คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6807/2559 ฉบับเต็ม

#604710
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6807/2559 บริษัท โอเรียวลี่แทรเวิลแอนด์ทัวร์ จำกัด โจทก์ สายการบินโรยัลเนปาล หรือเนปาลแอร์ไลน์ จำกัด จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 142 วรรคหนึ่ง, มาตรา 177 วรรคสอง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 จำเลยให้การว่าสิทธิเรียกร้องของโจทก์สำหรับค่าตอบแทนการจำหน่ายค่าระวางขนส่งสินค้าระหว่างวันที่ 1 เมษายน 2536 ถึง 15 กรกฎาคม 2552 ขาดอายุความเนื่องจากโจทก์นำคดีมาฟ้องเกิน 10 ปี คำให้การดังกล่าวไม่ได้แสดงเหตุแห่งการขาดอายุความให้ชัดแจ้งว่า คดีขาดอายุความเรื่องใด คำให้การของจำเลยในส่วนนี้จึงไม่ชอบด้วย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบ ป.วิ.พ. มาตรา 177 วรรคสอง คดีจึงไม่มีประเด็นเรื่องอายุความ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยว่า สิทธิเรียกร้องสำหรับค่าตอบแทนการจำหน่ายค่าระวางขนส่งสินค้าช่วงเวลาดังกล่าว ขาดอายุความ 2 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/34 นั้น เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น ไม่ชอบด้วย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบ ป.วิ.พ. มาตรา 142 วรรคหนึ่ง ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า ระหว่างเดือนกรกฎาคม 2550 ถึงเดือนธันวาคม 2551 โจทก์จำหน่ายตั๋วเครื่องบินโดยสารและส่งมอบเงินทั้งหมดแก่จำเลย โจทก์มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนจากจำเลยรวมเป็นเงิน 2,381,870.42 บาท และระหว่างเดือนมีนาคม 2536 ถึงเดือนธันวาคม 2551 โจทก์จำหน่ายระวางขนสินค้าและส่งมอบเงินทั้งหมดแก่จำเลยแล้ว โจทก์มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนจากจำเลยรวมเป็นเงิน 2,670,664.12 บาท ต่อมาจำเลยชำระหนี้แก่โจทก์บางส่วนเป็นเงิน 2,587,823.12 บาท คงเหลือหนี้ค้างชำระแก่โจทก์จำนวน 2,464,711.42 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 1,563,287.60 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 14 กรกฎาคม 2552 อันเป็นวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนด ค่าทนายความจำนวน 20,000 บาท โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันในชั้นอุทธรณ์รับฟังได้เป็นยุติว่า เมื่อเดือนมีนาคม 2536 ถึงเดือนธันวาคม 2551 จำเลยตั้งโจทก์ให้เป็นตัวแทนจำหน่ายตั๋วเครื่องบินโดยสารและระวางขนสินค้าสายการบินโรยัลเนปาลแต่ผู้เดียวในประเทศไทย โดยจำเลยตกลงชำระค่าตอบแทนในการจำหน่ายตั๋วเครื่องบินโดยสารและระวางสินค้าแก่โจทก์ หลังจากวันที่โจทก์ฟ้องคดีนี้แล้ว จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์บางส่วนเป็นเงิน 2,587,823.12 บาท มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ข้อแรกว่า ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยว่าสิทธิเรียกร้องของโจทก์ในส่วนค่าตอบแทนจากการจำหน่ายระวางขนสินค้าระหว่างวันที่ 1 เมษายน 2536 ถึงวันที่ 15 กรกฎาคม 2542 ขาดอายุความเป็นการไม่ชอบเนื่องจากตามคำให้การถือไม่ได้ว่าจำเลยยกอายุความดังกล่าวขึ้นต่อสู้หรือไม่ เห็นว่า จำเลยให้การว่า สิทธิเรียกร้องของโจทก์สำหรับค่าตอบแทนการจำหน่ายค่าระวางขนส่งสินค้าระหว่างวันที่ 1 เมษายน 2536 ถึง 15 กรกฎาคม 2552 ขาดอายุความเนื่องจากโจทก์นำคดีมาฟ้องเกิน 10 ปี คำให้การดังกล่าวไม่ได้แสดงเหตุแห่งการขาดอายุความให้ชัดแจ้งว่า คดีขาดอายุความเรื่องใด คำให้การของจำเลยในส่วนนี้จึงไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสอง คดีจึงไม่มีประเด็นเรื่องอายุความ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยว่า สิทธิเรียกร้องสำหรับค่าตอบแทนการจำหน่ายค่าระวางขนส่งสินค้าระหว่างวันที่ 1 เมษายน 2536 ถึงกรกฎาคม 2552 ขาดอายุความ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 นั้น เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น ไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 วรรคหนึ่ง อุทธรณ์ของโจทก์ในข้อนี้ฟังขึ้น เมื่อวินิจฉัยดังนี้แล้วจึงไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็นตามอุทธรณ์โจทก์ต่อไปว่า จำเลยสละประโยชน์แห่งอายุความหรือไม่ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 2,464,711.42 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 14 กรกฎาคม 2552 อันเป็นวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ (สรรทัศน์ เอี่ยมวรชัย-ปริญญา ดีผดุง-ธัชพันธ์ ประพุทธนิติสาร) ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นางล้อมเพชร ไวทยานุวัตติ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ทกค.245/2554 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น กค134/2552 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น กค332/2553 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
604710
courts
[
    {
        "court": "ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง",
        "judge": "นางล้อมเพชร ไวทยานุวัตติ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081963047"
    }
}
date
2559
deka_no
6807/2559
deka_running_no
6807
deka_year
2559
department
แผนก
judges
[
    "สรรทัศน์ เอี่ยมวรชัย",
    "ปริญญา ดีผดุง",
    "ธัชพันธ์ ประพุทธนิติสาร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 142 วรรคหนึ่ง",
            "ม. 177 วรรคสอง"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539",
        "sections": [
            "ม. 26"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัท โอเรียวลี่แทรเวิลแอนด์ทัวร์ จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "สายการบินโรยัลเนปาล หรือเนปาลแอร์ไลน์ จำกัด"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า ระหว่างเดือนกรกฎาคม 2550 ถึงเดือนธันวาคม 2551 โจทก์จำหน่ายตั๋วเครื่องบินโดยสารและส่งมอบเงินทั้งหมดแก่จำเลย โจทก์มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนจากจำเลยรวมเป็นเงิน 2,381,870.42 บาท และระหว่างเดือนมีนาคม 2536 ถึงเดือนธันวาคม 2551 โจทก์จำหน่ายระวางขนสินค้าและส่งมอบเงินทั้งหมดแก่จำเลยแล้ว โจทก์มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนจากจำเลยรวมเป็นเงิน 2,670,664.12 บาท ต่อมาจำเลยชำระหนี้แก่โจทก์บางส่วนเป็นเงิน 2,587,823.12 บาท คงเหลือหนี้ค้างชำระแก่โจทก์จำนวน 2,464,711.42 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 1,563,287.60 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 14 กรกฎาคม 2552 อันเป็นวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนด ค่าทนายความจำนวน 20,000 บาท

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันในชั้นอุทธรณ์รับฟังได้เป็นยุติว่า เมื่อเดือนมีนาคม 2536 ถึงเดือนธันวาคม 2551 จำเลยตั้งโจทก์ให้เป็นตัวแทนจำหน่ายตั๋วเครื่องบินโดยสารและระวางขนสินค้าสายการบินโรยัลเนปาลแต่ผู้เดียวในประเทศไทย โดยจำเลยตกลงชำระค่าตอบแทนในการจำหน่ายตั๋วเครื่องบินโดยสารและระวางสินค้าแก่โจทก์ หลังจากวันที่โจทก์ฟ้องคดีนี้แล้ว จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์บางส่วนเป็นเงิน 2,587,823.12 บาท มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ข้อแรกว่า ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยว่าสิทธิเรียกร้องของโจทก์ในส่วนค่าตอบแทนจากการจำหน่ายระวางขนสินค้าระหว่างวันที่ 1 เมษายน 2536 ถึงวันที่ 15 กรกฎาคม 2542 ขาดอายุความเป็นการไม่ชอบเนื่องจากตามคำให้การถือไม่ได้ว่าจำเลยยกอายุความดังกล่าวขึ้นต่อสู้หรือไม่ เห็นว่า จำเลยให้การว่า สิทธิเรียกร้องของโจทก์สำหรับค่าตอบแทนการจำหน่ายค่าระวางขนส่งสินค้าระหว่างวันที่ 1 เมษายน 2536 ถึง 15 กรกฎาคม 2552 ขาดอายุความเนื่องจากโจทก์นำคดีมาฟ้องเกิน 10 ปี คำให้การดังกล่าวไม่ได้แสดงเหตุแห่งการขาดอายุความให้ชัดแจ้งว่า คดีขาดอายุความเรื่องใด คำให้การของจำเลยในส่วนนี้จึงไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสอง คดีจึงไม่มีประเด็นเรื่องอายุความ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยว่า สิทธิเรียกร้องสำหรับค่าตอบแทนการจำหน่ายค่าระวางขนส่งสินค้าระหว่างวันที่ 1 เมษายน 2536 ถึงกรกฎาคม 2552 ขาดอายุความ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 นั้น เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น ไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 วรรคหนึ่ง อุทธรณ์ของโจทก์ในข้อนี้ฟังขึ้น เมื่อวินิจฉัยดังนี้แล้วจึงไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็นตามอุทธรณ์โจทก์ต่อไปว่า จำเลยสละประโยชน์แห่งอายุความหรือไม่

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 2,464,711.42 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 14 กรกฎาคม 2552 อันเป็นวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
กค134/2552
primary_red_case_no
กค332/2553
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000211.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ทกค.245/2554
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2559