คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5973/2559 ฉบับเต็ม

#604502
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5973/2559 กองทุนเปิดอเบอร์ดีนตราสารหนี้ระยะสั้น ๑ โดย นายอธิชัย วิจิตรวาณิชย์พงศ์ ผู้ชำระบัญชี โจทก์ บริษัทปิคนิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จำเลย พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/12 วรรค(4), มาตรา 90/27, มาตรา 90/60 วรรคหนึ่ง, มาตรา 90/70 วรรคหนึ่ง, มาตรา 90/75 การที่โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยเป็นคดีล้มละลายแล้วต่อมาศาลได้มีคำสั่งรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของจำเลยไว้พิจารณา ศาลที่รับพิจารณาคดีล้มละลายไว้ก่อน จำต้องงดการพิจารณาไว้จนถึงวันครบกำหนดระยะเวลาดำเนินการตามแผนหรือวันที่ดำเนินการเป็นผลสำเร็จตามแผนหรือวันที่ศาลมีคำสั่งยกคำร้องขอหรือจำหน่ายคดีหรือยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการหรือยกเลิกการฟื้นฟูกิจการหรือพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/12 (4) เพื่อให้โจทก์ที่ฟ้องคดีซึ่งมีฐานะเป็นเจ้าหนี้รายหนึ่งของจำเลยซึ่งมูลแห่งหนี้ได้เกิดก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูไปดำเนินการยื่นคำขอรับชำระหนี้ และเมื่อศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการของจำเลย คำสั่งของศาลย่อมมีผลผูกมัดทั้งเจ้าหนี้ซึ่งอาจขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการได้และเจ้าหนี้ที่ได้ยื่นขอรับชำระหนี้ ทั้งนี้ ตามมาตรา 90/27 แผนฟื้นฟูกิจการของจำเลยที่ศาลมีคำสั่งเห็นชอบจึงผูกมัดโจทก์ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/60 วรรคหนึ่ง เมื่อคดีฟื้นฟูกิจการของจำเลยดำเนินการจนเป็นผลสำเร็จตามแผนฟื้นฟูกิจการ และศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการของจำเลย ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/70 วรรคหนึ่ง ผลของคำสั่งดังกล่าวยังคงผูกมัดโจทก์และมูลหนี้ของโจทก์ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/75 กล่าวคือ มีผลให้จำเลยหลุดพ้นจากหนี้ทั้งปวง ซึ่งอาจขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการได้ เว้นแต่หนี้ซึ่งเจ้าหนี้ที่อาจขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการจะได้ขอรับชำระหนี้ไว้แล้ว ทำให้จำเลยมาผูกพันชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ตามที่ระบุไว้ในแผนแทนการชำระหนี้ตามมูลหนี้เดิม ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด และพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลล้มละลายกลางพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา วันที่ 14 มกราคม 2551 จำเลยยื่นคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการ และวันที่ 28 ธันวาคม 2552 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของจำเลยและตั้งจำเลยเป็นผู้ทำแผน ต่อมาวันที่ 4 พฤษภาคม 2554 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนโดยมีจำเลยเป็นผู้บริหารแผน ศาลฎีกาจึงมีคำสั่งคำร้องที่ 8536/2555 ลงวันที่ 5 กรกฎาคม 2555 ให้จำหน่ายคดีล้มละลายนี้ออกเสียจากสารบบความของศาลฎีกาไปก่อน เมื่อครบกำหนดระยะเวลาดำเนินการตามแผนหรือวันที่ดำเนินการเป็นผลสำเร็จตามแผนหรือวันที่ศาลมีคำสั่งยกคำร้องขอหรือจำหน่ายคดี หรือยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการหรือยกเลิกการฟื้นฟูกิจการหรือพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด ให้โจทก์แถลงต่อศาลฎีกาขอให้ยกคดีขึ้นพิจารณาต่อไป วันที่ 9 มิถุนายน 2557 โจทก์ยื่นคำแถลงว่า เมื่อวันที่ 27 มีนาคม2557 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการของจำเลย ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/70 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาจึงยกคดีขึ้นพิจารณาต่อไป ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า การที่โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยเป็นคดีล้มละลายแล้วต่อมาศาลได้มีคำสั่งรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของจำเลยไว้พิจารณา ดังนี้ ศาลที่รับพิจารณาคดีล้มละลายไว้ก่อน จำต้องงดการพิจารณาไว้จนถึงวันครบกำหนดระยะเวลาดำเนินการตามแผนหรือวันที่ดำเนินการเป็นผลสำเร็จตามแผนหรือวันที่ศาลมีคำสั่งยกคำร้องขอหรือจำหน่ายคดีหรือยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการหรือยกเลิกการฟื้นฟูกิจการหรือพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/12 (4) เพื่อให้โจทก์ที่ฟ้องคดีซึ่งมีฐานะเป็นเจ้าหนี้รายหนึ่งของจำเลยซึ่งมูลแห่งหนี้ได้เกิดก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูไปดำเนินการยื่นคำขอรับชำระหนี้และมีส่วนร่วมในการดำเนินกระบวนการฟื้นฟูกิจการของจำเลยในคดีฟื้นฟูกิจการดังกล่าวและเมื่อศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการของจำเลย คำสั่งของศาลย่อมมีผลผูกมัดทั้งเจ้าหนี้ซึ่งอาจขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการได้และเจ้าหนี้ที่ได้ยื่นขอรับชำระหนี้ทั้งนี้ ตามมาตรา 90/27 แผนฟื้นฟูกิจการของจำเลยที่ศาลมีคำสั่งเห็นชอบจึงผูกมัดโจทก์ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/60 วรรคหนึ่ง ดังนั้น เมื่อคดีฟื้นฟูกิจการของจำเลยดำเนินการจนเป็นผลสำเร็จตามแผนฟื้นฟูกิจการ และศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการของจำเลย ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/70 วรรคหนึ่ง ผลของคำสั่งดังกล่าวยังคงผูกมัดโจทก์และมูลหนี้ของโจทก์ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/75 กล่าวคือ มีผลให้จำเลยหลุดพ้นจากหนี้ทั้งปวง ซึ่งอาจขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการได้ เว้นแต่หนี้ซึ่งเจ้าหนี้ที่อาจขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการจะได้ขอรับชำระหนี้ไว้แล้ว ทำให้จำเลยมาผูกพันชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ตามที่ระบุไว้ในแผนแทนการชำระหนี้ตามมูลหนี้เดิม กรณีจึงไม่มีประโยชน์ที่จะพิจารณาอุทธรณ์ของโจทก์ต่อไป ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลฎีกา ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ (ปิยกุล บุญเพิ่ม-ทัศนีย์ จั่นสัญจัย ธรรมเกณฑ์-จินดา ปัณฑะโชติ) ศาลล้มละลายกลาง - นายบัว แก้วจิตร แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก ล้มละลาย หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ล.219/2557 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น ล1366/2549 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น ล7689/2549 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
604502
courts
[
    {
        "court": "ศาลล้มละลายกลาง",
        "judge": "นายบัว แก้วจิตร"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081963398"
    }
}
date
2559
deka_no
5973/2559
deka_running_no
5973
deka_year
2559
department
ล้มละลาย
judges
[
    "ปิยกุล บุญเพิ่ม",
    "ทัศนีย์ จั่นสัญจัย ธรรมเกณฑ์",
    "จินดา ปัณฑะโชติ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "sections": [
            "ม. 90/12 วรรค(4)",
            "ม. 90/27",
            "ม. 90/60 วรรคหนึ่ง",
            "ม. 90/70 วรรคหนึ่ง",
            "ม. 90/75"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "",
        "name": "กองทุนเปิดอเบอร์ดีนตราสารหนี้ระยะสั้น ๑ โดย"
    },
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายอธิชัย วิจิตรวาณิชย์พงศ์ ผู้ชำระบัญชี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทปิคนิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด และพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลล้มละลายกลางพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา วันที่ 14 มกราคม 2551 จำเลยยื่นคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการ และวันที่ 28 ธันวาคม 2552 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของจำเลยและตั้งจำเลยเป็นผู้ทำแผน ต่อมาวันที่ 4 พฤษภาคม 2554 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนโดยมีจำเลยเป็นผู้บริหารแผน ศาลฎีกาจึงมีคำสั่งคำร้องที่ 8536/2555 ลงวันที่ 5 กรกฎาคม 2555 ให้จำหน่ายคดีล้มละลายนี้ออกเสียจากสารบบความของศาลฎีกาไปก่อน เมื่อครบกำหนดระยะเวลาดำเนินการตามแผนหรือวันที่ดำเนินการเป็นผลสำเร็จตามแผนหรือวันที่ศาลมีคำสั่งยกคำร้องขอหรือจำหน่ายคดี หรือยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการหรือยกเลิกการฟื้นฟูกิจการหรือพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด ให้โจทก์แถลงต่อศาลฎีกาขอให้ยกคดีขึ้นพิจารณาต่อไป

วันที่ 9 มิถุนายน 2557 โจทก์ยื่นคำแถลงว่า เมื่อวันที่ 27 มีนาคม2557 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการของจำเลย ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/70 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาจึงยกคดีขึ้นพิจารณาต่อไป

ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า การที่โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยเป็นคดีล้มละลายแล้วต่อมาศาลได้มีคำสั่งรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของจำเลยไว้พิจารณา ดังนี้ ศาลที่รับพิจารณาคดีล้มละลายไว้ก่อน จำต้องงดการพิจารณาไว้จนถึงวันครบกำหนดระยะเวลาดำเนินการตามแผนหรือวันที่ดำเนินการเป็นผลสำเร็จตามแผนหรือวันที่ศาลมีคำสั่งยกคำร้องขอหรือจำหน่ายคดีหรือยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการหรือยกเลิกการฟื้นฟูกิจการหรือพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/12 (4) เพื่อให้โจทก์ที่ฟ้องคดีซึ่งมีฐานะเป็นเจ้าหนี้รายหนึ่งของจำเลยซึ่งมูลแห่งหนี้ได้เกิดก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูไปดำเนินการยื่นคำขอรับชำระหนี้และมีส่วนร่วมในการดำเนินกระบวนการฟื้นฟูกิจการของจำเลยในคดีฟื้นฟูกิจการดังกล่าวและเมื่อศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการของจำเลย คำสั่งของศาลย่อมมีผลผูกมัดทั้งเจ้าหนี้ซึ่งอาจขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการได้และเจ้าหนี้ที่ได้ยื่นขอรับชำระหนี้ทั้งนี้ ตามมาตรา 90/27 แผนฟื้นฟูกิจการของจำเลยที่ศาลมีคำสั่งเห็นชอบจึงผูกมัดโจทก์ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/60 วรรคหนึ่ง ดังนั้น เมื่อคดีฟื้นฟูกิจการของจำเลยดำเนินการจนเป็นผลสำเร็จตามแผนฟื้นฟูกิจการ และศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการของจำเลย ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/70 วรรคหนึ่ง ผลของคำสั่งดังกล่าวยังคงผูกมัดโจทก์และมูลหนี้ของโจทก์ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/75 กล่าวคือ มีผลให้จำเลยหลุดพ้นจากหนี้ทั้งปวง ซึ่งอาจขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการได้ เว้นแต่หนี้ซึ่งเจ้าหนี้ที่อาจขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการจะได้ขอรับชำระหนี้ไว้แล้ว ทำให้จำเลยมาผูกพันชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ตามที่ระบุไว้ในแผนแทนการชำระหนี้ตามมูลหนี้เดิม กรณีจึงไม่มีประโยชน์ที่จะพิจารณาอุทธรณ์ของโจทก์ต่อไป

ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลฎีกา ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
ล1366/2549
primary_red_case_no
ล7689/2549
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000214.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ล.219/2557
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2559