานมาก่อนหน้านั้นหลายสิบปีก็มีการเคลียร์กันทุกหนึ่งหรือสองเดือน แม้เคลียร์กันแล้วมีส่วนเกินไปบ้างหรือขาดไปบ้างก็มีขั้นตอนการดำเนินการ เช่น ในกรณีที่ขาดก็จะต้องหักเป็นเงินทุกครั้งเสมอมา เป็นต้น ก่อนเดือนที่จะถูกเลิกจ้างโจทก์ไม่เคยมีปัญหาหรือขัดแย้งกับจำเลยเกี่ยวกับเรื่องการคืนเศษทองคำขาดหรือเกิน คงมีปัญหาเฉพาะเดือนสุดท้ายที่ถูกเลิกจ้างเท่านั้น และเป็นการเลิกจ้างโจทก์โดยกะทันหันโจทก์จึงไม่มีโอกาสเข้าไปเคลียร์งานหรือคืนผงทองคำให้แก่จำเลยได้ ในส่วนของซิ้งค์น้ำพร้อมอุปกรณ์นั้นเมื่อข้อเท็จจริงยุติตามที่ศาลแรงงานกลางฟังและวินิจฉัยว่าจำเลยขายให้แก่โจทก์ แต่โจทก์หยิบอันอื่นผิดไปจากที่ตกลงกันเท่านั้นและโจทก์ได้นำมาคืนจำเลยแล้ว ซึ่งการที่โจทก์หยิบซิงค์น้ำพร้อมอุปกรณ์ผิดไปดังกล่าว เป็นกรณีที่โจทก์กระทำในฐานะที่เป็นผู้ซื้อหรือลูกค้าไม่ใช่ในฐานะลูกจ้างกระทำต่อนายจ้าง ตามพฤติการณ์แห่งคดียังถือไม่ได้ว่าโจทก์ทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดอาญาฐานลักทรัพย์โดยเจตนาแก่นายจ้างหรือจงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหายหรือฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกรณีที่ร้ายแรง การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ด้วยเหตุดังกล่าวจึงไม่เข้ากรณีที่นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีและค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้าง ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 67 และ มาตรา 119 จำเลยจึงต้องจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีและค่าชดเชยให้แก่โจทก์ ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
มบ327/2553
primary_red_case_no
มบ18/2554
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000215.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ร.412/2554
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2559